โรบิ้น,วิดิชโซ้ย! ผีเด็ดปีกหงส์2-1 ศึกแดงเดือด

โรบิ้น,วิดิชโซ้ย! ผีเด็ดปีกหงส์2-1 ศึกแดงเดือด

โรบิ้น,วิดิชโซ้ย! ผีเด็ดปีกหงส์2-1 ศึกแดงเดือด



ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม 2556

แมนฯ ยูไนเต็ด  2-1  ลิเวอร์พูล

สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด

ผู้ตัดสิน : ฮาวเวิร์ด เว็บบ์



 

 

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่บิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์ เป็นการพบกันของสองทีมคู่รักคู่แค้นตลอดการ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูล

เกมนัดนี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ส่ง โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ลงเป็นกองหน้าตัวเป้า ขณะที่แนวรับส่ง เนมานย่า วิดิช และ ริโอ เฟอร์ดินานด์ เป็น 11 คนแรก

ส่วน "หงส์แดง" เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เกมนี้ จัด ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง คอยทำเกมรุก แล้ววาง หลุยส์ ซัวเรซ เป็นหัวหอกเช่นเดิม

เริ่มเกมเป็นฝ่ายเจ้าถิ่นที่เปิดเกมเข้าใส่ทันที นาทีที่ 9 แดนนี่ เวลเบ็ค ไหลบอลต่อให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ยิงด้วยขวา แต่บอลไปติดแนวรับของลิเวอร์พูล ก่อนที่บอลจะกระฉอกไปเข้ามือ เปเป้ เรน่า ทำให้รับสบายๆ

นาที 19 กองเชียร์ผีแดงได้เฮ เมื่อ ปาทริซ เอฟร่า เปิดบอลมาที่หน้าประตู โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ วิ่งเข้ามาแปด้วยซ้าย เน้นๆ ผ่านมือ เปเป้ เรน่า เข้าซุกก้นตาข่ายอย่างสุดสวย แมนฯยูไนเต็ด ขึ้นนำ ลิเวอร์พูล 1-0

นาที 26 เจ้าถิ่นได้ลุ้นอีกครั้ง แอชลี่ย์ ยัง แทงบอลทะลุช่องให้กับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ แปบอลตามน้ำด้วยซ้าย แต่บอลผิดเหลี่ยมลอยข้ามคานไป

นาที 34 ได้โอกาสลุ้น เมื่อ เวลเบ็ค ฉกบอลได้กระชากเข้าเขตโทษ ซัดด้วยซ้ายแต่ ดาเนียล แอ็กเกอร์ เข้ามาบล็อกไว้ได้ทัน

และนาที 40 แมนฯยูฯ ยังได้ลุ้นประตูอีกครั้ง เมื่อ แอชลี่ย์ ยัง เปิดบอลเข้าไปหน้าประตู บอลมาถึง โจ อัลเลน โหม่งเคลียร์ไม่ขาด บอลมาเข้าทาง ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ ได้วอลเล่ย์เต็มข้อ บอลเฉียดเสาสองออกไปอย่างหน้าเสียดาย

ช่วงท้ายเกม ลิเวอร์พูล มาเสียใบเหลือง เมื่อ ลูคัส เลว่า เสียบบอลใส่ แอชลี่ย์ ยัง จึงรับใบเหลืองไปเป็นคนแรก หมดครึ่งแรก แมนฯยูฯ เปิดบ้านขึ้นนำ ลิเวอร์พูล อยู่ 1-0

เริ่มครึ่งหลัง แมนฯยูฯ เปลี่ยนตัว ส่ง อันโตนิโอ วาเลนเซีย ลงแทน แอชลี่ย์ ยัง ที่มีอาการบาดเจ็บช่วงครึ่งแรก ส่วน ลิเวอร์พูล ส่ง ลูคัส เลว่า ที่โดนใบเหลืองออก เอา ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ลงมาแทน

นาที 51 ทีมเยือนได้โอกาสบ้าง จังหวะที่ หลุยส์ ซัวเรซ จ่ายบอลให้ อันเดร วิสดอม เข้าเขตโทษฝั่งขวา แต่ยิงหลุดกรอบออกไป

และนาที่ 55 เจ้าบ้าน แมนฯยูฯ ได้เฮกันอีกครั้ง จากลูกฟรีคิก โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เปิดบอลให้ ปาทริซ เอวร่า กระโดดโหม่งที่เสาสอง แต่บอลมาถูกหน้า เนมานย่า วิดิช แฉลบเข้ากรอบ ทำให้ ปีศาจแดง นำห่าง 2-0

