ขอบคุณ “ไอซ์แลนด์”

ขอบคุณ “ไอซ์แลนด์”

ขอบคุณ “ไอซ์แลนด์”
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ปิดฉาก “เส้นทาง” ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป “ยูโร 2016” อย่างยิ่งใหญ่ไปแล้วสำหรับทัพนักเตะไอซ์แลนด์ที่ห้ำหั่นกับเจ้าภาพ ฝรั่งเศส ได้อย่างประทับใจ และ “ชนะ 2-1” ใน 45 นาทีหลัง!

เกมฟุตบอลแบบนี้ สรุปได้ง่ายที่สุด คือ เป็นวันของฝรั่งเศส เพราะทำอะไรดู “ถูกต้อง” และ “ลงตัว” ไปหมดตลอด 90 นาทีที่ “คุณภาพ” ยังไงก็เหนือกว่ามากโขอยู่แล้ว

แต่ครั้น “จังหวะ” เข้าทางด้วย สกอร์จึงสูงถึง 5-2 มากที่สุดในทัวร์นาเมนท์นี้ไปโดยปริยายหลังผ่าน 48 นัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เจ้าบ้าน เตะมาก่อนหน้านี้ 4 นัด และไม่ประสบความสำเร็จเลยในการทำประตู “ครึ่งแรก”

แต่นัดนี้กดไปแล้ว 2 เม็ดใน 20 นาทีแรกตามด้วยอีก 2 เม็ดใน 5 นาทีสุดท้ายครึ่งแรกรวมเป็น 4 ศูนย์พูลสวัสดิ์ ปิดหีบเกมนัดนี้อย่างสิ้นเชิงทั้งที่ฝรั่งเศสมีโอกาสยิงเพียง 7 ครั้ง เข้ากรอบ 5 ครั้งแต่ทำสกอร์ได้แทบจะทุกครั้งที่ยิงเข้ากรอบ

ครับ ผมเชื่อว่า แฟนบอลบ้านเราคง “นอนหลับ” ปิดทีวีไปตั้งแต่จบครึ่งแรกพร้อม ๆ กับคิดว่า ไอซ์แลนด์น่าจะโดนสัก 6-7 เม็ดแน่ ๆ ในครึ่งหลัง

อย่างไรก็ดีครับ แม้อะไรๆ จะไม่ค่อยเป็นใจ เช่น ลูกทุ่มไกลของกัปตันทีม แอรอน กุนนาร์สสัน เฉพาะอย่างยิ่งตอนตาม 2-0 ที่น่าจะเป็นประตูมากไม่ต่างอะไรกับช็อตยิงอังกฤษได้สำเร็จ

หรือลูกเขกของเหน่งๆ ของกองหลังตัวสำรอง อิงกิส อิงกาสัน แต่โดน ฮูโก้ ญอริส ซูเปอร์เซฟในครึ่งหลัง ตามด้วยการทำประตูตีตื้น 1-4 ได้แล้วแต่กลับเสียคืน 1-5 อย่างเร็วเพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้น

รวมกับ “ลักษณะ” การเสียทุกประตูของไอซ์แลนด์ภายการทำทีมของ ลาร์ส ลาเกอร์บัค และไฮเมียร์ ฮัลล์กริมสสัน นั่น “ง่ายไป”

สื่อ และผู้สันทัดกรณีวิเคราะห์กันว่าเป็นเพราะอาการ “อ่อนล้า” จากการกรำศึกหนักติดต่อกันรวม 5 นัดที่ใช้ผู้เล่น 11 คนแรกชุดเดียวกันทั้งหมด

(สเปนก็เหมือนกันที่ใช้ 11 คนแรกเดิม ๆ ตลอด 4 เกมที่ตกรอบไป)

ประตูแรกหลุดกับดักล้ำหน้าง่าย ๆ ที่ คาริ อาร์นาสัน อ่านผิดให้ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ หลุดไปยิง ขณะที่ประตูสอง เกิดจากคอร์เนอร์แล้ว พอล ป๊อกบา โถมโหม่งเข้าไปท่ามกลางยักษ์ไวกิ้งเต็มไปหมด

ประตูที่ 3 ก็เกิดจากการครอสส์ด้านขวาโดย บาคารี่ ซานญ่า และเป็นอีกครั้งที่ ชิรูด์โหม่งชนะก่อนไปจบที่ ดิมิทรี ปาเยต ซัลโวประตูที่ 3 ของตัวเองในทัวร์นาเมนท์ และเกมนี้ได้

เท่านั้นไม่พอก่อนหมดครึ่งแรก อาร์นาสัน โดนลูกแตะง่ายๆ จากชิรูด์ให้ อองตวน กรีซมันน์ หลุดเดี่ยวไปชิพนิ่ม ๆ ข้ามตัว ฮานเนส ฮัลล์ดอร์สสัน เข้าไป 4-0

แน่นอนครับว่า ถูกนำขาดขนาดนั้น แต่กลับยืดอกพกใจออกมาสู้ได้อย่างสุดมัน และยิง 2 ประตูจาก “open play” ได้

ทำให้ฝรั่งเศสเสียประตูเป็นครั้งแรกหลังก่อนหน้านี้เสีย 2 ประตูจาก “จุดโทษ” เท่านั้น

โดยอย่างที่ผมเรียนไว้ในพารากราฟแรกครับว่า หากมองแค่ครึ่งหลัง ไอซ์แลนด์ คือ “ผู้ชนะ” เพราะยิงได้ 2 ประตูขณะที่ฝรั่งเศสตีคืนได้จากฟรีคิกโดยปาเยตให้ ชิรูด์ เอาชนะฮัลล์ดอร์สสัน ได้เพียงประตูเดียว

และประตูที่ 5 ก็เป็นความ “เสียหาย” ครับที่ ไอซ์แลนด์ไม่น่าพลาด เพราะจะว่าไปแล้ว 3 จาก 5 ประตูเป็นลูกกลางอากาศที่เป็น “จุดแข็ง” ของทีม

ส่วนอีก 2 ประตูก็หลุดทะลุกับดักออฟไซด์ง่าย ๆ เข้าไปจนไม่ต้องแปลกใจที่ “ต้นเหตุ” อาร์นาสันจะโดนเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่พักครึ่ง

ทว่า ทั้งหลายทั้งปวงนำมาสู่จุดที่ผมได้แตะไว้ครับว่า “ครึ่งหลัง” ไอซ์แลนด์ เล่นได้ดีขึ้นมาก ยิงฝรั่งเศสได้ถึง 2 เม็ด และชนะสวยใน 45 นาทีหลังที่น่า “เสียดาย” ว่า ความเสียหาย และพังพินาศเกิดขึ้นไปแล้วตั้งแต่ครึ่งแรก

แต่ไอซ์แลนด์ก็ “ไม่เละ” ต่อสู้ ต่อสู้ และต่อสู้ จนไม่เพียงเอาชนะได้ในครึ่งหลัง

ทว่า “ชนะใจ” คนทั่วโลกได้เลยพร้อม ๆ กับ “ปิดฉาก” บทเรียนแห่งการเรียนรู้ครั้งใหญ่ของชาติเล็ก ๆ ในวงการฟุตบอลได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ขอบคุณทีมชาติไอซ์แลนด์จริง ๆ ครับ จากก้นบึ้งของหัวใจเลยทีเดียว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook