ไทยซิวเพิ่ม6ทอง

ไทยซิวเพิ่ม6ทอง

ไทยซิวเพิ่ม6ทอง

ทัพนักกีฬาไทย เจ๋ง ทั้งทีมยิงปืน เทควันโด สนุกเกอร์ ยกน้ำหนัก คว้าเหรียญทองเพิ่มอีก 6 เหรียญ จากศึกเวียงจันทน์เกมส์

"ทัพไทย" ได้เพิ่มอีก 5 ทอง ศึกเวียงจันทน์เกมส์ "แม่นปืน" กวาด 3 เหรียญออกตัววันแรกได้สวย "ธัญลักษณ์-ศศิธร-สิริจิตร" ล่อ เป้ากระจุย ประเภทปืนยาวอัดลม 10 เมตร แต่ "น้องหมิว" กลับใจสลาย ปราชัย "สาวน้อยวัย 14 ปี" จากสิงคโปร์ ชวดเหรียญบุคคลหญิงไปฉิวเฉียด เหตุยิง "ชู๊ตออฟ" ตัวต่อตัวพ่ายหวิว แต่"ปราการ" ระเบิดความแม่น คว้าคนเดียว 2 ทอง จาก ปืนสั้น 25 เมตร บุคคล ก่อนร่วมก๊วน "จักรกฤษณ์-ปองพล" รับทองประเภททีม ส่วน "เปรมศิริ" ซิวทอง "ยกเหล็ก" รุ่น 48 กก. ได้ตามคาด แต่เจ้าตัวบ่นอุบ เสียดายทุบสถิติซีเกมส์ไม่ได้ ด้าน "หมึก" รภัทกร ทำกองเชียร์เทควันโดลุ้นเหนื่อย เตะทำแต้ม 3 วินาทีสุดท้าย เฉือนชนะ "สาวปินส์" คว้าทองแบบหืดจับ

ขณะที่ "รมย์ สุรินทร์" ควงคิวคู่ "วัชร หาดใหญ่ซิวทองบิลเลียด ประเภทคู่ เฉือนเอาชนะ "พม่า" 3-1 เฟรม ป้องกันแชมป์ได้อีกสมัย

ทีมข่าวกีฬาเดลินิวส์ รายงานข่าวการแข่งขันกีฬา ครั้งที่ 25 "เวียงจันทน์เกมส์" จากนครเวียงจันทน์ ประเทศลาว เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. มีการชิงชัย 31 เหรียญทอง โดยในส่วนของทัพนักกีฬาไทย ได้ลงแข่งขันหลายชนิด เริ่มตั้งแต่ ยิงปืน ชิง 6 ทอง ประเภทปืนยาวอัดลม 10 เมตร ทีมหญิง นักแม่นปืนสาวไทย ที่ประกอบไปด้วย "น้องหมิว" ธัญลักษณ์ โชติพิบูลศิลป์, "ขวัญ" ศศิธร หงษ์ประเสริฐ และ สิริจิตร คงนิล ลงลั่นไก ปรากฏว่า นักแม่นปืนสาวของไทย ไม่ทำให้ผิดหวัง ผนึกกำลังคว้าทองแรกได้สำเร็จ โดย ยิงรวมกันได้ 1,167 คะแนน เท่ากับ มาเลเซีย และ สิงคโปร์ แต่ทีมสาวไทยยิงเข้าเป้ากลางมากกว่า 72x จึงคว้าเหรียญทอง นอกจากนี้ "น้องหมิว" ธัญลักษณ์ ยังยิงทำแต้มได้มากที่สุด 394 คะแนน

อย่างไรก็ตาม ประเภทปืนยาว 10 เมตร บุคคลหญิง "น้องหมิว" ธัญลักษณ์ ชวดเหรียญทองไปแบบน่าเสียดาย โดยก่อนการยิงนัดสุดท้าย "น้องหมิว" มีแต้มนำ โก๊ะ เจีย ยี่ เด็กวัยเพียง 14 ปี จากสิงค โปร์ อยู่ 1.0 แต่ "น้องหมิว" ยิงได้ 9.4 ส่วน "เด็กลอดช่อง" ยิงได้ 10.4 มีแต้ม 496.2 แต้ม เท่ากัน ต้องดวลชู้ตออฟ ตัด สินในนัดเดียว ปรากฏว่า "น้องหมิว" ยิงได้เพียง 10.3 ขณะที่ โก๊ะ เจีย ยี่ ยิงได้ 10.7 ทำให้สาวไทยอกหักได้เพียงเหรียญเงิน ส่วน สิริจิตร ยิงได้ 490.3 คะแนน ได้ที่ 5

หลังการแข่งขัน ธัญลักษณ์ กล่าวด้วยความผิดหวังว่า พยายามทำดีที่สุดแล้ว แต่อาจเป็นเพราะตื่นเต้นมาก บวกกับยืนหัวแถว ยิ่งตื่นเต้นมากชนิดที่ว่าใจสั่น ส่วน สิงคโปร์ ก็ต้องยอมรับว่ายิงได้เหนียวแน่น ที่สำคัญไม่ได้ยิงชู้ตออฟแบบนี้มานานแล้ว จากนี้ยังเหลือรายการปืนยาวท่านอน ก็จะทำให้ดีที่สุด แต่ได้เหรียญทองประเภททีมมาก็มีความสุขแล้ว

ส่วนรายการ ปืนสั้น มาตรฐาน 25 เมตร ชาย ประเภทบุคคล "กอล์ฟ" ปราการ การดี มือปืนหนุ่มวิศวะลาดกระบัง เจ้าของแชมป์เก่า ฟอร์มเข้าฝักซิวเหรียญทอง เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน เมื่อยิงได้ 567 คะแนน เอาชนะ สิงคโปร์ ที่ได้เหรียญเงิน 566 คะแนน ไปหวุดหวิดเพียงแต้มเดียว, เหรียญทองแดง เวียดนาม 564 คะแนน ขณะ ที่ "เอ็กซ์" จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม ยิงได้ 558 แต้ม ได้แค่ที่ 4 เท่านั้น นอกจากนี้ ปราการ ยังลงแข่งขันประเภททีมร่วมกับ จักรกฤษณ์ และ ปองพล กุลชัยรัตนา ช่วยกันยิงได้ 1,677 แต้ม คว้าเหรียญทองสำเร็จ, เหรียญเงิน เวียด นาม 1,669 คะแนน, เหรียญทองแดง สิงคโปร์ 1,668 แต้ม

ปืนยาว อัดลม 10 เมตร ชาย ประเภททีม วราวุธ มัจฉาชีพ, ธนภัทร์ ธนัญชัย และ พงศกร แก้วจา ทำได้เพียงแค่คว้าเหรียญเงินมาครอง เมื่อยิงได้ 1,752 คะแนน ส่วนเหรียญทอง เป็นของ สิงคโปร์ 1,755 คะแนน และ เหรียญทองแดง เวียด นาม 1,748 คะแนน ขณะที่ ประเภทบุคคล วราวุธ ได้แค่เหรียญทองแดง เมื่อยิงได้ 689.4 คะแนน โดยเหรียญทอง จิ้น ฉาง จากสิงคโปร์ 690.6 คะแนน, เหรียญเงิน โจนาธาน โก๊ะ เทียน เหว่ย จากสิงคโปร์ 690.5 คะแนน

หลังการแข่ง ขันวันแรกจบลง พ.ต.ท. บูรพา ฤกษ์สังเกตุ ผู้จัดการทีม เปิดเผยว่า พอใจมากที่ทีมยิงปืนของไทยคว้ามาได้ 3 เหรียญทอง, 2 เงิน, 1 ทองแดง สำหรับ"น้องหมิว" ที่พลาดเหรียญทอง ก็น่าเห็นใจ แต่เรื่องของยิงปืนอะไรก็เกิดขึ้นได้ การแข่งขันยังเหลืออีก 7 วัน ก็ยังตั้งเป้าที่จะคว้าให้ได้ 12 เหรียญทองเหมือนเดิม

