ศาลฯมีคำสั่งรับ''โอ-เอ็กซ์''สู่ทีมชาติไทย

ศาลฯมีคำสั่งรับ''โอ-เอ็กซ์''สู่ทีมชาติไทย

ตามที่อัยการได้ไต่สวนฉุกเฉิน เมื่อ 30 ก.ค.52 คดีหมายเลขดำที่ 514/2552 กรณี ที่นายโอภาส เรืองปัญญาวุฒิ และ นายจักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม 2 นักกีฬายิงปืนยื่นฟ้องการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เป็นจำเลยที่ 1,สมาคมยิงปืนแห่งประเทศไทย เป็นจำเลยที่ 2 และคณะกรรมการบิรหารสมาคมกีฬายิงปืน เป็นจำเลยที่ 3 หลังจากที่สมาคมกีฬายิงปืนฯ ไม่รับทั้ง 2 คน เป็นสมาชิก ทั้งที่คำสั่งศาลคุ้มครองให้ทั้งสองเข้ารับการคัดเลือก ก่อนที่ จักรกฤษณ์ จะทำผลงานเข้ามาเป็นอันดับ 1 ในจำนวน 5 รายการ แต่ไม่ได้รับโอกาสติดทีมชาติไทยชุดเข้าร่วมแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ที่ประเทศลาว เพราะข้อบังคับของสมาคมฯ หมวดที่ 8 ระบุว่า นักกีฬาที่จะติดทีมชาติได้ต้องเป็นสมาชิกของสมาคมฯ ด้วย โดยสมาคมกีฬายิงปืนฯ ได้ให้ถ้อยคำต่อศาล ถึงเหตุผลสำคัญว่า ทั้งสองคน ละเมิดข้อบังคับของสมาคมฯ ตลอด จักรกฤษณ์ มีความประพฤติไม่เหมาะสม ส่วน โอภาส กล่าวโจมตีการบริหารงานของสมาคมฯ ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงนั้น

ล่าสุด เมื่อ 11 ส.ค. ที่ศาลปกครองกลาง อัยการได้นัดอ่าพากษาคดี โดยศาลปกครองมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับตามข้อบังคับของสมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทยฯ หมวด 8 ว่าด้วยระเบียบวินัยนักกีฬายิงปืนทีมชาติ เฉพาะข้อ 8.2 ที่กำหนดว่านักกีฬายิงปืนทีมชาติ จะต้องเป็นสมาชิกของสมาคมฯ ไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ส่วน คำขออื่นให้ยก ส่งผลให้ทั้ง จักรกฤษณ์ และ โอภาส มีโอกาสกลับไปติดทีมชาติชุดสู้ศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ที่ประเทศลาว ได้อีกครั้ง

หลังได้รับทราบการอ่านคำพิพากษา โอภาส เจ้าของ 26 เหรียญทองกีฬาซีเกมส์ เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจมากและอยากจะกราบขอบคุณศาลปกครองกลาง ที่มีความเมตตา เนื่องจากพวกเราไม่มีที่พึ่งที่ไหนอีกแล้ว ส่วนความสัมพันธ์กับ สมาคมยิงปืนฯ นั้น ตนยังมีเหมือนเดิมและได้ถอนฟ้องคดีหมิ่นประมาทไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนี้ขอสัญญากับสมาคมฯ ว่าจะตั้งใจฝึกซ้อมเพื่อคว้าเหรียญทองในซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้เพื่อเป็นการลบข้อครหา ต่าง ๆ ที่เคยถูกกล่าวหามาด้วย

ทางด้าน เจ้าเอ็กซ์ จักรกฤษณ์ เจ้าของ 18 เหรียญทองซีเกมส์ กล่าวว่า อยากให้สมาคมฯ ยอมรับคำสั่งศาล เรื่องนี้ไม่มีใครแพ้-ชนะ มีแต่ผู้แพ้ อยากให้ทุกฝ่ายลืมความบาด หมางและขอให้สมาคมฯ ประกาศให้ตนเป็นนักกีฬาทีมชาติชุดซีเกมส์ ส่วนความคาดหวังนั้นยังไม่อยากบอกในสถานการณ์เช่นนี้ ส่วนตัวอยากให้ นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ กกท. ออกมาแสดงท่าทีใดบ้าง เนื่องจากที่ผ่านมา กกท. ยังไม่เคยออกมาช่วยเหลือใด ๆ กับตนและโอภาสเลย

ส่วน นายสกล วรรณพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาเป็นเลิศ กกท. ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการเตรียมนักกีฬา กล่าวว่า หากสมาคมฯ ทำเรื่องเสนอชื่อทั้งสองคนเข้ามา กกท. ก็พร้อมจะจ่ายเงินเบี้ยเลี้ยงฝึกซ้อมให้เป็นระยะเวลา 117 วัน วันละ 900 บาท คนละ 105,300 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 210,600 บาท.

Advertisement Replay Ad

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์