แผน8ปีพัฒนากีฬาไทยลดเงินเหลือ19,000ล้าน

แผน8ปีพัฒนากีฬาไทยลดเงินเหลือ19,000ล้าน

ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เป็นประธานการประชุมคณะ อนุกรรมการพิจารณาแผนยุทธศาสตร์สร้างกีฬาไทยสู่ความเป็นเลิศ (2552-2559) เมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ห้องประชุมกระทรวงฯ หลังการประชุมกว่า 3 ชั่วโมง ดร.ศศิธารา ได้เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้ เป็นการจัดรายละเอียดของงบประมาณให้แน่ชัด เพื่อวางแผนสร้างนักกีฬาไทยในระยะเวลา 8 ปี ให้ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าไว้ โดยเฉพาะการคว้าเหรียญทองในกีฬาโอลิมปิก ปี ค.ศ. 2012 และ 2016 ให้ได้รวมกันไม่น้อยกว่า 22 เหรียญทอง ซึ่งตามแผนงานที่วางไว้ 8 ปี จะต้องใช้เงิน 26,000,000,000 บาทนั้น ได้สรุปแน่ชัดแล้วว่า จะใช้งบประมาณเพียงแค่ 19,233,000,000 บาท เท่านั้น

สำหรับในปีงบประมาณ 2553 ได้จัดงบประมาณไว้ 1,033,000,000 บาท โดยมีการจัดงบประมาณ 250,000,000 บาท ให้กับโครงการ ส่องกล้องมองช้างเผือก เพื่อสนับสนุนสมาคมกีฬาจังหวัด ที่มีอยู่ 75 จังหวัดให้ไปคัดเลือกกีฬาที่ถนัด จนปั้นนักกีฬาให้ก้าวขึ้นมาสู่ระดับเยาวชน (1-2 ชนิด) ได้สำเร็จ จากนั้นสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย จะเข้ามารับช่วงต่อในการปั้นให้เป็นนักกีฬาทีมชาติ เพื่อคว้าเหรียญในกีฬาระดับนานาชาติต่อไป ซึ่งในปี 2553 ได้จัดงบประมาณให้กับสมาคมกีฬาจังหวัด 100,000,000 บาท และจะเริ่มดึงนักกีฬาเด่น ๆ ในการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 26 ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ในปี 2553 ทันที รวมทั้งจะมีการว่าจ้างอดีตนักกีฬาทีมชาติเข้ามาเป็นผู้ฝึกสอนนักกีฬาในแต่ละจังหวัดด้วย

นอกจากนี้จะมีการจัดงบไว้ 150,000,000 บาท เพื่อสนับสนุนสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย เช่น การจัดซื้ออุปกรณ์, การทำสนามฝึกซ้อม รวมไปถึงการสร้างศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติ ที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ที่ประกอบไปด้วย ศูนย์ฝึกกีฬามวยไทย, ศูนย์ฝึกนักกีฬาคนพิการ, สระว่ายน้ำ, สระกระโดดน้ำ พร้อมทั้งจัดงบประมาณมาปรับปรุงช่องยิงของสนามยิงปืน ภายใน กกท.หัวหมากให้ทันสมัยได้มาตรฐาน

ปลัดกีฬา ยังกล่าวต่อไปอีกว่า ในปีงบประมาณ 2553 นั้น ได้มีการวางแผนมุ่งเน้นไปที่ความสำเร็จในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่เมืองกว่างโจว ประเทศจีน ด้วยการวางแผนฝึกซ้อมทัพนักกีฬาของไทยถึง 9 เดือน ตั้งแต่เดือน ก.พ.-พ.ย. 53 แต่ที่สำคัญจะมีการคัดเลือกนักกีฬาไว้ 80 คน (เป็น 26 คน ความหวังเหรียญทองโอลิมปิก 2012) ที่เป็นความหวังในการคว้าเหรียญทอง จากนั้นจะให้เงินอุดหนุนพิเศษเดือนละ 12,000 บาท นอกเหนือจากที่ได้รับเงินค่าเบี้ยเลี้ยงวันละ 900 บาท เพื่อให้นักกีฬาเหล่านี้มีสมาธิในการฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ และคว้าเหรียญทองมาให้ได้ตามเป้า

ส่วนงบประมาณในปี 2554 ได้จัดไว้ 2,500,000,000 บาท, งบประมาณปี 2555 จำนวน 3,800,000,000 บาท, งบประมาณปี 2556 จำนวน 2,500,000,000 บาท, งบประมาณปี 2557 จำนวน 3,000,000,000 บาท, งบประมาณปี 2558 จำนวน 2,800,000,000 บาท และ งบประมาณปี 2559 จำนวน 3,800,000,000 บาท ซึ่งแผนที่สรุปทั้งหมดครั้งนี้ ได้จัดทำอย่างละเอียด ก่อนจะเสนอให้ นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา พิจารณาเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นจะเสนอให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ได้พิจารณาในการประชุม ครม. คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

อย่างไรก็ตาม แผนยุทธศาสตร์สร้างกีฬาไทยสู่ความเป็นเลิศ (2552-2559) ที่ใช้งบประมาณ 19,233,000,000 บาท ยังไม่ได้รวมเรื่องที่ประเทศไทยอาจจะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ปี 2556 แทนประเทศสิงคโปร์ และการจัดกีฬาผู้สูงอายุโลก รวมทั้งการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาเอเชี่ยนอินดอร์เกมส์ และ กีฬาเอเชี่ยนมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ ในปี 2558.

Advertisement Replay Ad

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์