แค่คิด..ขนลุก

แค่คิด..ขนลุก

เลาะสนาม

เปาแป๊ก

การประชุมฟีฟ่าคองเกรส ครั้งที่ 59 ที่บาฮามาส บังยีวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในฐานะบอร์ดบริหารฟีฟ่า ที่ต้องเข้าร่วมประชุมได้ ได้หนีบเอา บิ๊กเปี๊ยกนายองอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมลูกหนังไทย พร้อมกับ นายสุวัจน์ ลิมปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาสมาคมลูกหนังไปร่วมงานด้วย

บิ๊กเปี๊ยก ไปตามสิทธิ์ที่ฟีฟ่ากำหนด แต่ไม่ได้มีบทบาทอะไร แต่คนหลังนี้ไม่ได้ไปตามสิทธิ์ แต่ไปเพื่อภารกิจใหญ่ระดับโลก คือการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดประชุมใหญ่ฟีฟ่าในปี ค.ศ.2012

ซึ่ง เซปป์ แบล็ตเตอร์ ประธานฟีฟ่า ได้ตกปากรับคำสนับสนุนให้ไทยเป็นเจ้าภาพ หลังเจรจากันกว่าชั่วโมง

หากเป็นจริง ถือเป็นเรื่องตื่นเต้นและน่าขนลุกเป็นอย่างยิ่ง

ขนาด สุวัจน์ ลิมปตพัลลภ ที่ผ่านเวทีกีฬาระดับโลกมาหลายต่อหลายครั้ง ยังบอกเต็มปากเต็มคำว่า ฟีฟ่ายิ่งใหญ่ จริงๆ

คำว่า ฟีฟ่ายิ่งใหญ่จริงๆ คำนี้ เปาแป๊ก เคยได้ยินจากปากของ บิ๊กแน็ตชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ อดีตสภานายกกิตติมศักดิ์สมาคมลูกหนังมาแล้วเมื่อครั้งเวิลด์คัพ 2006 ที่เยอรมนี

เปาแป๊ก เองก็เช่นกันว่า ทุกอย่างของฟีฟ่านั้นยิ่งใหญ่จริงๆ ยิ่งใหญ่จนบางครั้ง หากจะเล่าไป ใครๆ จะส่ายหัวไม่เชื่อ...ทำให้ไม่กล้าจะเล่า

ขนาดผู้ตัดสิน เป็นนิ้วหนึ่งในองค์กรฟีฟ่า แต่การได้รับเกียรติ ได้รับการปฏิบัติ ราวกับว่าเราเป็นราชาปานนั้น

จะกินจะอยู่ รถรามีให้ใช้แบบไร้ปัญหาทุกอย่าง

แม้กระทั่งในสนามแข่งขัน ห้องอาหารที่เตรียมไว้เลี้ยงรับรอง ยังเลิศหรูอลังการ

และห้องอาหารของผู้บริหารชั้นสูงของฟีฟ่าที่อยู่ถัดไป จะยิ่งใหญ่ขนาดไหน สุวัจน์ ลิปตพัลลภ สัมผัสมาด้วยตัวเอง

ถึงกล้าออกมาพูดเช่นนั้น

นี่ยังไม่รวมด้านอื่นๆ ที่หากจะสาธยาย ต้องใช้เวลาพูดหรือเขียนจนเมื่อยนั่นแหละ

เมื่อประธานฟีฟ่าแบะท่ารับลูกของ สุวัจน์ แล้ว

จากนี้ไปเป็นการวัดใจรัฐบาลไทย ภายใต้การนำของ บิ๊กมาร์คอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทย ว่าจะให้ความสำคัญขนาดไหน

ถ้ารัฐบาลไทยไฟเขียว ก็แค่อำนวยความสะดวกและเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัย ส่วนค่าใช้จ่ายทั้งหมด ฟีฟ่าควักกระเป๋าจ่ายเองทั้งหมด

สำหรับสถานที่ หลายครั้งหลายหนที่วนไป กรุงเทพฯ, ภูเก็ต, เชียงใหม่ ซ้ำไปซ้ำมา

ถ้าจะหาที่ลงใหม่ หันไปที่เปลี่ยนไปในจังหวัดอื่นๆ ที่มีความพร้อมบ้าง จะเป็นการสร้างความเจริญที่ทั่วถึงดีกว่าหรือไม่

แต่นั่นเป็นเรื่องหลัง เรื่องแรกต้องรอรัฐบาลไทยตัดสินใจก่อน

รัฐบาลไทยในยามนี้ มีหน้าที่เป็นแค่เด็กโปรยกลีบดอกไม้ให้คู่บ่าว-สาว คือเหล่าผู้บริหารฟีฟ่า เดินเข้าสู่ประตูวิวาห์นั่นเอง

ส่วนเรื่องการเลี้ยงดูปูเสื่อเลี้ยงสมาชิกในครอบครัว เขาจะหากันมาเอง

ท่านมีหน้าที่..แค่โปรยกลีบดอกไม้เท่านั้น

Advertisement Replay Ad

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์