เมืองทองฯยูไนเต็ดคว้าแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกแล้ว

เมืองทองฯยูไนเต็ดคว้าแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกแล้ว

เมืองทองฯยูไนเต็ดคว้าแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกแล้ว

ซูมาโฮโร ยาย่า ซัดคนเดียว 2 ประตูนำ เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ชนะ  พลังเอ็ม โอสถสภา เอ็ม-150 ในช่วงทดเวลา 2-1 ยึดแชมป์ลูกหนังไทยพรีเมียร์ลีกทำสถิติ 3 ปี 3 แชมป์ ขณะที่ เจดีย์ใหญ่ นครปฐม เอฟซี บุกไปทำได้แค่เจ๊า ปลาทูคะนอง สมุทรสงคราม เอฟซี 1-1 ตกชั้นทันที ส่วน เพื่อนตำรวจ ยิง นครสวรรค์ 16-1 ฉลองแชมป์ดิวิชั่น 1

การแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก นัดรองสุดท้ายของฤดูกาล เมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา ดวลแข้งพร้อมกัน 8 คู่ เกมคู่สำคัญอยู่ที่สนามธันเดอร์โดม "กิเลนผยอง" เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงเปิดบ้านพบ "พลังเอ็ม" โอสถสภา เอ็ม-150 ทีมอันดับ 5 นัดนี้หากเจ้าถิ่นที่มี 59 แต้มคว้า 3 คะแนนได้สำเร็จจะคว้าแชมป์ไปครองทันที เนื่องจากกฎ "เฮด ทู เฮด" ดีกว่า ชลบุรี เอฟซี ทีมรองจ่าฝูงที่ตามหลังอยู่ 3 แต้ม เปิดเกมเล่นมาโอสถสภาที่พักตัวหลักไว้กว่าครึ่งทีมเพราะมีเกมเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศรออยู่กลางสัปดาห์เป็นฝ่ายบุกเข้าใส่ แต่นาที 12 แผงหลังกลับพลาดโดน ซูมาโฮโร ยาย่า ฉกบอลเข้าไปยิงเหน่งๆ แม้จะโดนไม่เต็มเท้าแต่บอลกลิ้งไหลเข้าไปซุกก้นตาข่ายเป็นประตูให้เมืองทองฯ ออกนำ 1-0 แต่ทีมเยือนมาตีเสมอได้ในนาที 35 จาก จักรกริช บุญคำ ที่วิ่งเข้าชาร์จจังหวะแรกบอลไปชนเสา ก่อนตามซ้ำอีกทีไม่เหลือซากตีเสมอเป็น 1-1 ในครึ่งแรก

ครึ่งหลังเมืองทองฯ เดิมเกมบุกใส่ทันที กระทั่งนาที 79 ธีรศิลป์ แดงดา กระโดดตีลังกายิงบอลผ่านมือ ฉัตรชัย บุตรพรหม นายประตูทีมเยือนเข้าไปแล้ว แต่ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์จากการยกเท้าสูง ท้ายเกมนาที 92 ซูมาโฮโร ยาย่า ได้ลูกส้มหล่นที่เสาสองแล้วล็อกบอลหลบนายประตูทีมเยือน 1 จังหวะก่อนซัดโล่งๆ ส่งบอลไปสงบนิ่งก้นตาข่ายเป็นประตูชัยให้เมืองทองฯ ชนะ 2-1 คว้าแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก 2009 มาครองทันที ทำสถิติ 3 แชมป์ตั้งแต่ ดิวิชั่น 2 ดิวิชั่น 1 และไทยพรีเมียร์ลีก

ที่สนามกีฬาจังหวัดระยอง ราชนาวี-ระยอง ทีมอันดับ 11 ที่ต้องการอีกแค่ 1 แต้มจะรอดตกชั้นพบ "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี ทีมรองจ่าฝูงที่มี 56 แต้มและต้องการชัยชนะเพื่อลุ้นแชมป์ เกมครึ่งแรกทั้งสองทีมเดินรุกใส่กันอย่างสนุกแต่สกอร์ยัง 0-0 แก้เกมลงมาใหม่ครึ่งหลังนาที 53 โคเน โมฮัมเหม็ด ได้จังหวะกลับตัวยิงในกรอบเขตโทษด้านซ้ายตูมเดียวตุงตาข่ายทำประตูให้ชลบุรี ออกนำ 1-0 หลังจากนั้นไม่มีการยิงประตูได้อีก จบเกมชลบุรีชนะ 1-0 แต่ไม่เพียงพอต่อการล่าแชมป์

