''ปาเกียว''เอ่ยวาจาหวาน

''ปาเกียว''เอ่ยวาจาหวาน

ชื่นชมนายกรัฐมนตรีต่อหน้าเตรียมดึง''มวยไทย''เข้าสังกัด

นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา,พล.ต.อ.โกวิท ภักดีภูมิ รองประธานสภามวยโลก WBC และประธานสภามวยแห่งเอเชีย ABCO และ มร.เจอร์ราโด ซี.ปายูโม กรรมการ บริษัท ไทยซาน มิเกล ลิเคอร์ จำกัด ได้ให้การต้อนรับเดอะ แพ็คแมนแมนนี่ปาเกียว แชมป์โลกรุ่นไลต์เวลเตอร์เวต (140 ปอนด์) ขององค์การมวยนานาชาติ IBO นักมวยชาวฟิลิปปินส์ ที่ถูกจัดให้เป็นอันดับ 1 ของโลกในยุคนี้ถ้าเทียบน้ำหนักปอนด์ต่อปอนด์ ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เมื่อ 25 พ.ค.เป็นกิจกรรมของซาน มิเกล

แมนนี่ ปาเกียว ขึ้นโชว์ตัวบนเวทีแถลงข่าว โดยยกมือไหว้สื่อมวลชนที่ไปทำข่าวตามแบบฉบับของคนไทย ก่อนจะกล่าวว่า ตนขอขอบคุณพี่น้องชาวไทยและชาวเอเชียทุกคนที่คอยเชียร์ตนขึ้นชกในทุก ๆ ครั้งที่ผ่านมา การที่ตนมาเมืองไทยคราวนี้ก็รู้สึกดีใจ เพราะประเทศไทยกับฟิลิปปินส์มีความผูกพันกันมานาน ตนชอบเมืองไทยเนื่องจากมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม อีกทั้งไทยกับฟิลิปปินส์ก็มีขนบประเพณีและวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน ขอขอบคุณคนไทยอีกครั้งที่ให้กำลังใจตลอดมา ไฟต์หน้าตนมีกำหนดขึ้นชกในวันที่ 17 ต.ค. แต่ยังไม่รู้ว่าจะเจอกับใคร ตอนนี้ตนพร้อมจะเจอใครก็ได้ ไม่เกี่ยง

ผู้สื่อข่าวถามว่าในอนาคตจะลงเล่นการ เมืองอีกหรือไม่ เดอะ แพ็คแมน ตอบว่า ตอนนี้ยังไม่คิด แต่จะขอทำหน้าที่นักมวยสากลอาชีพให้สมบูรณ์ที่สุด ส่วนนัดที่ตนเดินทางมาแพ้ เม็ดเงิน กระทิงแดงยิม จนเสียแชมป์โลกรุ่นฟลายเวต WBC เมื่อ พ.ศ. 2542 นั้น เพราะ ตนลดน้ำหนักไม่ลง จึงโดนน็อกคาตาชั่ง แต่ถ้าจะให้กลับไปชกกับเม็ดเงินอีกครในพิกัดเดิมอีกครั้งก็คงเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากตนลดน้ำหนักไม่ลงแน่นอน อย่างไรก็ตาม หากตนมีโอกาสได้ชกกับ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ นักชกผู้ยิ่งใหญ่ชาวอเมริกัน ก็ขอให้ชาวไทยช่วยให้กำลังใจตนเหมือนเดิมด้วย

บรรดาผู้สื่อข่าวถามไปอีกว่า อยากจะลงเลือกตั้งเป็นประธานสภามวยแห่งเอเชียหรือไม่ ปาเกียว ตอบว่า ตนจะทำหน้าที่ในตำแหน่งอะไร ก็พร้อมจะให้การสนับสนุนวงการมวยเอเชียอย่างเต็มที่ ตนชกมวยมาตั้งแต่เด็ก เพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว การที่ตนมีชื่อเสียงขึ้นมาได้เพราะรัฐบาลฟิลิปปินส์ให้การสนับสนุน ไม่เพียงแค่ตน เองเท่านั้น แต่รัฐบาลสนับสนุนทุกคน ตอนนี้ตนมีโปรโมชั่นเป็นของตัวเอง ก็จะดึงนักชกไทยไปร่วมสังกัด โดยได้ร่วมมือกับ เกียรติกรีรินทร์ โปรโมชั่น ซึ่งตนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ จิมมี่ นายเอกรัตน์ ไชยโชติช่วง โปรโมเตอร์ เกียรติกรี รินทร์ และ นายสมพงษ์ อั ชฌานุเคราะห์ ผู้แทนสหพันธ์มวยนานาชาติ IBF ประจำประเทศไทย

ปาเกียว ยังกล่าวอีกว่า การที่ตนมีโอกาสเข้าพบ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไทย ถือว่าเป็นเกียรติแก่ตนเองและเป็นเกียรติแก่ประเทศฟิลิปปินส์อย่างมาก เพราะนาย อภิสิทธิ์ เป็นนักการเมืองที่ตนชื่นชอบและเป็นต้นแบบของตน หลังจากให้สัมภาษณ์แล้ว ปาเกียว ได้ร้องเพลงในอัลบั้มตัวเองเป็นภาษาตากาล็อกโชว์ ก่อนจะแจกลายเซ็นให้แฟน ๆ โดยระหว่างการแถลงข่าวนั้น ปาเกียว หัวเราะอย่างอารมณ์ดีและเป็นกันเองกับสื่อมวลชน ก่อนจะเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาลเพื่อเข้าพบนายกรัฐมนตรี

เวลา 16.00 น. นายอันโตนิโอ วี. โรดิ เกวซ เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ ประจำประเทศไทย ได้นำ แมนนี่ ปาเกียว เข้าพบ นายอภิสิทธิ์ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายสามารถ มะลูลีม รองประธานคณะกรรมาธิ การการท่องเที่ยวและกีฬา สภาผู้แทนราษฎร ร่วมให้การต้อนรับ ในโอกาสนี้ ปาเกียว ได้มอบนวมพร้อมลายเซ็นของตัวเอง และเข็มขัดแชมป์โลก WBC จำลอง ให้แก่นายกรัฐมนตรี ก่อนจับมือและถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับนายกรัฐมนตรี ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ ได้มอบกระเช้าผลไม้ให้ ปาเกียว ได้ชิมเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ผลไม้ไทย และ นายชุมพล ยังได้มอบลิ้นจี่จากภาคเหนือให้แก่คณะของ ปาเกียว ด้วย

ในโอกาสนี้ ปาเกียว ได้กล่าวกับนายก รัฐมนตรีว่า ตนเองรู้สึกชื่นชม นายอภิสิทธิ์ เป็นการส่วนตัวที่เป็นนักการเมืองที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่ยังหนุ่ม และในฐานะที่ตนได้รับแต่งตั้งจาก นางกลอเรีย อาร์โรโย ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ให้เป็นทูตสันถวไมตรีของประเทศฟิลิปปินส์ ที่ต้องการกระชับความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างฟิลิปปินส์กับไทยด้วย โดย นายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวตอบว่า ตนเองก็รู้สึกชื่นชม ปาเกียว ที่เป็นนักกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้กับทวีปเอเชีย ขออวยพรให้ประสบความสำเร็จทั้งด้านกีฬา และด้านการเมืองในอนาคตที่ ปาเกียว ตั้งใจจะเป็นนักการเมืองหลังแขวนนวมต่อไป.

Advertisement Replay Ad

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์