วิเคราะห์บอลยูโร อังกฤษ - อิตาลี

วิเคราะห์บอลยูโร อังกฤษ - อิตาลี

วิเคราะห์บอลยูโร อังกฤษ - อิตาลี

ฟุตบอลยูโร 2012

 

ยูโร 2012 รอบ 8 ทีมสุดท้าย

อังกฤษ - อิตาลี


เวลา: 01.45 น.
สนาม: เอ็นเอสซี โอลิมปิสกี้
ผู้ตัดสิน: เปโดร โปรเอนซ่า (โปรตุเกส)
ถ่ายทอดสด: ช่อง 3

 


 

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม

อังกฤษ

19 มิ.ย. 55 ชนะ ยูเครน 1-0 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย
15 มิ.ย. 55 ชนะ สวีเดน 3-2 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย
11 มิ.ย. 55 เสมอ ฝรั่งเศส 1-1 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย
2 มิ.ย. 55 ชนะ เบลเยียม 1-0 (เหย้า) กระชับมิตร
26 พ.ค. 55 ชนะ นอร์เวย์ 1-0 (เยือน) กระชับมิตร

อิตาลี

18 มิ.ย. 55 ชนะ ไอร์แลนด์ 2-0 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย
14 มิ.ย. 55 เสมอ โครเอเชีย 1-1 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย
10 มิ.ย. 55 เสมอ สเปน 1-1 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย
1 มิ.ย. 55 แพ้ รัสเซีย 0-3 (กลาง) กระชับมิตร
29 ก.พ. 55 แพ้ สหรัฐอเมริกา 0-1 (เหย้า) กระชับมิตร

ผลงานการพบกันที่ผ่านมา

27 มี.ค. 45 กระชับมิตร อังกฤษ 1-2 อิตาลี
15 พ.ย. 43 กระชับมิตร อิตาลี 1-0 อังกฤษ
11 ต.ค. 40 ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก อิตาลี 0-0 อังกฤษ
12 ก.พ. 40 ฟุตบอลโลกรอคัดเลือก อังกฤษ 0-1 อิตาลี
4 มิ.ย.40 กระชับมิตร อังกฤษ 2-0 อิตาลี
7 ก.ค. 33 ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย อิตาลี 2-1 อังกฤษ

ความพร้อม-สภาพทีม

อังกฤษ

รอย ฮอดจ์สันน่าจะพร้อมใช้งานนักเตะชุดฟูลทีมได้อีกครั้งในเกมนี้ โดยแอชลี่ย ยัง ปีกตัวเก่งจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจ็บหน้าแข้งมาจากเกมที่แล้วจนต้องโดนเปลี่ยนตัวออก แต่ก็น่าจะฟิตทันลงสนามได้ในเกมนี้

ส่วนเกล็น จอห์นสัน แบ็กขวาจากลิเวอร์พูล ก็พร้อมลงทำหน้าที่ได้ต่อไป แม้จะยังต้องพึ่งการฉีดยาเพื่อรักษาปัญหาการติดเชื้อที่นิ้วเท้าอยู่ก็ตาม

นั่นหมายความว่าสิงโตคำรามอาจจะจัด 11 ผู้เล่นชุดเดียวกับเกมที่แล้วลงสนามอีกครั้ง หลังได้เวย์น รูนี่ย์ ดาวยิงตัวความหวัง พ้นโทษแบนกลับมาลงเล่นได้ และโหม่งประตูชัยให้ทีมทันทีในนัดที่แล้ว

แดนนี่ เวลเบ็คน่าจะยังได้ลงเล่นคู่กับรูนี่ย์ในระบบ 4-4-2 แบบดั้งเดิมอีกครั้ง โดยแอนดี้ คาร์โรลล์จะถูกเก็บไว้เป็นตัวสำรองเช่นเดิม ขณะที่เจอร์เมน เดโฟ อีกหนึ่งตัวเลือกในแนวรุก ก็ยังรอโอกาสอยู่ แม้จะต้องเดินทางกลับบ้านเกิดไปสองรอบ เพื่อจัดการงานศพของบิดาก็ตาม

เกมนี้โจ ฮาร์ทจะรับหน้าที่เฝ้าเสา ส่วนแผงแบ็กโฟร์ประกอบด้วยจอห์นสัน, จอห์น เทอร์รี่, โจลีออน เลสค็อตต์ และแอชลี่ย์ โคล

สตีเว่น เจอร์ราร์ด มิดฟิลด์กัปตันทีม จะเป็นตัวหลักตรงกลางสนามคู่กับสก็อตต์ ปาร์คเกอร์ โดยมีเจมส์ มิลเนอร์ที่น่าจะได้เป็นตัวทำเกมริมเส้นทางฝั่งขวาเช่นเดิม ส่วนยังก็คงจะเป็นตัวขึ้นเกมทางฝั่งซ้ายต่อไป

ขณะที่ธีโอ วัลค็อตต์และอเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน สองปีกดาวรุ่งจากอาร์เซนอล ต้องรอลุ้นโอกาสว่าจะถูกส่งลงสนามหรือไม่ โดยเฉพาะรายแรกที่ฟิตสมบูรณ์ดีแล้ว หลังมีอาการบาดเจ็บที่แฮมสตริงรบกวนขึ้นมา

ผู้เล่นบาดเจ็บ: แอชลี่ย์ ยัง
ผู้เล่นโดนแบน: -
ผู้เล่นติดใบเหลือง: อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, แอชลี่ย์ ยัง, เจมส์ มิลเนอร์, แอชลี่ย์ โคล, สตีเว่น เจอร์ราร์ด

ความพร้อม-สภาพทีม

อิตาลี

อัซซูรี่หมดสิทธิใช้งานจอร์โจ้ คิเอลลินี่ เซ็นเตอร์แบ็กประสบการณ์สูงสุดของทีม หลังอาการบาดเจ็บที่ต้นขากำเริบขึ้นมาอีกในเกมที่แล้ว ทำให้เกมนี้เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ที่ลงไปแทนเขาในนัดก่อน คงจะได้เล่นเป็นตัวจริงคู่กับอันเดรีย บาร์ซายี่ ซึ่งฟิตกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง หลังชวดบู๊ไปสองนัดแรกเพราะเจ็บน่องมาจากเกมอุ่นเครื่อง

เชซาเร่ ปรันเดลลี่ต้องตัดสินใจว่าจะใช้แผนการเล่นแบบไหนในเกมนี้ แต่โอกาสที่จะใช้ระบบแนวรับ 4 ตัวแบบดั้งเดิมเช่นเดียวกับนัดก่อนน่าจะมีสูงกว่าการใช้แท็กติก 3-5-2 แบบในสองนัดแรก

ถ้าเล่นโดยใช้แผงแบ็กโฟร์ ฟูลแบ็กทั้งสองข้างก็น่าจะใช้งานอิ๊กนาซิโอ อบาเต้กับเฟเดริโก้ บัลซาเร็ตติเช่นเดียวกับนัดที่แล้ว

ขณะที่แผงกลางก็อาจต้องปรับเปลี่ยนอีกครั้งในเกมนี้ หลังจากติอาโก้ ม็อตต้า ซึ่งลงเล่นเป็นตัวจริงมาตลอด 3 นัดแรก มีปัญหาเจ็บแฮมสตริงขึ้นมา จนพลาดการซ้อมครั้งหลังๆ ไป และยังไม่แน่ว่าจะพร้อมสำหรับนัดนี้หรือไม่

หากม็อตต้าลงเล่นไม่ได้ โอกาสอาจจะเป็นของริคคาร์โด้ มอนโตลิโว ซึ่งเสียตำแหน่งตัวจริงไปในทัวร์นาเมนต์นี้ โดยอิตาลีอาจจะหันมาใช้ระบบเดิมที่เคยใช้มาก่อน นั่นคือให้มอนโตลิโวยืนสูงในระบบ 4-3-1-2 โดยมีอเลสซานโดร เดียมาติกับอันโตนิโอ โนเชริโน่เป็นอีกสองคนที่รอสอดแทรกลงสนามเช่นกัน

อันเดรีย ปีร์โล่จะยืนต่ำอยู่ตรงกลางสนามเพื่อเป็นตัวเก็บบอลและคอยแจกจ่ายให้เพื่อน โดยมีเคลาดิโอ มาร์คิซิโอกับดานิเอเล่ เด รอสซี่คอยช่วยทำเกม

ในแนวรุกน่าจะกลับมาใช้งานอันโตนิโอ คาสซาโน่กับมาริโอ บาโลเตลลี่อีกครั้ง หลังจากแบ่งกันซัดคนละเม็ดในเกมที่แล้ว โดยหัวหอกของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่ไม่ค่อยสมบูรณ์ในนัดก่อน ถูกพักไว้เป็นแค่ตัวสำรอง ก่อนจะลงไปเล่นแทนอันโตนิโอ ดิ นาตาเล่ แต่นัดนี้เขาน่าจะทวงตำแหน่งตัวจริงในแนวรุกกลับคืนมาได้

ส่วนจิอันลุยจิ บุฟฟ่อน นายประตูจอมหนึบ จะยังเป็นปราการด่านสุดท้ายที่ไว้ใจได้ของทีมเช่นเดิม

ผู้เล่นบาดเจ็บ: จอร์โจ้ คิเอลลินี่, ติอาโก้ ม็อตต้า
ผู้เล่นโดนแบน: -
ผู้เล่นติดใบเหลือง: มาริโอ บาโลเตลลี่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, จอร์โจ้ คิเอลลินี่, คริสเตียน มัจโจ้, ติอาโก้ ม็อตต้า, ริคคาร์โด้ มอนโตลิโว, เฟเดริโก้ บัลซาเร็ตติ, ดานิเอเล่ เด รอสซี่, จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน

วิเคราะห์รูปเกม

อังกฤษผ่านเข้ารอบมาในฐานะแชมป์กลุ่มดี หลังคว้าชัยชนะในสองนัดหลัง ทำให้คว่ามมั่นใจเริ่มเพิ่มขึ้นทีละนิด แถมยังได้เวย์น รูนี่ย์กลับมาโหม่งประตูชัยเรียกขวัญเพิ่มอีกทันที

เกมนี้ได้เจออิตาลีที่อยู่ในช่วงที่ฟอร์มไม่ได้เปรี้ยงเท่าไหร่ และไม่ได้มีซูเปอร์สตาร์ที่โดดเด่นเป็นพิเศษอะไร ทำให้สิงโตคำรามน่าจะกล้าเปิดเกมสู้แบบไม่ต้องเน้นเล่นแบบระมัดระวังตัวมากนัก แต่อัซซูรี่ก็ยังเป็นทีมที่แพ้ยากในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ แม้จะผ่านเข้ารอบมาแบบต้องลุ้นถึงนัดสุดท้าย แต่ฟอร์มก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไร

ทำให้เกมนี้น่าจะสู้กันสนุกและออกมาอย่างสูสี อิตาลีขึ้นชื่อเรื่องเกมรับที่เหนียวแน่น เกมนี้คงไม่ง่ายที่อังกฤษจะเจาะเข้าทำประตู และแผงหลังก็ต้องระวังเกมรุกของอีกฝ่ายเช่นกัน นัดนี้แม้จะเปิดเกมเข้าใส่กัน แต่จังหวะสุดท้ายอาจจะทำสกอร์กันยาก และอาจจะยืดเยื้อเกิน 90 นาทีได้

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม:

อังกฤษ (4-4-2): 1. โจ ฮาร์ท; 2. เกล็น จอห์นสัน 6. จอห์น เทอร์รี่ 15. โจลีออน เลสค็อตต์ 3. แอชลี่ย์ โคล; 16. เจมส์ มิลเนอร์ 4. สตีเว่น เจอร์ราร์ด 17. สก็อตต์ ปาร์คเกอร์ 20. แอชลี่ย์ ยัง; 10. เวย์น รูนี่ย์ 22. แดนนี่ เวลเบ็ค
ผู้จัดการทีม: รอย ฮอดจ์สัน

อิตาลี (4-3-1-2): 1. จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน; 7. อิ๊กนาซิโอ อบาเต้ 15. อันเดรีย บาร์ซายี่ 19. เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ 6. เฟเดริโก้ บัลซาเร็ตติ; 8. เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ 21. อันเดรีย ปีร์โล่ 16. ดานิเอเล่ เด รอสซี่; 18. ริคคาร์โด้ มอนโตลิโว; 9. มาริโอ บาโลเตลลี่ 10. อันโตนิโอ คาสซาโน่
โค้ช: เชซาเร่ ปรันเดลลี่

ฮอตสกอร์: เสมอ 0-0

ล้อมกรอบ

*อิตาลีแพ้ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายของทัวร์นาเมนต์ใหญ่แค่ 2 จาก 9 ครั้งที่ลงเตะ และทั้งสองครั้งเป็นการแพ้ในการดวลจุดโทษตัดสินด้วย (แพ้ฝรั่งเศสในฟุตบอลโลก 1998 และแพ้สเปนในยูโร 2008)
*ในการลงเตะรอบ 8 ทีมสุดท้ายของทัวร์นาเมนต์ใหญ่ 10 นัด (รวมรีเพลย์หนึ่งนัด) อิตาลีเสียไปแค่ 4 ประตูเท่านั้น และไม่เคยเสียมากกว่านัดละหนึ่งประตูเลย
*อังกฤษแพ้ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายของทัวร์นาเมนต์ใหญ่ถึง 7 จาก 10 ครั้งที่ลงเตะ โดย 3 ครั้งที่เป็นฝ่ายชนะได้คือในฟุตบอลโลก 1966 และ 1990 และยูโร 1996
*ทั้งสองทีมเคยพบกันแค่ครั้งเดียวในยูโร ซึ่งอิตาลีเป็นฝ่ายชนะ 1-0 ในรอบแบ่งกลุ่ม
*ทั้งสองทีมพบกันครั้งหลังสุดในเกมอุ่นเครื่องเมื่อเดือนมีนาคม 2002 ซึ่งอังกฤษแพ้คาบ้าน 1-2
*อังกฤษชนะได้แค่ครั้งเดียวในการพบกับอิตาลี 9 นัดหลังสุด (ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 6)
*การลงเตะยูโรครั้งหลังสุดของอังกฤษลงเอยด้วยการแพ้ในการดวลจุดโทษต่อโปรตุเกสในรอบ 8 ทีมสุดท้ายของยูโร 2004
*อิตาลีก็ตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายในครั้งหลังสุดที่ลงเตะยูโรเช่นกัน ด้วยการแพ้ดวลจุดโทษสเปนในยูโร 2008 หลังจากเสมอกัน 0-0
*อังกฤษเป็นทีมที่มีอัตราส่วนการเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตูสูงที่สุดในรอบแบ่งกลุ่ม (21.7%)
*ทั้งสองทีมทำประตูจากลูกตั้งเตะได้ทีมละ 3 ลูก ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดร่วมในรอบแบ่งกลุ่ม
*ทั้งสองทีมทำประตูแรกในเกมได้ตลอดทั้ง 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม โดยมีเพียงเยอรมนีอีกทีมเดียวที่ทำได้
*รอย ฮอดจ์สันนำอังกฤษชนะ 4 เสมอ 1 ใน 5 นัดที่เข้ามารับตำแหน่ง
*เชซาเร่ ปรันเดลลี่ยังไม่เคยนำทีมอิตาลีแพ้ในแมตช์แข่งขันจริงเลยนับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง โดยพาทีมชนะ 9 เสมอ 4 จาก 13 นัด

Advertisement Replay Ad
ย้อนชมทุกช็อต! "ชนาธิป" ทำอะไรบ้างเกมพบ "อัลบิเร็กซ์" (คลิป) vdo

ย้อนชมทุกช็อต! "ชนาธิป" ทำอะไรบ้างเกมพบ "อัลบิเร็กซ์" (คลิป)

จารึกชื่อ! "คูตี้" แข้งแซมบ้าทำสถิติแอสซิสต์เยอะสุดพรีเมียร์ลีก

จารึกชื่อ! "คูตี้" แข้งแซมบ้าทำสถิติแอสซิสต์เยอะสุดพรีเมียร์ลีก

จะเล่าให้ฟัง! สื่อแฉอีเมล "หงส์" โต้ตอบ "เจ้าบุญทุ่ม" กรณีขอซื้อ "คูตินโญ่"

จะเล่าให้ฟัง! สื่อแฉอีเมล "หงส์" โต้ตอบ "เจ้าบุญทุ่ม" กรณีขอซื้อ "คูตินโญ่"

ได้แค่แต้มเดียว! "ซัปโปโร" โดน "อัลบิเร็กซ์" ตีเจ๊าท้ายเกม 2-2 ศึกเจลีก

ได้แค่แต้มเดียว! "ซัปโปโร" โดน "อัลบิเร็กซ์" ตีเจ๊าท้ายเกม 2-2 ศึกเจลีก

"มาติช, ชิรูด์" นำทัพ! ชม 10 ผู้ท้าชิงปุสกัส อวอร์ดส์ 2017 (คลิป)

"มาติช, ชิรูด์" นำทัพ! ชม 10 ผู้ท้าชิงปุสกัส อวอร์ดส์ 2017 (คลิป)

ประเดิมทีมแรก! ปรับเงิน "เซลต้า" โทษฐานคนดูในสนามน้อยกว่า 70%

ประเดิมทีมแรก! ปรับเงิน "เซลต้า" โทษฐานคนดูในสนามน้อยกว่า 70%

รับทราบโดยทั่วกัน! "โค้ชชูเฮ" เผย "ชนาธิป" คือแข้งหัวใจหลักของทีมอย่างแท้จริง

รับทราบโดยทั่วกัน! "โค้ชชูเฮ" เผย "ชนาธิป" คือแข้งหัวใจหลักของทีมอย่างแท้จริง

บอร์ดว่าไง?! "เจ็ทโด้" ขอค่าแรงเทียบเท่า "เมสซี่" ในสัญญาฉบับใหม่

บอร์ดว่าไง?! "เจ็ทโด้" ขอค่าแรงเทียบเท่า "เมสซี่" ในสัญญาฉบับใหม่

5 สตาร์ในอดีตที่เคยเป็นมาแล้วทั้ง "กองหน้าตัวเป้า & กองหลังตัวกลาง"

5 สตาร์ในอดีตที่เคยเป็นมาแล้วทั้ง "กองหน้าตัวเป้า & กองหลังตัวกลาง"

ปากพาจน! "เตเวซ" เหยียดลีกจีนอ่อนเกิน 50 ปี ก็ตามทีมระดับโลกไม่ได้!

ปากพาจน! "เตเวซ" เหยียดลีกจีนอ่อนเกิน 50 ปี ก็ตามทีมระดับโลกไม่ได้!

โคตรเฉียบ! ช็อต "เรือใบ" ต่อบอล 54 ครั้งก่อนซัดตุงตาข่าย (คลิป)

โคตรเฉียบ! ช็อต "เรือใบ" ต่อบอล 54 ครั้งก่อนซัดตุงตาข่าย (คลิป)

จบเสียที! "สิงห์บลูส์" แถลงปล่อย "คอสต้า" ซบ "ตราหมี" รอเพียงการตรวจร่างกาย

จบเสียที! "สิงห์บลูส์" แถลงปล่อย "คอสต้า" ซบ "ตราหมี" รอเพียงการตรวจร่างกาย

ไม่ธรรมดา! เผยค่าพลัง "ชนาธิป" แข้งไทยหนึ่งเดียวในเกม FIFA 18

ไม่ธรรมดา! เผยค่าพลัง "ชนาธิป" แข้งไทยหนึ่งเดียวในเกม FIFA 18

จริงหรือมั่ว?! เผย "เมสซี่" ไม่ต้องการเห็น 2 แข้งนี้อยู่กับ "บาร์ซ่า" อีกต่อไป

จริงหรือมั่ว?! เผย "เมสซี่" ไม่ต้องการเห็น 2 แข้งนี้อยู่กับ "บาร์ซ่า" อีกต่อไป

ราชัน จะเหมาเหรอ ! ฟีฟา ฟิฟโปร แบโผ 55 รายชื่อ ลุ้นติดทีมยอดเยี่ยมปี 2017

ราชัน จะเหมาเหรอ ! ฟีฟา ฟิฟโปร แบโผ 55 รายชื่อ ลุ้นติดทีมยอดเยี่ยมปี 2017

ราชันช็อกคารัง! โดนเบติสสอยทดเจ็บ 1-0 ตามบาร์ซ่า 7 แต้ม (คลิป)

ราชันช็อกคารัง! โดนเบติสสอยทดเจ็บ 1-0 ตามบาร์ซ่า 7 แต้ม (คลิป)

คืนผีดุ ! แรชฟอร์ด ยิงเบิ้ลให้ ปีศาจแดง ไล่ถล่ม เบอร์ตัน 4-1 (คลิป)

คืนผีดุ ! แรชฟอร์ด ยิงเบิ้ลให้ ปีศาจแดง ไล่ถล่ม เบอร์ตัน 4-1 (คลิป)

บาทชัวญี แฮตทริก ! เชลซี เปิด สแตมฟอร์ด บริดจ์ ไล่ถล่ม เจ้าป่า เละทะ 5-1 (คลิป)

บาทชัวญี แฮตทริก ! เชลซี เปิด สแตมฟอร์ด บริดจ์ ไล่ถล่ม เจ้าป่า เละทะ 5-1 (คลิป)

บัลลงดอร์ดาวรุ่ง ! สื่อใหญ่ แบโผ 25 รายชื่อ ลุ้นซิว โกลเด้น บอย 2017

บัลลงดอร์ดาวรุ่ง ! สื่อใหญ่ แบโผ 25 รายชื่อ ลุ้นซิว โกลเด้น บอย 2017

จวกยับ ฉบับ นอร์มอล ! คล็อปป์ เผยหมดเปลือก ความรู้สึกหลังเกมบุกพ่าย เลสเตอร์

จวกยับ ฉบับ นอร์มอล ! คล็อปป์ เผยหมดเปลือก ความรู้สึกหลังเกมบุกพ่าย เลสเตอร์

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์