ที่สนามศุภชลาศัย "ฮัลโหล" ทีโอที เอฟซี ทีมอันดับ 7 พบ "โลมาฟ้าขาว" พัทยา ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 12 เขี่ยบอลเล่นมาแค่ 10 นาที สุเชาว์ นุชนุ่ม วางบอลให้ มาเดนเก้ มุสซินา ซัดให้ทีโอทีออกนำ 1-0 ครึ่งหลังนาที 56 สุเชาว์ นุชนุ่ม ยิงให้ทีโอทีหนีเป็น 2-0 แต่อีก 2 นาทีต่อมา สันติ ไชยเผือก มายิงจุดโทษให้พัทยาตีไข่แตกไล่มา 1-2 ท้ายเกมนาที 88 กิตติพงศ์ มูลพงศ์ มายิงปิดท้ายให้ทีโอทีชนะ 3-1

ที่สนามสิรินธร "บลูมาร์ลิน" ศรีราชา เอฟซี ทีมรองบ๊วยที่ต้องการ 3 แต้มหนีตกชั้นต้อนรับการมาเยือน "มนุษย์ไฟฟ้า" การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ทีมอันดับ 9 เกมครึ่งแรกทั้งสองทีมยังทำอะไรกันไม่ได้เสมออยู่ 0-0 ครึ่งหลังเจ้าถิ่นได้เฮ 1-0 ในนาที 80 จากลูกยิงของ ซารุตะ ฮิโรโนริ ก่อนที่ ธงชัย รัฐไชย จะซัดอีกลูกในนาที 90 ให้ศรีราชา เอฟซี ชนะ 2-0 เก็บเพิ่มเป็น 27 แต้มแซงขึ้นไปอยู่อันดับ 24 ยังได้ลุ้นหนีตกชั้นจนถึงนัดสุดท้าย

ที่สนามจุฬาลงกรณ์ เป็นเกมหนีตายระหว่าง "เสือสามย่าน" จุฬา ยูไนเต็ด อันดับ 14 มี 25 คะแนน พบ "แข้งเทพ" แบงค็อก ยูไนเต็ด อันดับ 13 มี 28 คะแนน เกมนี้เจ้าถิ่นต้องชนะเพื่อหนีโซนตกชั้น ด้วยสถิติเฮดทูเฮดที่ดีกว่าจากเลกแรกบุกไปชนะ 1-0 เจ้าถิ่นเดินเกมรุกแต่ยังทำประตูไม่ได้ ครึ่งหลังกลายเป็นทีมเยือนบุกได้มากกว่า นาที 79 เจ้าถิ่นเหลือ 10 คน เมื่อ อภิวัฒน์ งั่วลำหิน พุ่งยันท้องของ โฟฟานา ชีค อาบีบ น่าเกลียดเจอใบแดง เกมมาถึงนาทีสุดท้ายกลายเป็นมีปัญหา บอลออกข้างด้านที่นั่งสำรองของทีมเยือน สมชาย ทรัพย์เพิ่ม กุนซือออกมาถือบอล เรจินัลโด้ เอสเตวาโอ้ กองหน้าบราซิเลียนของจุฬาวิ่งปรี่จะเอาบอลเล่นเร็ว แต่สมชาย โยนหนี ทำให้เกิดโต้เถียงเล็กน้อย ปรีชา กางรัมย์ ผู้ตัดสินวิ่งมาให้ใบแดงกองหน้าเจ้าถิ่น ทำให้ไม่พอใจ ขณะที่โค้ชใหญ่แข้งเทพถูกเชิญขึ้นไปนั่งบนอัฒจันทร์ ฝั่งเจ้าบ้านไม่พอใจวอล์กเอาท์เกมหยุดไปร่วม 6 นาที ก่อนกลับมาสู้กันต่อแต่ทำสกอร์ไม่ได้ 0-0 ทั้งคู่ยังต้องไปดิ้นหนีตายในนัดสุดท้าย

