ยิงปืนติดเครื่องล่าทองศึกใหญ่

ยิงปืนติดเครื่องล่าทองศึกใหญ่

ปองพลยืนกรานตัดจักรกฤษณ์

นายปองพล อดิเรกสาร นายกสมาคมยิงปืนแห่งประเทศไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารฯ ที่ห้องประชุมสมาคมยิงปืนฯ กกท. หัวหมาก เมื่อ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยครั้งนี้ไม่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังแต่อย่างใด ภายหลังการประชุม นายปองพล กล่าวว่า ที่ประชุมได้สรุปภาพรวมผลงานนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทยในซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ที่นครเวียงจันทน์ สปป.ลาว ซึ่งทำได้ 10 ทอง, 8 เงิน และ 12 ทองแดง ถือว่าเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่งเพราะสมาคมยิงปืนฯ ทำเหรียญทองให้กับไทย เป็นอันดับ 2 รองจาก สมาคมกรีฑาฯ โดยเฉพาะนักกีฬาทีมหญิง ที่สามารถคว้าเหรียญทองติดมือกลับมาได้ทุกคน ใน เวียงจันทน์เกมส์ ครั้งนี้เรายังได้ค้นพบนักกีฬาที่จะเป็นกำลังหลักของสมาคมฯ ได้อีกหลายคน ส่วนแผนการเตรียมทีมในอนาคตนั้น หลังจากจบเทศกาลปีใหม่นี้ สมาคมฯ ก็จะเดินหน้าเก็บตัวนักกีฬาต่อทันที โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การคว้าเหรียญทองกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่นครกวางโจว ประเทศจีน ในปีหน้า และทำอันดับเพื่อคว้าโควตาไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในปี 2012 ให้ได้ โดยจะจ้างผู้ฝึกสอนชาวต่างประเทศมาเพิ่ม เพื่อเติมเข้มเป็นรายบุคคลทั้งประเภทปืนยาวและปืนสั้น ให้นักกีฬายิงปืนของเรามีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

นายปองพล ยังได้กล่าวถึงกรณีที่สมาคมยิงปืนฯ มีปัญหากับทาง เอ็กซ์ จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม นักแม่นปืนจอมเก๋า ว่าขอยืนยันอีกครั้งว่า สมาคมฯ จะไม่เอา จักรกฤษณ์ มาเป็นนักกีฬาทีมชาติอีกแล้ว เพราะที่ผ่านมาก็ได้ให้โอกาสมามากมายแล้ว แต่เขาไม่ใช้โอกาสนั้นเอง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่เขาทิ้งโอกาสนั้นไป และหาก เอ็กซ์ จะไปร้องขอความเป็นธรรมจากศาลเพื่อให้คุ้มครองชั่วคราวเหมือนที่ได้ดำเนินการมาแล้วก่อนซีเกมส์นั้น เรื่องนี้ต้องรอดูกันต่อไป แต่สมาคมฯ ก็จะรวบรวมเอกสารและข้อมูลทั้งหมดส่งไปให้กับทางศาลและคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯด้วย โดยเฉพาะ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานคณะกรรมการโอ ลิมปิคฯ กับ พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการฯ ก็อยู่ที่เวียง จันทน์และรับรู้เหตุการณ์ทั้งหมด ก็หวังว่าทั้งสองท่านจะเข้าใจกับแนวทางการดำเนินการของสมาคมฯ

ทางด้าน บิ๊กอ๊อด พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา กล่าวว่า กรณีความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนี้ทางโอลิมปิคไทย ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวแต่อย่างใด อยากให้ทั้งสองฝ่ายไกล่เกลี่ยกันเอง แต่หากยังคุยกันไม่รู้เรื่อง และทาง เอ็กซ์ ขอให้โอลิมปิคไทย เข้าไปช่วยเจรจา เราก็พร้อมที่จะช่วยเต็มที่เพราะเห็นว่าเป็นนักกีฬาที่มีความสามารถ ยังสามารถ รับใช้ชาติในเอเชี่ยนเกมส์และโอลิมปิกเกมส์ได้ แต่จักรกฤษณ์เองก็ต้องปรับทัศนคติและอารมณ์ใหม่รวมทั้งต้องอยู่ในกฎ ระเบียบของการเป็นนักกีฬาที่ดีด้วย ส่วนสมาคมฯยิงปืนเอง ก็อยากให้ใจเย็นลง หากหันหน้าเข้ามาคุยกันได้เชื่อว่าจะสมารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้แน่นอน

เหตุการณ์ความอื้อฉาวที่เกิดขึ้นในซีเกมส์ก็เห็นกันแล้วว่าไม่ได้เป็นผลดีกับทุกฝ่ายเลย ทั้งตัวนักกีฬา, สมาคมกีฬา หรือ แฟน ๆ กีฬาชาวไทยที่ติดตามผลงานอยู่ มันมีแต่เสียกับเสียและที่เสียหายที่สุดก็คือภาพลักษณ์ของประเทศไทย หากเราสามารถร่วมกันแก้ไขปัญหานี้ได้ก็น่าจะต้องทำ บิ๊กอ๊อด กล่าวในที่สุด.

Advertisement Replay Ad

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์