ยกน้ำหนัก ชิง 3 ทอง วันแรก"น้องอ้อย" เปรมศิริ บุญพิทักษ์ จอมพลังทีมชาติไทย ที่ผ่านเวทีกีฬาโอลิมปิก 2008 ที่กรุงปักกิ่งมาแล้ว ลงแข่งขันในรุ่น 48 กก. หญิง และ เปรมศิริ ไม่ทำให้กองเชียร์ผิดหวัง คว้าเหรียญทองแรกมาครองได้สำเร็จ แม้ว่าจะทำสถิติท่าสแนตช์ ได้ไม่ดีนัก เมื่อยกได้แค่ 86 กก. เนื่องจากยกพลาดในครั้งสุดท้ายที่ 88 กก. ทำให้เป็นฝ่ายตามหลัง โง ทิ งา นักยกลูกเหล็กดาวรุ่งของเวียด นาม อยู่ 1 กก. แต่ "จอมพลังสาวไทย" มาแก้ตัวได้ ในการท่าคลีนแอนด์เจิร์ก เมื่อยกได้ 108 กก. ทำน้ำหนักรวม 194 กก. คว้าเหรียญทอง ไปครอง ส่วนเหรียญเงิน โง ทิ งา (เวียดนาม) 87 กก.- 98 กก.-185 กก. และเหรียญทองแดง ไซรา ซากาเรีย (มาเลเซีย) 70 กก.-94 กก.-164 กก.

สำหรับการชิงชัยรุ่น 53 กก. หญิง ก็เป็นไปตามคาด "จอมพลังสาวเจ้าถิ่น" ลี เครือคำ คว้าเหรียญทองไปครองได้สำเร็จ ด้วยสถิติ 63 กก.-65 กก.-128 กก., เหรียญเงิน ยูซุป รา จากมาเลเซีย 57 กก.-63 กก.-120 กก. และเหรียญทองแดง ลวิน เย พานดา จากพม่า 57 กก.-62 กก. -119 กก. ส่วน "นักยกลูกเหล็กของไทย" อังศุมาลิน สายเลิศ ได้อันดับที่ 5 ยกได้ 55 กก.-60 กก.-115 กก.

หลังคว้าเหรียญทอง "น้องอ้อย" กล่าวว่า พอใจที่ทำได้ตามเป้า คือการคว้าเหรียญทอง แต่รู้สึกเสียดายเล็กน้อย ที่ไม่สามารถทำลายสถิติกีฬาซีเกมส์ลงได้ โดยก่อนหน้าที่จะลงแข่งขัน มีอาการป่วยเป็น ไข้หวัดทำให้คัดจมูกและหายใจไม่สะดวก จึง ยกได้ไม่ดีนัก อีกทั้งเพิ่งจะกลับมาซ้อม ได้แค่ 1 เดือน ก่อนจะมาแข่งขันเท่านั้น "เจ๊บุษ" นางบุษบา ยอดบางเตย นายกสมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในการแข่งขันท่าแรก เปรมศิริ มีอาการเกร็ง และตื่นสนามเล็กน้อย ทำให้ผลงานไม่เป็น ไปตามคาด เพราะเหรียญทองนั้นมั่นใจอยู่แล้วว่าต้องคว้าได้ เพียงแต่ต้องการให้ทำลายสถิติด้วย

ทางด้านการแข่งขัน เทควันโด ประเภทต่อสู้ วันแรก "จอมเตะไทย" ลงแข่งขัน 2 คน คือ รุ่นเวลเตอร์เวตชาย ดาม ศรีจันทร์ แชมป์เก่าจากโคราชเกมส์ และ รุ่นเฮฟวี่เวตหญิง "หมึก" รภัทกร ประสพสุข อดีตแชมป์โลกของไทย ซึ่งทั้งคู่โชคดี จับสลากแบ่งสายได้ผ่านรอบแรก ไปยืนรอแข่งในรอบรองชนะเลิศเลย แต่ "ดาม" ลงแข่งขันพลาดท่า พ่าย อาเวนีโด มาร์ลอน จากฟิลิปปินส์ ไปแบบฉิวเฉียด 3-4 ได้แค่เหรียญทองแดงไปครอง

ส่วน รุ่นเฮฟวี่เวตหญิง "หมึก" ลงสนามรอบตัดเชือก เอาชนะ คาตูร์ ยูนิ ริยานิงซิอิ จากอินโดนีเซีย ไปแบบขาดลอย 4-1 ก่อนที่รอบชิงชนะเลิศ จะเฉือนเอาชนะ อโลรา เคิร์ทตี้ เอลเลน จากฟิลิปปินส์ 4-3 คะแนน โดย 2 ยกแรก "จอมเตะสาวไทย" นำไปก่อน 2-0 ก่อนที่จะถูกคู่แข่งไล่ตามมาเสมอที่ 2-2 และ 3-3 แต่ในช่วง 3 วินาทีสุดท้าย "หมึก" ใช้ช่วงตัวที่ยาวกว่า เตะเข้าเป้าจะแจ้ง จึงเฉือนเอาชนะไปและคว้าทองไปได้แบบหืดจับ

หลัง คว้าชัยชนะได้ "หมึก" รภัทกร กล่าวว่า ในยกสุดท้ายใจร้อนเอง ทั้งที่โค้ชได้สั่งให้รอจังหวะสวนกลับ แต่ตัวเองกลับอยากจะบุกทำแต้มให้ทิ้งห่าง เลยกลายเป็นเป้าให้คู่แข่งเตะสวน ตอนหลังพอเชื่อโค้ช จึงทำแต้มเอาชนะได้ จนคว้าเหรียญทองได้เป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกทำได้ในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 23 ที่ประเทศฟิลิปปินส์

"บิ๊ก เอ" นายพิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ผลงานครั้งนี้เป็นไปตามคาด ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ 2 เหรียญเงิน จากประเภท พุมเซ่ (ท่ารำ) ส่วนเป้าหมาย 3 เหรียญทองที่วางไว้ตั้งแต่ก่อนเดินทางมา ถึงเวลานี้อาจจะน้อยไปหรือไม่นั้น ยังบอกไม่ได้ หากไม่ประมาท คู่ต่อสู้ก็น่าจะมีโอกาสคว้าได้เกินกว่าเป้าที่กำหนดไว้

ขณะที่ บิลเลียดและสนุกเกอร์ ชิง 1 ทอง นักสอยคิวของไทย คือ "รมย์ สุรินทร์" ประพฤติ ชัยธนะสกุล กับ "วัช หาดใหญ่" ธวัช สุจริตธุรการ ใน ฐานะแชมป์เก่า ลงชิงเหรียญทองกับ คยอ อู/อ่อง ฮเตย์ จากพม่า ปรากฏว่า นักสอยคิวของไทย โชว์ความแม่นยำที่เหนือชั้นกว่า ก่อนจะเอาชนะไปได้ 3-1 เฟรม 102-68, 100-74, 40-100, 100-91 คว้าเหรียญทองไปได้อีกสมัย

ภายหลังจากที่คว้าเหรียญทอง รมย์ สุรินทร์ กับ ธวัช กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นก่อนที่จะเอาชนะคู่พม่าไปได้ และดีใจที่สามารถคว้าเหรียญทองให้ทัพนักกีฬาไทยได้เพิ่มอีก 1 เหรียญ

สรุปเหรียญทองล่าสุด สิงค์โปรยังนำเป็นอันดับ 1 ที่ 11 เหรียญทอง ส่วนไทยตามมาเป็นอันดับ 2 คว้ามา 7 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน 6 เหรียญทองแดง ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ เวียดนาม มี 6 เหรียญทอง ตามมาด้วยอินโดนีเซีย 5 เหรียญทอง และฟิลิปปินส์ 4 เหรียญทอง

 

ข้อมูลเพิ่มเติม : เดลินิวส์เดลินิวส์

Advertisement Replay Ad

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์