ฟุตบอลซีเกมส์ไทยตกรอบต้องรับผิดชอบ

ฟุตบอลซีเกมส์ไทยตกรอบต้องรับผิดชอบ

ฟุตบอลซีเกมส์ไทยตกรอบต้องรับผิดชอบ

สำหรับหนทางของนักฟุตบอลทีมชาติไทยในกีฬาซีเกมส์ก็จบลงอย่างเป็นทางการด้วยความล้มเหลวแบบชนิดที่ว่า แฟนบอลชาวไทยอาจจะรับไม่ได้เลยทีเดียว หรือไม่ บางคนก็ยังพอทำใจรับความเจ็บปวดไหว เพราะมีประสบการณ์แบบนี้มาเมื่อสองปีที่แล้ว เมื่ออกหักอีกครั้งก็อาจจะไม่เหมือนกับอาการอกหักครั้งแรกในชีวิต
     
ผลงานของทีมชาติในซีเกมส์ครั้งนี้ต้องยอมรับว่าเป็นฟุตบอลชุดที่เลวร้ายชุดหนึ่งในประวัติศาสตร์ลูกหนังไทยเลยทีเดียว เพราะแพ้ไปถึงสามนัดต่อมาเลเซีย, อินโดนีเซีย และ สิงคโปร์ ชนะเพียงแค่นัดเดียวก็คือชัยชนะเหนือกัมพูชา

ซึ่งถ้าย้อนกลับไปเมื่อห้าปีที่แล้ว คงไม่มีใครคิดว่าทีมบอลไทยของเราจะมาถึงจุดตกต่ำได้ขนาดนี้ เพราะตอนนั้นทุกคนยังเชื่อว่าบอลไทยเหนือกว่าระดับในอาเซียน แล้วรอลุ้นไปเล่นฟุตบอลโลกให้ได้เพียงอย่างเดียว
     
ส่วนเรื่องของสาเหตุที่ว่า ทำไมทีมฟุตบอลไทยถึงตกรอบแรก ก็คงหาคำตอบได้ไม่ยาก เมื่อดูทีมชาติไทยเล่นในทุกนัด และเรื่องสาเหตุของความล้มเหลวก็คงเป็นเหตุผลเดิมๆ ไม่ต่างจากที่ผ่านมาเท่าไหร่ หรืออาจจะมีเหตุผลใหม่ๆ บ้าง ที่รวมกับของเดิมจึงขอไม่พูดถึงดีกว่า

แต่ที่น่าสงสารที่สุดคงหนีไม่พ้นแฟนฟุตบอลทีมชาติไทย ที่อยากเห็นบอลในสายเลือดของตัวเองประสบความสำเร็จหรือสร้างความสุขในช่วงสถานการณ์ที่บางคนกำลังเครียดกับภัยภิบัติที่กำลังเจออยู่ตอนนี้
      
สิ่งที่อยากเห็นหลังจากที่ทีมชาติไทยกลับมาก็คงเป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง เนื่องจากความล้มเหลวนี้เห็นแล้วยิ่งปวดใจและหวังจะเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไปในทางที่ดีขึ้น ในความหมายนี้ไม่ได้หมายถึงการให้ คุณวรวีร์ มะกูดี ลาออกจากตำแหน่ง แต่เป็นเรื่องรายละเอียดการทำทีมมากกว่า

โดยอยากจะให้สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นบทเรียนให้แก้ไขอย่างถูกต้อง เพราะความผิดพลาดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ถ้าเกิดขึ้นทุกครั้งก็คงจะรับไม่ไหว

ดังนั้นครั้งนี้อยากจะให้เป็นครั้งสุดท้ายที่จะเห็นฟุตบอลไทยล้มเหลว เพราะเชื่อว่าทุกคนไม่อยากให้ทีมที่เสมือนเป็นตัวแทนของตัวเองล้มเหลวแน่นอน
   
ในส่วนของการทำทีมก็อยากเห็นการพัฒนาอย่างจริงจัง เอาคนที่มีฝีมือ ความรู้ความสามารถเข้ามาคุมทีม คอยวางระบบ และที่สำคัญ ต้องใช้คนให้ถูกกับงาน

ถ้าโค้ชคนนี้มีสไตล์การทำทีมแบบไหน หรือมีจุดอ่อนตรงไหนก็ต้องหาทีมงานที่จะเข้าช่วยแก้ไขข้อบกพร่องเพื่อให้เค้นศักยภาพทีมให้ออกมามีขีดความสามารถสูงสุด เพราะโค้ชทุกคนอาจจะเก่งไม่เหมือนกัน และมีวิธีในการทำทีมต่างกัน
     
ดังนั้น ความล้มเหลวของทีมฟุตบอลไทยในซีเกมส์ครั้งนี้ ถ้าจะให้ใครคนหนึ่งรับผิดชอบเพียงคนเดียว ก็คงไม่ใช่เรื่องที่ยุติธรรมซักเท่าไหร่

เพราะคำว่า “ทีม” ถ้าประสบความสำเร็จ ก็ประสบความสำเร็จมีความสุขด้วยกัน แต่ถ้าเกิดล้มเหลวขึ้นมา ก็อย่างที่กล่าวไปคือ ทุกคนต้องร่วมรับผิดชอบ แต่อยู่ที่ว่าแต่ละคนจะรับผิดชอบในความล้มเหลวที่เกิดขึ้นยังไงมากกว่า
    
สุดท้ายนี้ก็อยากจะเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบอย่างจริงจังในความล้มเหลวที่เกิดขึ้นครั้งนี้

เพราะเป็นเรื่องที่ทำใจลำบากจริงๆ เวลาเห็นทีมชาติไทยต้องแพ้ทีมชาติเพื่อนบ้านที่เรามักจะมองว่าชื่อชั้นอ่อนกว่าเรามาโดยตลอด

แม้ว่าความจริงตอนนี้เราอาจจะเก่งกว่ากัมพูชาอยู่ แต่ทีมอื่นในอาเซียนที่ชนะเราก็คงต้องทำให้เราต้องคิดใหม่ และไม่กล้าตั้งความหวังกับซีเกมส์ไว้สูงเหมือนเมื่อก่อน    

อย่างไรก็ตาม ถ้าให้เลิกเชียร์ทีมชาติไทย หรือไม่ตั้งความหวังเลยคงเป็นไปไม่ได้ เพราะฟุตบอลนอกดูแค่สนุก

แต่ฟุตบอลไทยนั้นคือสายเลือด ที่เกิดมาต้องเชียร์ครับ

เรื่องโดย "หมอเมา"

คอลัมน์ หมอเมาเล่า นสพ.กีฬารายวันฮอตสกอร์

Advertisement Replay Ad

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์