แมนฯยูไนเต็ด บุกชนะ เบซิคตัส 1-0

แมนฯยูไนเต็ด บุกชนะ เบซิคตัส 1-0

แมนฯยูไนเต็ด บุกชนะ เบซิคตัส 1-0

ปีศาจแดง แมนฯ ยูไนเต็ด บุกเอาชนะ เบซิคตัส ของ 1-0 ขณะที่เชลซี เล่นในสแตมฟอร์ด บริดจ์ เฉือน เอซี ปอร์โต้ 1-0 ด้าน ราชันชุดขาว ได้ฟรีคิก คริสเตียโน โรนัลโด้ ยิง 2 ประตูบุกถล่ม เอฟซี ซูริค 5-2 ส่วนบาเยิร์น มิวนิค และ เอซี มิลาน เก็บชัยนัดเยือนเช่นกัน

ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดเปิดฤดูกาล คืนวันอังคารที่ 15 กันยายน "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด รองแชมป์เก่าออกไปเยือน เบซิคตัส ทีมจากตุรกีในกลุ่ม บี โดยเกมนี้ "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน วางให้ เวย์น รูนีย์ ยืนเป็นหัวหอกเพียงคนเดียว แต่เกมในช่วงครึ่งแรกเป็นทีมเยือนที่ทำเกมได้เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด เพียงแต่จังหวะสุดท้ายยังทำได้ไม่เข้าที่เข้าทาง จบครึ่งแรกจึงเสมอกันอยู่ 0-0

เข้าครึ่งหลัง เบซิคตัส แก้เกมกลับมาได้ดี ทำให้เกมแดนกลางดีกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ส่งผลให้ เฟอร์กี้ ตัดสินใจแก้เกมด้วยการส่ง ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ กับ ไมเคิล โอเว่น ลงมาแทน รูนีย์ กับ ไมเคิล คาร์ริก ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นเกมรุกได้วูบวาบมากขึ้น และมาได้ประตูชัยในนาทีที่ 77 เมื่อ นานี กระชากไปยิงในเขตโทษ ฮาคาน อริคาน ปัดออกมาเข้าทางให้ พอล สโคลส์ โหม่งเข้าไป จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด จึงบุกมาชนะไปหวุดหวิด 1-0

หลัง จบการแข่งขัน เฟอร์กี้ ออกมาชมลูกทีมว่าเกมนี้มีสมาธิดีมาก เนื่องจากบรรยากาศในสนามถือว่ากดดันจริงๆ และเกมนี้ยังถือว่าเป็นบททดสอบความกดดันได้ดีอีกด้วย อีกคู่ของกลุ่มนี้ "หมาป่า" โวล์ฟสบวร์ก แชมป์บุนเดสลีกาเปิดบ้านเอาชนะ ซีเอเคเอ มอสโก จากรัสเซีย 3-1 จากแฮตทริกของ กราฟิเต้ นาทีที่ 36, 41 และ 86 ส่วน ซีเอสเคเอ ได้ประตูจาก อลัน ซาโกเยฟ นาทีที่ 76

กลุ่ม เอ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ทีมจากเยอรมนีอีกทีมไปเยือน มัคคาบี ไฮฟา ที่ตุรกี ซึ่งเกมในครึ่งแรกของ เสือใต้ ยังดูฝืดๆ จึงทำอะไรไมได้ แต่ครึ่งหลังนาทีที่ 64 ก็ได้ประตูนำก่อนจากการขึ้นสูงมายิงระยะแค่ 10 หลาของ ดาเนียล ฟานบุยเตน จากนั้น โธมัส มุลเลอร์ กองหน้าดาวรุ่งมาเหมาคนเดียว 2 ประตูนาทีที่ 85 กับ 88 ทำให้ บาเยิร์น บุกมาชนะไป 3-0 ส่วนเกมอีกคู่ของกลุ่มนี้ ยูเวนตุส จากอิตาลี เสมอ บอร์กโดซ จากฝรั่งเศส 1-1 เจ้าถิ่นนำก่อนจาก วินเชนโซ ยาคินตา นาทีที่ 64 และทีมเยือนตีเสมอจาก ยาโรสลาฟ พลาซิล นาทีที่ 75

กลุ่ม ซี "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด ของสเปนออกไปเยือน เอฟซี ซูริค ที่สวิตเซอร์แลนด์ โดยส่งดาราดังอย่าง คริสเตียโน โรนัลโด้ กับ กาก้า ลงสนามทั้งคู่ ซึ่ง รีล มาดริด ออกนำ 1-0 ในนาทีที่ 28 จากฟรีคิกของ โรนัลโด้ จากนั้น 5 นาที กอนซาโล อิกัวอิน ใส่พานให้ ราอูล กอนซาเลซ ยิงง่ายๆ ที่หน้าประตูเป็น 2-0 และนาทีสุดท้ายของครึ่งแรก อิกัวอิน หลอกหลบ ฮันนู ไตฮิเนน กองหลังเจ้าถิ่นเข้าไปยิงได้อีกประตู จบครึ่งแรก รีล มาดริด นำห่างถึง 3-0

ช่วงครึ่งหลังกลับมาเล่นถึงนาทีที่ 64 เจ้าถิ่นมาได้ลูกจุดโทษเมื่อ อิเคร์ คาซิยาส ออกมาฟาวล์ อเล็กซานเดร อัลฟอนเซ ไล่ขึ้นมาเป็น 1-3 ก่อนจะตามมาได้อีก 1 ประตูจากการโหม่งของ ซาเบียร์ มาร์ไกราซ ในนาทีต่อมาเป็น 2-3 แต่ก่อนหมดเวลา 1 นาที โรนัลโด้ มาโชว์ทีเด็ดยิงฟรีคิก 30 หลาทะลุมือ จอห์นนี ลีโอนี เข้าไปเป็น 4-2 และช่วงทดเวลาบาดเจ็บ กาก้า จ่ายบอลให้ กูตี หลุดจากครึ่งสนามไปยิงง่ายๆ ได้อีกประตู จบเกม รีล มาดริด จึงบุกมาถล่มไป 5-2 อีกคู่ของกลุ่มนี้ "ตราหมี" แอต.มาดริด จากสเปนได้แค่เสมอ ฮาโปเอล นิโคเซีย จากไซปรัส 0-0

กลุ่ม ดี "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เล่นในสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ เอฟซี ปอร์โต้ จากโปรตุเกส โดยไม่มี ดิดิเยร์ ดร็อกบา กับ ชูเซ โบซิงวา ที่ติดโทษแบน ซึ่งเกมในครึ่งแรก เชลซี เดินเกมได้เหนือกว่ามากแต่ยังยิงไม่ได้ ก่อนที่ครึ่งหลังกลับมาเล่นได้ 3 นาที ซาโลมง คาลู จิ้มบอลให้ นิโกลาส์ อเนลก้า หลุดไปยิงจังหวะแรกติด เฮลตัน แต่ยังตามซ้ำเข้าไปได้ จากนั้นเจ้าถิ่นหันไปตั้งรับทำให้ ปอร์โต้ มีลุ้นขึ้นมาแต่ก็ยิงไม่ผ่าน ปีเตอร์ เช็ก และช่วงทดเจ็บ เฟอร์นันโด ยังมาโดนใบเหลืองใบที่ 2 เป็นใบแดงออกจากสนามไปก่อน เชลซี เฉือนชนะ 1-0

อีก คู่ของกลุ่มนี้ โอลิมปิก มาร์กเซย ของฝรั่งเศส เปิดสต๊าด เวลโลโดรม พบ "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน จากอิตาลี และเป็นทีมเยือนนำก่อนจาก ฟิลิปโป้ อินซากี้ นาทีที่ 28 เป็น 1-0 ก่อนที่ครึ่งหลังเจ้าถิ่นตีเสมอได้จากการโหม่งของ กาเบรียล ไฮน์เซ นาทีที่ 49 แต่นาทีที่ 75 อินซากี้ มาเปลี่ยนทางบอลที่หน้าประตูเข้าไปเป็นประตูชัยให้ มิลาน บุกมาชนะไป 2-1

 

Advertisement Replay Ad

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์