ต่อมาอีก3 นาที ลิเวอร์พูล ได้เฮบ้าง เมื่อ แมนฯยูฯ จ่ายบอลพลาด ถูกราฮีม สเตอร์ลิง ฉกบอลไปได้ ส่งให้ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ยิงด้วยขวา ดาบิด เด เคอา พุ่งปัด แต่บอลกระดอนมาถึง ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ตามซ้ำตุงตาข่าย ลิเวอร์พูล ไล่มา 1-2

นาที 63 แดนนี่ เวลเบ็ค จ่ายบอลไปติดแนวรับ ลิเวอร์พูล แต่บอลไหลมาเข้าทาง ชินจิ คากาวะ ได้บรรจงปั่นด้วยขวาหน้าเขตโทษ โฆเซ่ เรน่า เหินปัดออกหลังไปได้หวุดหวิด

นาที 70 ทีมเยือน ลิเวอร์พูล ก็ได้ลุ้น เมื่อ หลุยส์ ซัวเรซ วางบอลให้ ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ พักบอลลงแล้วกด แต่บอลไม่เข้ากรอบ

นาที 77 แมนฯยูฯ เปลี่ยนตัว 2คน โดยส่ง ฟิล โจนส์ แทน ชินจิ คางาวะ และ คริส สมอลลิ่ง ลงแทน เนมานย่า วิดิช ส่วน ลิเวอร์พูล ส่ง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ลงมาแทน โจ อัลเลน

ช่วงท้ายเกม ลิเวอร์พูล กดดันอย่างหนัก และนาที 85 ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสตีเสมอ เมื่อ หลุยส์ ซัวเรซ พาบอลแหวกแนวรับ แมนฯยูฯ ก่อนบอลหลุดมาเข้าทาง ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ แต่ยิงข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเฉือนชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 ขึ้นนำจ่าฝูงห่าง 7 แต้มต่อไป


     
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
รายชื่อ 11 คนแรกของทั้งสองทีม

- แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1): ดาวิด เด เกอา; ราฟาเอล, เนมานย่า วิดิช, ริโอ เฟอร์ดินานด์, ปาทริซ เอฟร่า; ไมเคิล คาร์ริค, ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์, แอชลี่ย์ ยัง; ชินจิ คางาวะ, แดนนี่ เวลเบ็ค, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่

ผู้จัดการทีม: เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน


- ลิเวอร์พูล (4-3-3): เปเป้ เรน่า; อังเดร วิสดอม, มาร์ติน สเคอร์เทล, แดเนี่ยล แอ็กเกอร์, เกล็น จอห์นสัน;โจ อัลเลน, ลูคัส, สตีเว่น เจอร์ราร์ด; ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ; หลุยส์ ซัวเรซ

ผู้จัดการทีม: เบรนแดน ร็อดเจอร์ส

เด็กระเบิด! "น้ามู" ปลื้มฟอร์ม "โดลเบิร์ก" พร้อมสอยซัมเมอร์นี้

เด็กระเบิด! "น้ามู" ปลื้มฟอร์ม "โดลเบิร์ก" พร้อมสอยซัมเมอร์นี้

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก "แมนเชสเตอร์ ซิตี้ - สเปอร์ส"

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก "แมนเชสเตอร์ ซิตี้ - สเปอร์ส"

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก "สโต๊ค ซิตี้ - แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด"

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก "สโต๊ค ซิตี้ - แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด"

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก "ลิเวอร์พูล - สวอนซี ซิตี้"

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก "ลิเวอร์พูล - สวอนซี ซิตี้"

ใจหายหมด! เผยแล้วเบื้องหลังข้อความเศร้า "ซานเชซ" โพสต์ผ่านอินสตาแกรม

ใจหายหมด! เผยแล้วเบื้องหลังข้อความเศร้า "ซานเชซ" โพสต์ผ่านอินสตาแกรม

ตำนานกลับบ้าน! "เฮียเจิด" เข้ารับตำแหน่งโค้ชอคาเดมี "หงส์แดง"

ตำนานกลับบ้าน! "เฮียเจิด" เข้ารับตำแหน่งโค้ชอคาเดมี "หงส์แดง"

