บอลโลก 2014 บอล วิเคราะห์บอล ผลบอล ตารางบอล โปรแกรมบอลวันนี้ พรีเมียร์ลีก ข่าววันนี้ ดูทีวีออนไลน์ หนังใหม่

เมนู

เรื่องราวที่ไม่มีเหตุผลของตอร์เรส

| เปิดอ่าน | ความคิดเห็น 32

ฮอตสกอร์

ฮอตสกอร์ สนับสนุนเนื้อหา

สัปดาห์ที่แล้ว กระแสข่าวเรื่องฟอร์มของกองหน้าเชลซีที่ชื่อว่า เฟร์นานโด ตอร์เรส กำลังมาแรงไม่แพ้เรื่องการตกรอบฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ของสองทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์เลยทีเดียว

เรื่องราวที่ไม่มีเหตุผลของตอร์เรส

สัปดาห์ที่แล้ว กระแสข่าวเรื่องฟอร์มของกองหน้าเชลซีที่ชื่อว่า เฟร์นานโด ตอร์เรส กำลังมาแรงไม่แพ้เรื่องการตกรอบฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ของสองทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์เลยทีเดียว

หลังจากที่ “เดลี่เมล์” หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ชื่อดังของอังกฤษออกมารายงานข่าวว่าเชลซีพร้อมจะยอมขาดทุนปล่อยหัวหอกที่มีฉายาว่า เอล นินโญ่ และเป็นนักเตะสเปนที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลกด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์
               
ในตอนแรก ก่อนที่ตอร์เรสจะย้ายมาอยู่กับเชลซีก็ถือว่าเป็นยอดกองหน้าระดับโลกตั้งแต่สมัยอยู่กับ แอต.มาดริด ด้วยสถิติยิงไปถึง 82 ประตู พอราฟาเอล เบนิเตซ ดึงมาอยู่กับลิเวอร์พูลก็ยิงให้กับทีมได้ถึง 65 ประตู

จึงไม่แปลกใจเลยว่าตอนแรกทำไมเชลซีถึงทุ่มเงินเป็นสถิติของสูงสุดของสโมสรด้วยจำนวนเงินมากถึง 50 ล้านปอนด์ เพื่อเป็นค่าฉีกสัญญาของตอร์เรสกับลิเวอร์พูล
              
พอมาอยู่กับเชลซีด้วยเหตุผลเดียวคือเชลซีคือทีมที่มีโอกาสพาตัวเขาประสบความเร็จมากกว่าต้นสังกัดเดิมอย่างลิเวอร์พูล ที่ปีล่าสุดยังไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลยูฟ่า ยูโรป้าลีกเลย แต่การย้ายมาของตอร์เรสอาจจะเป็นการคิดผิด

เพราะตั้งแต่ลงสนามให้กับทีมไปยี่สิบห้านัด ยิงได้แค่สามประตูเอง ถือว่าเป็นกรณีคล้ายอังเดร เชฟเชนโก้ที่เชลซีเคยดึงมาด้วยค่าตัวมหาศาลเหมือนกัน แต่สุดท้ายก็ต้องปล่อยตัวออกไปแบบขาดทุน
              
 อย่างไรก็ตาม จะสรุปว่าตอร์เรสล้มเหลวกับเชลซีซะทีเดียวก็ยังไม่ได้ เพราะเจ้าตัวยังอยู่กับสโมสรและมีโอกาสที่จะสร้างความสำเร็จได้ในอนาคต แม้เปอร์เซ็นต์จะไม่มากเหมือนตอนที่ย้ายเข้ามาใหม่ๆ

แต่ตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้นกับแฟนบอลและหลายๆ คนว่าเกิดอะไรขึ้นกับกองหน้าระดับพระกาฬอย่างตอร์เรส ที่กำลังเอาชื่อมาทิ้งที่กรุงลอนดอนแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
               
ขณะที่เพื่อนร่วมทีมตำแหน่งเดียวกันอย่าง ดิดิเยร์ ดร็อกบา หรือ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ก็กำลังเล่นได้ดีและยึดตำแหน่งตัวจริงของทีมไปแล้ว โดยเฉพาะรายหลังเป็นแค่เด็กปั้นของสโมสร แต่เวลาลงเล่นก็ทำให้แฟนบอลลืมชื่อของตอร์เรสไปได้เหมือนกัน

