"วันวิปโยคของอาร์เจนติน่า"

"วันวิปโยคของอาร์เจนติน่า"

"วันวิปโยคของอาร์เจนติน่า"
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เที่ยงวันตามเวลาท้องถิ่นราวกับฟ้าผ่าลงกลางหัวใจความฝันที่จะได้เห็น ลีโอเนล เมสซี่ ประกาศศักดิ์ดาชูถ้วยแชมป์โลกซักครั้งในชีวิตกลายเป็นหมันแล้วเป็นที่เรียบร้อย

ให้หลังความพ่ายแพ้ดวลเป้าอันสุดเจ็บปวดต่อทีมชาติชิลี ไม่ต่างกับเคราะห์ซ้ำกระหน่ำซัด ท่ามกลางความเศร้าสลดซูเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งแห่งวงการทำเรื่องสุดช็อกชนิดไม่มีใครคาดคิด

ด้วยการประกาศ "เลิกเล่นทีมชาติ" อย่างไม่เป็นทางการ!

“สำหรับผมกับทีมชาตินั้นจบลงแล้ว เราเข้าชิงถึงสี่ครั้งแต่การแพ้รวดทุกครามันช่างเกินเยียวยา ผมนั่งคิดเรื่องนี้ในห้องแต่งตัว และก็ตัดสินใจแล้วเรียบร้อยซึ่งมันน่าจะเป็นผลดีกับทุกฝ่ายจริงๆ”

นี่คือวันวิปโยคแห่งอาร์เจนติน่า ระเบิดตูมดอกเดียวทำเอาสั่นสะท้านทั้งวงการ เพราะ เหตุใด เมสซี่ ถึงเลือกตัดช่องน้อยแต่พอตัวพร้อมกับประกาศรีไทร์ แล้วนับจากนี้อนาคตต่อไปของทัพ “อินทรีฟ้า - ขาว” จะเดินต่อไปเช่นไร!?

มีความเป็นไปได้สูงครับที่การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นจาก ‘อารมณ์ล้วนๆ’ ความพ่ายแพ้ในนัดชิง 3 ปีซ้อนย่อมไม่แปลกที่หัวใจของยอดดาวยิงรายนี้จะแตกสลาย

ไม่ว่าซูเปอร์สตาร์รายไหนต่อให้จิตใจแกร่งเกินต้านทานประหนึ่งกำแพงเมืองจีนมากเพียงใด ทว่าหากต้องมาประสบอยู่ในสถานการณ์แบบนี้

"เป็นใครก็ย่อมท้อ"

ยิ่งโชคชะตานำพาให้ซัดจุดโทษพลาดก็พาลให้ส่วนลึกของความรู้สึก เมสซี่ จมดิ่งหนักเข้าไปอีก การตัดสินใจในครั้งนี้จึงมีโอกาสสูงลิบลิ่วที่เกิดจาก "ชั่ววูบ" และ "ความรู้สึก" ณ ขณะนั้นจริงๆ

เป็นการตัดสินใจที่ทันด่วน และ กระทันหันตอบสนองอัตโนมัติต่อสถานการณ์

อย่างไรก็ดีว่ากันว่า มีอยู่อีกหนึ่งสาเหตุครับที่ทำให้ยอดแข้งคนเก่งตัดสินใจประกาศเรื่องช็อกโลก

บนเส้นทางแห่งความฝันในการชูถ้วยเวิลด์ คัพ ซักครั้ง ด้วยวัย 31ปีในอีกสองปีข้างหน้า เมสซี่ ยังมีโอกาสดีครับที่จะบรรลุเป้าหมาย ในความเป็นระดับโลก

และดาวค้ำฟ้าเช่นนี้ไม่มีความจำเป็นเลยที่จะฆ่าตัวตายเพียงเพราะความน้อยอกน้อยใจต่อโชคชะตา

ตามสามัญสำนักของมนุษย์แล้ว มันต้องมีอีกหนึ่งสาเหตุที่ตะขิดตะขวงหัวใจบางอย่างที่อัดอั้นมานานกระทั่งระเบิดออกมาในวันที่ทุกอย่างนั้นไม่ได้ดั่งใจ

และว่ากันว่า หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้แข้งวัย 29 ปีละทิ้งความฝันนั่นก็คือ "แฟนๆ"

ใช่แล้วครับ แฟนๆผู้เปรียบดั่งผู้เล่นคนที่สิบสอง แฟนๆผู้ไม่ต่างกับหัวใจสำคัญของสนามนั่นแหละ

กับชาติอื่นแล้วอาจจะใช่ที่สาวกทั้งหลายต่างคือผู้ที่ฉุดทีมในวันที่ล้มระเนระนาดให้กลับมาผงาดค้ำฟ้าได้อีกครั้ง ทว่าสำหรับ ลีโอเนล เมสซี่ แม้จะเล่นได้ดี, ซัดไป 55 ลูก

พร้อมทำลายสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของ บาติสตูต้า ลงได้อีกทั้งยังแบกทีมยามไร้ที่พึ่งพามากเพียงใด

ทว่าตามความรู้สึกเบื้องลีกส่วนตัวสตาร์บาร์เซโลน่าผู้นี้ไม่เคยสัมผัสได้ก้าวเข้าไปอยู่ "ในจิตใจ" ของแฟนๆ

ไม่เคยมีซักครั้งที่ เมสซี่ ถูกเชิดชูดุจดั่งเทพเจ้าเหมือนกับ มาราโดน่า ไม่เคยมีซักหนที่ยอดแข้งตลอดกาลของโลกถึงกล่าวชื่นชมพร้อมกับเสียงสรรเสริญเยินยอ