พี่ขอนะ! "อองรี" อยากให้ "อเล็กซิส+โอซิล" อยู่ "ปืนใหญ่" จนเลิก

พี่ขอนะ! "อองรี" อยากให้ "อเล็กซิส+โอซิล" อยู่ "ปืนใหญ่" จนเลิก

ถึงกับงง! สื่อแฉปฏิกิริยา "เป็ป" ต่อลูกทีมหลังเกมพ่าย "เอฟเวอร์ตัน" 0-4

ถึงกับงง! สื่อแฉปฏิกิริยา "เป็ป" ต่อลูกทีมหลังเกมพ่าย "เอฟเวอร์ตัน" 0-4

ดับฝันแฟนผี! "ประธานตราหมี" ยันเอง "กรีซมันน์" อยู่กับทีมอีกนาน

ดับฝันแฟนผี! "ประธานตราหมี" ยันเอง "กรีซมันน์" อยู่กับทีมอีกนาน

เมื่อ "ไก่" เปลี่ยนไป...

เมื่อ "ไก่" เปลี่ยนไป...

ระดับยอดมนุษย์! "คิเอลลินี่" ชู "ป็อกบา" เสมือน "เจมส์-โบลท์" แห่งวงการลูกหนัง

ระดับยอดมนุษย์! "คิเอลลินี่" ชู "ป็อกบา" เสมือน "เจมส์-โบลท์" แห่งวงการลูกหนัง

แฟน "ผี" เฮ! "ลียง" โอเคค่าตัว "เมมฟิส" ลุยลีกเอิง แต่มีออปชั่นซื้อกลับ

แฟน "ผี" เฮ! "ลียง" โอเคค่าตัว "เมมฟิส" ลุยลีกเอิง แต่มีออปชั่นซื้อกลับ

น้ำตาจะไหล! "ลูคัส" ยิงในรอบ 7 ปีพา "หงส์" ดับ "พลีมัธ" 1-0 ลิ่วเอฟเอ คัพ รอบ 4 (คลิป)

น้ำตาจะไหล! "ลูคัส" ยิงในรอบ 7 ปีพา "หงส์" ดับ "พลีมัธ" 1-0 ลิ่วเอฟเอ คัพ รอบ 4 (คลิป)

แชมป์ลีกเลยนะ! "บุตต์เนอร์" ลั่นไม่ล้มเหลวกับ "ผีแดง", ชี้ "เจิด" ยังไม่เคยได้เลย

แชมป์ลีกเลยนะ! "บุตต์เนอร์" ลั่นไม่ล้มเหลวกับ "ผีแดง", ชี้ "เจิด" ยังไม่เคยได้เลย

4 แข้งตัวอย่างเตือนสติ "ปาเยต"

4 แข้งตัวอย่างเตือนสติ "ปาเยต"

สัญญาณเตือนครั้งสุดท้ายก่อน "เรือใบล่ม"

สัญญาณเตือนครั้งสุดท้ายก่อน "เรือใบล่ม"

เด็ดเดี่ยว! ดาวรุ่ง "บาร์ซ่า" ปัดย้ายซบ "ปืนใหญ่", บอกย้ำ "ไม่อยากฟัง"

เด็ดเดี่ยว! ดาวรุ่ง "บาร์ซ่า" ปัดย้ายซบ "ปืนใหญ่", บอกย้ำ "ไม่อยากฟัง"

แฟนสิงห์โล่งอก! "คอสต้า" จูบปาก "คอนเต้" กลับมาซ้อมแล้ว

แฟนสิงห์โล่งอก! "คอสต้า" จูบปาก "คอนเต้" กลับมาซ้อมแล้ว

ไหนๆก็ไหนๆ! "เว็บบ์" ชี้ประตูตีเสมอ 1-1 ในศึกแดงเดือดของ "แมนฯ ยูฯ" เหมาะสมแล้ว

ไหนๆก็ไหนๆ! "เว็บบ์" ชี้ประตูตีเสมอ 1-1 ในศึกแดงเดือดของ "แมนฯ ยูฯ" เหมาะสมแล้ว

ทุกอย่างต้องมีเหตุผล! "ชไนเดอร์แล็ง" เผยสาเหตุที่เลือกสวมเสื้อหมายเลข 2

ทุกอย่างต้องมีเหตุผล! "ชไนเดอร์แล็ง" เผยสาเหตุที่เลือกสวมเสื้อหมายเลข 2

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์