กู้ซาก....บอลไทย!

กู้ซาก....บอลไทย!

กู้ซาก....บอลไทย!

เลขมงคลประจำปีนี้ตามที่เค้าว่ากันไว้ก็คือวันนี้ วันที่...11-11-11 การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 26 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ได้ฤกษ์เปิดอย่างเป็นทางการ เวลา 19.00 น. ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2011 หรือ 11-11-11 ที่สนามเกโลร่า ศรีวิจาญ่า ใกล้กับแม่น้ำมูซี่ ที่คูโต้ เบซัค ฟอร์ท นครปาเลมบัง

การแสดงครั้งนี้เค้าบอกว่า จะยิ่งใหญ่ตระการตาและดีที่สุดเท่าที่ซีเกมส์เคยมีมาเลยทีเดียว
           
สำหรับพิธีเปิดการแสดงทั้งหมด 5 ชุด มีนักแสดงประมาณ 6,000 คนร่วมโชว์เอกลักษณ์ของชาวปาเลมบัง โดยใช้เทคนิคพิเศษสะท้อนภาพผ่านจออิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ ทั้งภาพนิ่ง และเคลื่อนไหว แสดงออกถึงวัฒนธรรมของศรีวิจาญ่า และความผูกพันของผู้คนกับแม่น้ำมูซี ซึ่งการแสดงทั้งหมดนั้นได้นำทีมจากอเมริกา มาควบคุม

พร้อมกับใช้เงินในการจัดพิธีเปิดและปิดอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท
    
ที่สำคัญคนที่จะมาวิ่งและจุดคบเพลิงถือว่า คลาสสิกทีเดียวนั่นคือสองนักแบดมินตันแห่งตำนาน ซูซี ซูซานติ อดีตนักตบลูกขนไก่สาวชาวอินโดนีเซีย เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก ปี 1992 เป็นผู้จุดคบเพลิง

พร้อมกันนั้นยังมี อลัน บูดิกุสุมา อดีตนักแบดมินตัน ซึ่งเป็นอดีตคู่ผสมมือหนึ่งของโลก เป็นผู้วิ่งคบเพลิง
           
อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นไฮไลต์สำคัญของ 10 จาก 11 ชาติที่เข้าแข่งขัน
           
เพราะไฮไลต์ของคนไทย คือทีมฟุตบอลที่จะลงเล่นนัดที่ 2
           
ทีมฟุตบอลไทย สร้างความผิดหวังให้กับคนไทยทั้งประเทศ เมื่อแพ้ให้กับ มาเลเซีย ในนัดแรก 1-2 อย่างที่ทุกคนได้ไป
           
รูปเกมต้องบอกว่า ไม่ว่ารูไหนก็สู้ไม่ได้ทั้งนั้น

เวลา 17.00 น. พบกับ กัมพูชา ที่นัดแรก ก็ถือว่าไม่ใช่เล่นเหมือนกันเมื่อแพ้ สิงคโปร์ หวุดหวิดแค่ 1-2

หากนับเฉพาะสกอร์  ถือว่าประมาท กัมพูชา ไม่ได้ ยิ่งเมื่อมองถึงสภาพการเล่นและขีดความสามารถของนักเตะไทยแล้ว

ไม่ว่าเจอกับใครก็น่าห่วงทั้งนั้น

สิ่งที่เราไม่มีสิทธิ์ที่จะผิดพลาดอีกแล้ว ไม่มีอะไรจะมากไปกว่าการจะต้องเดินหน้าคว้าชัยชนะให้ได้เพียงสถานเดียวเท่านั้น

ผมเคยพูดถึงทีมฟุตบอลทีมนึงว่า ฟุตบอลทีมนี้ควรปรับปรุงอยู่ 4-5 อย่าง นั่นก็คือ ประตูต้องตัดบอลโด่งให้ดีกว่านี้, กองหลังต้องยืนให้ถูกตำแหน่ง, กองกลางต้องจ่ายให้แม่น และกองหน้าต้องยิงให้คม

แล้วก็ต้องบอกว่า “เลิกเล่นไปเลยดีกว่า” เป็นการตบมุก!

เป็นตลกร้ายจริงๆ ที่เห็นทีมบอลไทยชุดซีเกมส์ ใกล้เคียงกับสิ่งที่เคยบอกไว้อย่างไม่ได้ตั้งใจแม้แต่จะคิด

แถมยังเล่นแบบขาดความมั่นใจ และขาดความมุ่งมั่นอีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น ทีมชาติไทย ที่เพิ่งจะเสียสถิติไม่แพ้ใครในเวลาปกติ 53 นัดในศึกซีเกมส์เมื่อ 2 ปีก่อนที่ลาว และจากการแพ้ มาเลเซีย นัดล่าสุด ถือเป็นแพ้ติดต่อกัน 2 นัด

และนับเป็นการออกสตาร์ตด้วยการพ่ายแพ้นัดประเดิมสนามหนแรกในรอบ 38 ปี โดยครั้งล่าสุดคือซีเกมส์ พ.ศ.2516 ครั้งนั้นแพ้ สิงคโปร์ 0-1 ก่อนจะตกรอบแรก

ไม่อยากให้มีสถิติอะไรเกิดขึ้นอีกแล้ว
      
บอกตามตรงว่า “แพ้” ทุกคนรับได้ แต่ถ้า “แพ้”ในสภาพแบบที่ไม่วิ่งแพ้แบบไม่สู้แพ้แบบไม่เอา ทั้งที่คำฮิตของคนไทยตอนนี้คือ “เอาอยู่” แต่อยู่ๆ ไม่เอาแบบนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกัน

ด้วยรักและเคารพ ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างที่ทุกคนทราบในความเป็นตัวผมดี สองคนที่เป็นหัวอย่าง “บิ๊กกาเซ็ม” เกษม จริยวัฒน์วงศ์ ผู้จัดการทีม และ “โค้ชเหม่ง” ประพล พงษ์พานิช กุนซือ ถือเป็นคนที่ทุ่มเททำงานกันอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ให้มีเงินจ่ายเข้าไปเท่าไหร่ หรือแท็กติกดีแค่ไหน แต่ถ้านักบอลมันไม่มีหัวใจ กับส่งพวกผีดิบลงไปในสนาม
           
คงไม่ต้องถาม เพราะทุกท่านคงจะทราบคำตอบ!

เรื่องโดย "บี แหลมสิงห์"

คอลัมน์ may i come in please นสพ.กีฬารายวันฮอตสกอร์

>  

Advertisement Replay Ad

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์