กีฬา > ฟุตบอล > กูรูลูกหนังจัดหนัก > ฟุตบอลอังกฤษ > ‘แดงเดือด' พ.ศ.นี้

‘แดงเดือด‘ พ.ศ.นี้

‘แดงเดือด‘ พ.ศ.นี้
‘แดงเดือด‘ พ.ศ.นี้

: ว่ากันว่า แดงเดือด หนนี้มาเร็วเกินไป

จริงหรือเปล่าไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่เกมแดงเดือดที่ไล่หวดกันจนเกมเดือด ไม่มีการเล่นตุกติกลูกแถม หรือว่าไม่มีการปะทะคารมกันเหมือนอย่างที่เคย

ทุกอย่างดูเหมือนจะเบาลงไปเยอะในเกมนี้

ก่อนเกมอย่างที่ทราบกันดี สถานะของทั้งสองทีมต่างกันอย่างชัดเจน เนื่องจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีโอกาสเป็นแชมป์ ขณะที่ ลิเวอร์พูล กำลังทำอันดับให้อยู่เลขตัวเดียวให้จงได้

มันเป็นช่วงเวลาที่ต่างกัน

เพียงแต่เรื่องของศักดิ์ศรีที่ฟัดกันมายาวเหยียดตั้งแต่ครั้งอดีตกาล ทำให้ทุกอย่างยังคงมีความหมาย

สิ่งที่สนุกกลายเป็นแท็กติกของเกมมากกว่า การปะทะกันในสนาม

เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ดวลกับกุนซือหงส์แดงมาหลายต่อหลายคน ทั้ง เคนนี่ ดัลกลิช ที่มาให้ดวลถึงสองรอบ, แกรม ซูเนสส์, รอย เอฟแวนส์, เชราร์ อุลลิเยร์, ราฟา เบนิเตซ และรอย ฮอดจ์สัน

จนกระทั่งวันนี้เขาได้ดวลกับ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่เด็กกว่าคราวลูก

หนนี้ ท่านเซอร์ ได้รับการท้าทายอย่างมากจากไอ้หนุ่มไอร์แลนด์เหนือ เนื่องจาก ร็อดเจอร์ส ปรับทัพไปตามสถานการณ์ หรือเรียกว่า แก้ไขแบบไทม์ไลน์ ตาต่อตาฟันต่อฟัน

ทำให้การทำงานจากข้างสนามมีผลต่อเกมอย่างที่สุด


ยูไนเต็ด สตาร์ตออกนำก่อน และมาได้ประตูที่ 2 แต่ ลิเวอร์พูล ที่เปิดรุกแล้วไล่คืนอย่างรวดเร็ว ในช่วงที่ทีมกำลังจะเปลี่ยนแท็กติกเป็นครั้งที่ 2 ของเกม

แทนที่จะหยุด แต่ ร็อดเจอร์ส เลือกที่จะแก้ไขต่อ

กระทั่งแผนของ ร็อดเจอร์ส กำลังค่อยๆ เขมือบเกมของท่านเซอร์ ที่แก้ลำจนกระทั่งนำเอาความสดของ ฟิล โจนส์ กับ คริส สมอลลิ่ง มาช่วยเกมรับ

ไม่บ่อยครั้งนักที่เราเห็น แมนฯยูไนเต็ด ต้องแก้ลำด้วยการเน้นเกมรับแบบนี้

จริงอยู่ที่ 2 นัดที่เจอกันปีนี้ ร็อดเจอร์ส แพ้ให้กับ ท่านเซอร์ ทั้งหมด ด้วยสกอร์ที่เท่ากันแบบไม่ได้นัดหมายที่ 1-2 แต่ครั้งแรกเนื่องจากเหลือ 10 คน ส่วนครั้งที่ 2 ถือว่าแก้ลำหักลำโค่นแล้วสู้กันได้อย่างสูสีอย่างที่สุด

แม้จะไม่ได้คะแนน แต่น่าจะเป็นเกมที่ทำให้ ร็อดเจอร์ส ได้รับการยอมรับมากขึ้นอีกครั้ง ในความกล้าในการทำงาน และกล้าถอดนักบอลที่เล่นไม่ออก แต่ใครๆ ก็อยากได้อย่าง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ออกจากทีม หรือจะเป็นเปลี่ยนแท็กติกเอามิดฟิลด์ตัวรับออก แล้วใส่ตัวรุกลงเล่นทันทีทั้งที่เหลืออีก 45 นาทีของเกม

หากเป็นที่อื่นคงไม่แปลก แต่ที่นี่คือ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ที่ที่ทุกทีมแพ้ได้ในทุกเสี้ยววินาที

จริงอยู่ที่แฟนบอลหงส์แดง อาจจะเสียดายและเสียใจที่ไม่ได้อะไรออกมาเลยจากการที่เล่นได้ดี แต่อย่างน้อยก็คือ ยังดูดีมีอนาคตกับเค้าบ้าง

ปัญหาเดียวนั่นก็คือ ร็อดเจอร์ส จะทำทีมแบบนี้ได้ต่อเนื่องหรือไม่

รวมถึงจะมีเวลาทำได้นานแค่ไหน...เท่านั้นเอง

เรื่องโดย "บี แหลมสิงห์"

ติดตามข่าวกีฬา วิเคราะห์บอล ผลบอล ฟุตบอล รอบโลก ได้ที่นี่

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งหมด >>