ก็แค่อยากรู้...ฟุตบอลโอลิมปิก(2)

ก็แค่อยากรู้...ฟุตบอลโอลิมปิก(2)

ก็แค่อยากรู้...ฟุตบอลโอลิมปิก(2)

มันอาจจะเป็นเพราะใครบางคนที่เบื้องบนกำหนดไว้

ให้ผ่านกันไปให้เรามีอันต้องสวนทางและห่างหาย

ฉันเหงาจนจับหัวใจ…. คิดถึงเธอเกินจะทนไหว
        
 แต่เธออยู่ไหน ไม่รู้ว่าเธอจากไปอยู่ไหน อยากรู้ว่าเธออยู่ตรงที่ไหน โลกนี้กว้างใหญ่สักแค่ไหน แค่ไหนฉันก็จะตามให้เจอเธอ................!!!!!!!
           
ไม่ใช่ “กลอนสด” แต่ว่าเป็น “เนื้อเพลง” จากนักร้องดังสัก 10 กว่าปีที่แล้วอย่าง “ลีโอ พุฒ”
           
ในเพลงที่ชื่อว่า......“ไหน”
          
เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศกับคำถามที่ว่า ทีมฟุตบอลปรีโอลิมปิกไทย....ไปไหน!
           
ย้ำ!!!!ทีมชาติไทยชุดปรีโอลิมปิกไปไหน????????
          
เหตุการณ์นี้แฟนฟุตบอลไทย ยังไม่เคยกล้าที่จะลืม และเป็นคำถามที่ค้างคาใจว่า เมื่อไหร่จะได้คำตอบว่า ตกลงแล้วบอลโอลิมปิก 2012 กับบอลไทย
           
มันจบลงแล้วหรือยังครับนาย!!!
           
เพราะเหตุการณ์ที่ทีมฟุตบอลปรีโอลิมปิกไทย โดนตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขันนั้น มันมีมาตั้งแต่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา
           
ทุกคนทราบเรื่องตั้งแต่วันนั้น...
           
แต่จนถึงวันนี้ก็ยังคง นิ่ง นิ่ง สิงห์วังชา อยู่เหมือนเดิม
           
ย้อนความทรงจำกันอีกครั้ง ก็คือ เหตุการณ์อันน่าเจ็บปวดเกิดขึ้น เมื่อ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) ปรับทีมชาติไทยชุดปรีโอลิมปิก 2012 ตกรอบ

โทษฐานส่งตัวผู้เล่นผิดคุณสมบัติลงสนาม

นั่นคือ สุจริต จันทกล

เหตุผลมาจาก สุจริต มีโทษแบนต่อเนื่องมาจากการได้ใบแดงในการลงเล่นรายการฟุตบอลชิงแชมป์เยาวชน อายุไม่เกิน 19 ปี เมื่อปี 2008 แต่มาลงสนามในเกมที่พบกับทีมชาติปาเลสไตน์ ในการแข่งขันฟุตบอลปรีโอลิมปิก รอบคัดเลือก รอบแรก ที่สนามศุภชลาศัย ที่แข่งขันไปเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

เรื่องของ “สุจริต” จึงกลายเป็น “ทุจริต” ขึ้นมาโดยปริยาย

คำสั่งตัดสินให้เป็น ทีมชาติปาเลสไตน์ ได้สิทธิไปแข่งแทน เพราะไทยเราถูกปรับให้แพ้ 0-3 ทำให้แพ้ไปด้วยสกอร์รวม 0-4

ทั้งที่ของจริงแล้ว ไทย ชนะ 1-0 ในบ้าน ก่อนจะไปแพ้ 0-1 ก่อนไทยชนะในการดวลจุดโทษ 6-5 ดีใจกันแทบตาย

จากเรื่องนี้ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้ตัดสินใจลงโทษทีมชาติไทย เนื่องจากคณะกรรมการพิจารณาว่าได้ส่งผู้เล่นที่ผิดคุณสมบัติลงสนาม

ทั้งที่ตอนนั้นได้ส่งชื่อนักเตะไปแล้ว แถม เอเอฟซี ก็ไม่ได้แย้งอะไรกลับมาเลย
           
หลังจากนั้นแค่ 2 วัน “บังยี” วรวีร์ มะกูดี รักษาการนายกสมาคมฟุตบอลของไทยในตอนนั้น ก็ยืนยันว่า จะช่วยเรื่องนี้อย่างเต็มที่ และได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลกีฬาโลกเรียบร้อยแล้ว
           
พร้อมกับย้ำว่า ข้อผิดพลาดในเรื่องนี้ก็เกิดจากฝ่ายจัดการแข่งขันของสหพันธ์ฟุตบอลเอเชีย หรือ เอเอฟซี ที่ไม่ได้แจ้งรายชื่อผู้เล่นที่ติดโทษแบนก่อนลงสนามให้กับทางทีมชาติไทย

ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องมาจาก เอเอฟซี ไม่รับรองการแข่งขันเอเชียนเกมส์กับทีมชาติไทย ซึ่งเป็นไปไม่ได้  เนื่องจากเป็นทัวร์นาเมนต์ที่พวกเขาดูแลอยู่ และในเรื่องดังกล่าวนี้ ก็ได้หารือกับ นายโมฮัมเหม็ด บิน ฮัมมัม ประธานเอเอฟซี และเขาก็เห็นด้วยกับตน คาดว่าอีก 10 วันหลังจากนี้ เราจะได้รู้ผลการอุทธรณ์ว่าเป็นอย่างไร

อย่างว่า....บิน ฮัมมัม ยังเอาตัวเองไม่ค่อยจะรอด นับประสาอะไรกับเรื่องคนอื่น

จากวันนั้นเลยมา 10 วันเรื่องยังนิ่งจนกระทั่ง คุณวรวีร์ ได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่อไปเป็นสมัยที่ 3 ในวันที่ 17 มิถุนายน พร้อมยืนยันว่า รอคำตอบจากศาลโลก

จึงอยากจะถามตรงนี้ว่า มาถึงตรงนี้แล้ว มันได้คำตอบหรือยังครับ

ไม่ได้เตะแล้ว หรือไปทิศทางไหนช่วยตอบที...ได้มั้ย!!!!!

เรื่องโดย "บี แหลมสิงห์"

คอลัมน์ may i come in please นสพ.กีฬา

>

Advertisement Replay Ad

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์