ที่สนามกีฬากลางสมุทรสงคราม "ปลาทูคะนอง" อันดับ 10 มี 32 คะแนน เสมอ "เจดีย์ใหญ่" นครปฐม ทีมบ๊วย มี 24 คะแนน 1-1 ทีมเยือนขึ้นนำก่อนนาที 12 จาก จีนา โรแลนด์ แต่ครึ่งหลังสมุทรสงครามมาไล่ตีเสมอจาก แล็ปเป้ แล็ปเป้ โรเจอร์ นาที 77 ทำให้ นครปฐมตกชั้นเป็นทีมแรกของฤดูกาล

ที่สนามบีอีซี เทโรศาสน "มังกรไฟ" บีอีซี เทโรศาสน อุ่นเกือกก่อนเอฟเอ คัพ รอบตัดเชือกพบ "สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือไทย ปรากฏว่า ทีมเยือนขึ้นนำก่อน 1-0 จาก เอ็ดวัลโด้ คอนคาเวซ เปไรรา นาทีที่ 33 แต่เจ้าบ้านมาแซง 3 ลูกรวด จาก วุฒิชัย ทาทอง นาทีที่ 41, 71 และกิตติพล ปาภูงา นาทีที่ 87 เอาชชนะ 3-1

ที่สนามเฉลิมพระเกียรติคลอง 6 "กระต่ายบีจี" บางกอกกล๊าส สยบ ทีทีเอ็ม สมุทรสาคร 2-0 จากฝีเท้าของ ซามูเอล อาจายี นาทีที่ 29 และธนัตถ์ วงศ์ศุภลักษณ์ นาทีที่ 40

สรุปตารางคะแนน

แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย แต้ม

เมืองทองฯ 29 18 8 3 46 20 61

ชลบุรี 29 17 8 4 47 30 18 59

บางกอกกล๊าส 29 15 8 6 40 29 53

บีอีซี-เทโร 29 15 6 8 50 34 20 51

โอสถสภา 29 13 8 9 35 29 47

การท่าเรือไทย 29 12 8 9 32 29 44

ทีโอที 29 10 11 8 32 32 41

ทีทีเอ็ม 29 8 12 9 28 31 36

การไฟฟ้า 29 8 9 12 33 40 33

สมุทรสงคราม 29 9 6 14 21 30 33

ราชนาวี 29 8 6 15 28 36 30

พัทยา 29 6 11 12 25 32 29

แบงค็อก 29 5 14 10 23 33 29

ศรีราชา 29 8 6 16 25 33 27

จุฬา ยูไนเต็ด 29 4 14 11 28 45 26

นครปฐม 29 6 7 16 30 48 25

เพื่อนตำรวจยิง 16-1 แชมป์ดิวิชั่น 1

การแข่งขันฟุตบอลลีก ดิวิชั่น 1 เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม เป็นการเล่นนัดรองสุดท้าย ปรากฏว่า เพื่อนตำรวจ ไล่ถล่ม นครสวรรค์ 16-1 ถือเป็นการทำประตูสูงสุดของฟุตบอลไทยในระบบลีก คว้าแชมป์ไปครองพร้อมกับได้สิทธิเลื่อนชั้นไปเล่นไทยพรีเมียร์ลีก ขณะที่ ขอนแก่น ชนะ ทหารอากาศ 3-0 ทำให้ ขอนแก่น แซง ศรีสะเกษ ขึ้นมาอยู่อันดับ 3 แต่แข่งมากกว่า 1 นัด ส่วนผลคู่อื่น รัตนบัณฑิต ชนะ การบินไทย-บ้านบึง 4-3, จันทบุรี แพ้ สงขลา 1-2, ปตท. ชนะ สุราษฎร์ธานี 3-0, ศุลกากร ชนะ ไทย-ฮอนด้า 2-0, สุพรรณบุรี เสมอ เทศบาลเมืองปราจีนบุรี 3-3

 

Advertisement Replay Ad

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์