เพราะเล่นดีเหลือเกิน ขณะที่เวลาตอร์เรสลงสนาม รู้สึกว่าเหมือนมีอะไรมาสิงทำให้เล่นไม่ได้อย่างที่หวังไว้ ทั้งๆ ที่เจ้าตัวก็มีความตั้งใจที่จะเค้นฟอร์มเก่งออกมาช่วยทีมให้ได้ ซึ่งพอได้รับโอกาสจาก อังเดร วิลลาส โบอาส ผลงานก็มักไม่เข้าเป้าเป็นประจำ

ถ้ามาดูเหตุผลว่าทำไมตอร์เรสเป็นแบบนี้ก็มองได้หลายปัจจัย โดยเฉพาะการเล่นไม่เข้าระบบกับทีม หรืออาจจะฝีเท้าตกลง รวมทั้งอาจจะโดนคำสาปของแฟนบอลของลิเวอร์พูลแช่งเอาไว้ตั้งแต่ย้าย

ที่พอเวลากองหน้าคนไหนย้ายออกจากทีมด้วยเหตุผลว่าอยากประสบความสำเร็จก็มักจะไปไม่สวยในอาชีพของตัวเอง ไล่มาตั้งแต่ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์, ไมเคิล โอเว่น และ เฟร์นานโด ตอร์เรส ที่อาจจะเป็นรายล่าสุด
               
อย่างไรก็ตาม เวลาที่จะพิสูจน์ตัวของตอร์เรสเหลือน้อยไปทุกทีแล้ว และเชื่อว่าโอกาสของเจ้าตัวในทีมเชลซีอาจจะไม่หมดลงในช่วงเปิดตลาดเดือนมกราคม แต่ถ้าเป็นช่วงจบฤดูกาลแล้วฟอร์มยังไม่กลับมาเหมือนที่หวังไว้ ก็เชื่อแน่ว่าโอกาสที่ตอร์เรสต้องหาที่อยู่ใหม่มีสูงเลยทีเดียว เพราะเชลซีมีเงิน มีบุคลากรที่พร้อมอยู่แล้ว ไม่แคร์ซูเปอร์สตาร์เพียงคนเดียวแน่

               
สำหรับผม เรื่องราวของ เฟร์นานโด ตอร์เรส ก็ยังหาเหตุผลที่แท้จริงไม่ได้ ว่าทำไมฟอร์มการเล่นถึงเป็นแบบนี้ เนื่องจากเรื่องของฟอร์มของนักฟุตบอลมีเหตุผลและปัจจัยมากมายที่ทำให้ล้มเหลวอย่างเช่น อาเดรียโน่ กับอินเตอร์ มิลาน ที่ติดแอลกอฮอล์หรือ อาเดรียน มูตู ที่เคยมาอยู่กับเชลซี แต่ล้มเหลวเพราะติดยา แต่กรณีของ ตอร์เรส ก็ไม่ได้มีข่าวว่าเจ้าตัวจะไปทำอะไรไม่ดี หรือเป็นกรณีรุนแรงเหมือนสองคนที่กล่าวไป
     
ดังนั้น ก็ต้องติดตามกันต่อว่า เรื่องราวของตอร์เรสกับเชลซีจะลงเอยยังไง หรือไม่เรื่องที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นแค่ช่วงฟอร์มตกและตอร์เรสคงเรียกฟอร์มเก่งของตัวเองกลับมาได้ในเร็วๆ นี้ แต่ที่แน่ๆ ตัวเลือกของการขายตอร์เรสออกไปแบบขาดทุน หรือหวังให้เจ้าตัวเรียกฟอร์มเก่งกลับมา เชื่อว่าแฟนบอลส่วนใหญ่ต้องเลือกข้อสองแน่

เพราะถ้าตอร์เรสกลับมา เชลซีก็จะแข็งแกร่งขึ้น มีความหลากหลายในเกมรุกมากขึ้น สุดท้ายนี้ก็คงได้แต่หวังว่าการที่ตอร์เรสฟอร์มตกไปแบบไม่มีเหตุผลก็มีสิทธิที่จะกลับมาฟอร์มดีแบบไม่มีเหตุผลได้เหมือนกัน

เพราะเรื่องของฟุตบอลไม่ใช่เรื่องของเหตุผลอยู่แล้วในบางครั้งครับ

เรื่องโดย "หมอเมา"

คอลัมน์ หมอเมาเล่า นสพ.กีฬารายวันฮอตสกอร์

Sanook.com menu