''บิ๊กหนุ่ม''วาง 7 นโยบายหลักโหมพัฒนากีฬา

''บิ๊กหนุ่ม''วาง 7 นโยบายหลักโหมพัฒนากีฬา

บิ๊กหนุ่ม นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ กกท. ได้เป็นประธานในการทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 99 รูป เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. ภายใน กกท.หัวหมาก เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับผู้บริหารและพนักงาน ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จากนั้นได้มอบนโยบายการปฏิบัติงาน ประจำปี 2553 ให้กับผู้บริหาร, พนักงาน และผู้ช่วยปฏิบัติงานโครงการ ที่อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก

ผู้ว่าการ กกท. ได้ขอบคุณพนักงานและเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่ช่วยกันทำงานกันอย่างเต็มที่ ทำให้วงการกีฬาของไทยพัฒนาและก้าวหน้าไปได้ตามเป้าหมายที่กำหนด ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนากีฬาเป็นเลิศ, การพัฒนากีฬาอาชีพ และการให้บริการประชาชนทั่วไป อย่างไรก็ตาม ในปี 2553 งานของ กกท. ยังมีอีกมากที่จะต้องช่วยกันทำให้สำเร็จ คือ 1. การพัฒนาบุคลากร ไม่ว่าจะเป็น ของ กกท., สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อให้มีความรู้ความสามารถ จนพัฒนาวงการกีฬาของไทยให้ก้าวขึ้นไปเป็นผู้นำของทวีปเอเชียได้

2. พยายามส่งเสริมและสนับสนุนบุคลากรทางการกีฬาของไทย ให้มีโอกาสได้เข้ปฏิบัติหน้าที่ในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 กวางโจวเกมส์ ที่ประเทศจีน รวมทั้งเตรียมนักกีฬาไทยให้พร้อมในการแข่งขัน เพื่อเป้าหมายที่จะติดอันดับ 1 ใน 4 ของทวีปเอเชีย, 3. พัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศ ตามนโยบายของรัฐบาล โดยเร่งก่อสร้างศูนย์บริหารองค์กรกีฬา 25 ชั้น ให้เสร็จทันตามกำหนด คือ ในเดือน ธ.ค. ปี 53 รวมทั้งจัดสร้างศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติ อำเภอมวกเหล็ก ในระยะที่ 2 ให้มีความสมบูรณ์ ใช้เป็นสถานที่เก็บตัวฝึกซ้อมให้กับนักกีฬาทีมชาติไทยได้ทุกรายการ และจัดตั้งสถาบันพัฒนากีฬาและบุคลากรกีฬาระดับนานาชาติที่ได้มาตรฐาน

4. ส่งเสริมกีฬาที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติ เช่น มวยไทย, ตะกร้อ ให้ได้รับการยอมรับจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกมากยิ่งขึ้น, 5. พัฒนาและส่งเสริมกีฬาอาชีพ เช่น ฟุตบอล, กอล์ฟ, เทนนิส, สนุกเกอร์, มวยไทย ให้เป็นกีฬาอาชีพที่มั่นคงและบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ, 6. เสริมสร้างศักยภาพของ กกท. ให้มีการบริหารงานที่ดีขึ้น โดยการพัฒนาสนามกีฬาหัวหมาก ให้เป็นศูนย์ิการทางการกีฬาที่ได้มาตรฐานระดับนานาชาติแบบครบวงจร, 7. พัฒนา กกท. ให้เป็นองค์กรที่บริหารงานแบบมืออาชีพ มีความเป็นสากล แต่คงระบบธรรมาภิบาล มีความพอเพียง จนก้าวไปเป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจที่มีผลงานดีเด่นติดอันดับ 1 ใน 10

บิ๊กหนุ่ม ยังกล่าวในตอนท้ายด้วยว่า โครงการทั้งหมดจะสำเร็จได้ ต้องอาศัยความร่วมมือของเจ้าหน้าที่และพนักงานทุกคน จึงขอให้มาร่วมมือกันทำปี 2553 ให้เป็นปีที่นักกีฬาไทยประสบความสำเร็จมากกว่าปีที่ผ่านมา เพราะมีรายการสำคัญที่ประชาชนคนไทยต้องการเห็นนักกีฬาไทยก้าวไปคว้าเหรียญทอง ไม่ว่าจะเป็น กีฬายูธโอลิมปิก ครั้งที่ 1 ที่ประเทศสิงคโปร์, กีฬาเอเชี่ยน บีชเกมส์ ครั้งที่ 2 ที่ประเทศโอมาน และ กีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่ประเทศจีน.

Advertisement Replay Ad

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์