แม้นี่จะเป็นนักเตะที่ดีที่สุดของชาติในรอบหลายทศวรรษทว่าตามสายตาของแฟนๆแล้ว “ลีโอเนล เมสซี่” ยังเป็นแค่พระรองของเสือเตี้ย บ่อยครั้งที่สาวก “ฟ้า-ขาว”

ประเคนเสียงโห่ระงมใส่ยอดกัปตันทีมผู้นี้พร้อมตั้งคำถามถึงความทุ่มเทที่มีให้กับบ้านเกิดเมืองนอน

การโยกย้ายไปอยู่แดนกระทิงดุตั้งแต่วัยเยาว์ทำให้แฟนบอลในประเทศไม่เคยคิดว่า แข้งอาร์เจนติน่ารายนี้รักชาติเหมือนดั่งที่ปากพร่ำบอก ฟอร์มการเล่นในสนามที่แตกต่างราวฟ้า - เหวกับเมื่อสมัยร่ายเวทมนตร์ให้

กับบาร์ซ่าก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่สาวกทั้งหลายพร้อมใจกันละเลงเสียงก่นด่าใส่เจ้าตัวไม่ยั้ง

อย่างไรก็ดีในบางครั้งแฟนบอลเจ้ากรรมทั้งหลายคงลืมไปครับว่า ในบางครั้งนักเตะจะเก่งกาจมากแค่ไหนย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยรอบข้าง ต่อให้จะเป็นซูเปอร์สตาร์ดังค้ำฟ้า

ทว่าไม่มีทางเลยที่ เมสซี่ จะโชว์ฟอร์มเทพได้หากปราศจาก “แรงหนุน”

แม้ว่ากันว่า อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ เมสซี่ ประกาศรีไทร์ทีมชาติแบบสุดช็อกนั่นก็คือการบริหารอันสุดเหลวแหลกของสมาคมฟุตบอลอาร์เจนติน่าที่ดาวเตะจากทีมต่างดาวเคยออกมาฉะผ่านสื่อหลายครั้ง

แต่เชื่อเถอะครับว่า แฟนบอลนี่แหละที่มีส่วนสำคัญ

คำสัมภาษณ์นี้ได้รับการยืนยันจาก พยานปากเอกอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่ บอกเป็นอย่างดี ดาวยิงจากแมนฯ ซิตี้ให้สัมภาษณ์หลังเกมนัดชิงอัปยศโคปา อเมริกา ว่า “พวกเขาปฏิบัติกับเลโอราวกับอาชญากร

เขาต้องรับความกดดันและช่วงเวลาอันยากลำบากมากมาย” คำว่า “พวกเขา” ในที่นี่ก็หมายถึง “สาวก” ทั้งหลายนั่นแหละ

จบทัวร์นาเมนต์นี้ฟ้าหลังฝนใช่ว่าจะงดงามเสมอไป ตรงกันข้ามมันกลับวินาศสันตะโรมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ มีรายงานเพิ่มเติมจาก อเกวโร่ ว่า หลังจบแมตช์แห่งความน่าผิดหวังในครั้งนี้

มิใช่แค่ เมสซี่ คนเดียวที่รีไทร์ หากแต่แข้งคนอื่นๆหลายรายก็คิดโบกมืออำลาทีมเช่นกัน

ดาวเตะอย่าง มาสเคราโน่, อิกวาอิน, อังเคล ดิ มาเรีย, ลาเวซซี่ รวมทั้งตัวอเกวโร่เองพวกนี้คือหนึ่งในรายชื่อที่สื่อในประเทศคาดว่า น่าจะตัดสินใจโบกมืออำลาทีม เช่นเดียวกับ ลูคัส บีญ่า

ที่เตรียมขอไถ่โทษจากการยิงลูกโทษพลาดด้วยการรีไทร์

กับคนอื่นมองให้ลึกซึ้งมีสิทธิ์สูงที่ความขัดแย้งกับสมาคมน่าจะมีเอี่ยวจนถึงขั้นเลิกเล่นบอยคอตให้รู้แล้วรู้รอด แต่กับ เมสซี่ แม้ความบัดซบของสมาคมจะมีผลด้วยเช่นกันแต่เสียงค่อนขอดจากแฟนๆตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

คงเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้เจ้าตัวอำลาทีม

ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตนับจากนี้ของ อาร์เจนติน่า จะเป็นเช่นไร กับฟุตบอลโลก 2018 ที่หมายมั่นปั้นมือลบล้างความผิดหวังทำไป-ทำมา ราวกับเจอตอแห่งสารพันปัญหาอุปสรรคจนหาทางออกไม่เจอ

ถึงตรงนี้แฟนบอล “อินทรีฟ้า - ขาว” คงได้แต่ภาวนาให้เหล่าผู้เล่นทั้งหลายโดยเฉพาะ เมสซี่ กลับลำด่วน ด้วยความหวังว่า จะเป็นเพียงแค่การตัดสินใจชั่ววูบ

ทว่าหากสุดท้ายยังคงยืนกรานพร้อมกับเป็นที่แน่นอนว่า การตัดสินใจในครั้งนี้เกิดจากความเก็บกฎอันสั่งสมมานานจริง

ลองจินตนาการภาพตามในยุคที่พลพรรคฟ้า-ขาวไร้สตาร์อย่าง ลีโอเนล เมสซี่, เซร์คิโอ อเกวโร่, เอซิเกล ลาเวซซี่ พร้อมกับมีดาวเตะอย่าง เอริค ลาเมล่า, นิโกลัส ไกตัน เป็นตัวชูโรง

เตรียมนับวันรอที่จะพบกับ “หายนะ” ได้เลย!

คอลัมน์ ตุงตาข่าย
by มาสเตอร์ ริท

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook