วิเคราะห์บอลยูโร สเปน - อิตาลี

วิเคราะห์บอลยูโร สเปน - อิตาลี

วิเคราะห์บอลยูโร สเปน - อิตาลี

ฟุตบอลยูโร 2012

 

ยูโร 2012 รอบชิงชนะเลิศ

- อิตาลี


เวลา: 01.45 น.
สนาม: เอ็นเอสซี โอลิมปิสกี้
ผู้ตัดสิน: เปโดร โปรเอนซ่า (โปรตุเกส)
ถ่ายทอดสด: ช่อง 3, ช่อง 5

 



ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม

สเปน

27 มิ.ย. 55 เสมอ โปรตุเกส 0-0 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย
23 มิ.ย. 55 ชนะ ฝรั่งเศส 2-0 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย
18 มิ.ย. 55 ชนะ โครเอเชีย 1-0 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย
14 มิ.ย. 55 ชนะ ไอร์แลนด์ 4-0 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย
10 มิ.ย. 55 เสมอ อิตาลี 1-1 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย

อิตาลี

28 มิ.ย. 55 ชนะ เยอรมนี 2-1 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย
24 มิ.ย. 55 เสมอ อังกฤษ 0-0 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย
18 มิ.ย. 55 ชนะ ไอร์แลนด์ 2-0 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย
14 มิ.ย. 55 เสมอ โครเอเชีย 1-1 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย
10 มิ.ย. 55 เสมอ สเปน 1-1 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย

ผลงานการพบกันที่ผ่านมา

10 มิ.ย. 55 ยูโรรอบสุดท้าย สเปน 1-1 อิตาลี
10 ส.ค. 54 กระชับมิตร อิตาลี 2-1 สเปน
22 มิ.ย. 51 ยูโรรอบสุดท้าย สเปน 0-0 อิตาลี
26 มี.ค. 51 กระชับมิตร สเปน 1-0 อิตาลี
28 เม.ย. 47 กระชับมิตร อิตาลี 1-1 สเปน
29 มี.ค. 43 กระชับมิตร สเปน 2-0 อิตาลี

ความพร้อม-สภาพทีม

สเปน

ตำแหน่งเดียวที่บิเซนเต้ เดล บอสเก้ต้องตัดสินใจในเกมนี้น่าจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากนัดก่อนๆ นั่นคือใครจะเป็น "นักเตะเบอร์ 9" ที่ได้ลงสนามในเกมนี้

กุนซือทีมกระทิงดุใช้งาน 10 นักเตะชุดเดิมมาตลอดทั้ง 5 นัดที่ผ่านมา โดยเปลี่ยนแปลงเพียงตำแหน่งศูนย์หน้าเท่านั้น ซึ่งสลับใช้งานระหว่างเชส ฟาเบรกาสกับเฟร์นานโด ตอร์เรสมาใน 4 นัดแรก ก่อนจะส่งอัลบาโร่ เนเกรโด้ลงสนามในเกมล่าสุด

การที่เนเกรโด้ได้ลงไปเล่นในนัดที่แล้วน่าจะบอกเป็นนัยๆ ได้ว่าตอร์เรสคงไม่ใช่ตัวเลือกหลักในตำแหน่งนี้แล้ว และน่าจะเป็นฟาเบรกาสที่ถูกจับไปรับหน้าที่อีกครั้ง แม้จะไม่ใช่ศูนย์หน้าอาชีพก็ตาม

เกมนี้แชมป์เก่าคงจะใช้ระบบการเล่นแบบเดิมที่ถนัด นั่นคือ 4-2-1-3 โดยมีอิเคร์ คาซิญาส กัปตันทีม ลงเฝ้าเสาโดยหวังรักษาคลีนชีตเอาไว้ได้อีกนัด

แผงแบ็กโฟร์ประกอบด้วยอัลบาโร่ อาร์เบลัว, เซร์คิโอ รามอส, เจราร์ด ปีเก้ และ จอร์ดี้ อัลบา ซึ่งเพิ่งเสียไปแค่ประตูเดียวเท่านั้นใน 5 นัดที่ผ่านมา นั่นคือเกมแรกที่พบกับอิตาลีนั่นเอง

เซร์คิโอ บุสเก็ตส์กับชาบี้ อลอนโซ่จะจับคู่กันตรงกลางสนามในตำแหน่งตัวรับและตัวเชื่อมเกม โดยมีชาบี้ เอร์นานเดซยืนสูงเป็นจอมทัพคอยคุมจังหวะการเล่นและวางบอลให้เพื่อน

ขณะที่ดาวิด ซิลบากับอันเดรส อินิเอสต้าจะเป็นตัวทำเกมรุกริมเส้นขวาซ้ายเช่นเดิม โดยมีฟาเบรกาสยืนตรงกลางเป็นนักเตะเบอร์ 9 ในเกมนี้

ผู้เล่นบาดเจ็บ: -
ผู้เล่นโดนแบน: -

ความพร้อม-สภาพทีม

อิตาลี

อิตาลีพร้อมใช้งานนักเตะชุดฟูลทีมได้อีกครั้ง หลังจากได้คริสเตียน มัจโจ้ วิงแบ็กฝั่งขวา พ้นโทษแบนกลับมา ขณะที่อิ๊กนาซิโอ อบาเต้ แบ็กขวาอีกคน ก็ฟิตกลับมาจากอาการบาดเจ็บแฮมสตริงแล้ว

อบาเต้น่าจะกลับมาลงยืนในแผงแบ็กโฟร์อีกครั้ง ในระบบการเล่นแบบ 4-4-2 ที่เชซาเร่ ปรันเดลลี่น่าจะเลือกใช้ต่อไป หลังจากปรับไปเล่นระบบ 3-5-2 ในเกมแรกที่เจอกัน โดยเฟเดริโก้ บัลซาเร็ตติที่โดนโยกข้ามฟากไปในนัดก่อน คงจะได้กลับมาเล่นเป็นแบ็กซ้ายตามเดิม

ส่วนจอร์โจ้ คิเอลลินี่ที่โดนถ่างไปยืนแบ็กซ้ายในรอบตัดเชือก น่าจะได้กลับมายืนเป็นเซ็นเตอร์แบ็กคู่กับอันเดรีย บาร์ซาญี่ โดยที่เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่คงเป็นคนที่ต้องหลุดไปนั่งสำรอง

อันเดรีย ปีร์โล่ มิดฟิลด์ตัวเก๋าที่ฟอร์มกำลังเข้าฝักในรายการนี้ จะยืนอยู่หน้าแนวรับเพื่อเป็นตัวเชื่อมเกมระหว่างหลังและกลาง โดยอาศัยการวางบอลที่แม่นยำคอยแจกจ่ายให้กับเพื่อนร่วมทีม

ส่วนเคลาดิโอ มาร์คิซิโอกับดานิเอเล่ เด รอสซี่จะประสานงานกันในฐานะมิดฟิลด์ห้องเครื่องเช่นเดิม โดยมีริคคาร์โด้ มอนโตลิโว่ที่น่าจะได้ลงเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกที่ยืนอยู่หลังคู่กองหน้าต่อไป หลังจากโชว์ฟอร์มได้ดีในสองนัดหลังสุดที่ได้ลงสนาม ทำให้ติอาโก้ ม็อตต้าที่แม้จะหายเจ็บกลับมาแล้วตั้งแต่นัดก่อน คงต้องนั่งสำรองแทนต่อไป

ในแนวรุกจะยังใช้คู่กองหน้าตัวหลักอย่างอันโตนิโอ คาสซาโน่และมาริโอ บาโลเตลลี่ต่อไป โดยรายแรกนั้นพร้อมลงเล่นได้ตามเดิม แม้จะเข่าบิดในเกมกับเยอรมันจนต้องโดนเปลี่ยนตัวออกก็ตาม แต่ก็กลับมาลงซ้อมได้ตามปกติแล้ว ขณะที่รายหลังก็พร้อมลงไล่ล่าตำแหน่งดาวซัลโวต่อไป หลังจากมีอาการตะคริวขึ้นในนัดก่อนที่เหมา 2 ประตูให้กับทีม

ผู้เล่นบาดเจ็บ: -
ผู้เล่นโดนแบน: -

วิเคราะห์รูปเกม

สเปนโชว์สปิริตไม่ฮั้วโครเอเชียจนทำให้อิตาลีผ่านรอบแรกมาได้ และได้มาพบกันอีกครั้งในนัดชิง ซึ่งทีมกระทิงดุอาจต้องรำพันว่าไม่น่าตีงูให้หลังหัก หากพลาดท่าพ่ายในเกมนี้เพราะมีโอกาสกำจัดอัซซูรี่ให้พ้นทางแล้วแต่ไม่ทำ จนคู่แข่งฟอร์มดีขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละนัด และอาจจะทำให้แชมป์เก่าต้องเจองานหนักกว่าตอนพบกันครั้งแรกซึ่งอิตาลีก็เล่นได้ดีและขึ้นนำไปก่อน

เกมนี้กุนซือทั้งสองฝั่งคงต้องวางแผนมาให้ดีว่าจะรับมืออีกฝ่ายอย่างไร และเชซาเร่ ปรันเดลลี่ดูจะดีกว่านิดๆ ในเรื่องของแท็กติกที่ดูจะใช้ได้ผลมาตลอด แม้จะต้องปรับเปลี่ยนทีมด้วยเหตุผลแวดล้อมที่เลือกไม่ได้ในหลายๆ นัด

ขณะที่บิเซนเต้ เดล บอสเก้ยึดแผนการเล่นเดิมๆ แค่เปลี่ยน "นักเตะเบอร์ 9" เท่านั้น และก็ดูจะยังไม่ค่อยเวิร์กมากนักไม่ว่าใครจะได้ลงทำหน้าที่ก็ตาม เกมนี้อิตาลีน่าจะเล่นแบบระมัดระวังตัวมากขึ้นเพราะไม่อยากพลาดท่าก่อน

ส่วนสเปนคงยังเชื่อมั่นกับการต่อบอลที่มีประสิทธิภาพเหมือนเดิม และจะเล่นด้วยระบบค่อยๆ นวดไปเรื่อยๆ และถ้าเกมรับเหนียวแน่นพอ บวกกับเกมรุกจบสกอร์ได้คมๆ อีกซักที โอกาสของแชมป์เก่ายังน่าจะดูดีกว่านิดๆ และน่าจะเบียดเข้าป้ายไปได้อย่างสนุก

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม:

สเปน (4-2-1-3) : 1. อิเคร์ คาซิญาส; 17. อัลบาโร่ อาร์เบลัว 15. เซร์คิโอ รามอส 3. เจราร์ด ปีเก้ 18. จอร์ดี้ อัลบา; 16. เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ 14. ชาบี้ อลอนโซ่; 8. ชาบี้ เอร์นานเดซ; 21. ดาวิด ซิลบา 10. เชส ฟาเบรกาส 6. อันเดรส อินิเอสต้า
โค้ช : บิเซนเต้ เดล บอสเก้

อิตาลี (4-1-2-1-2) : 1. จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน; 7. อิ๊กนาซิโอ อบาเต้ 15. อันเดรีย บาร์ซาญี่ 3. จอร์โจ้ คิเอลลินี่; 6. เฟเดริโก้ บัลซาเร็ตติ; 21. อันเดรีย ปีร์โล่; 8. เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ 16. ดานิเอเล่ เด รอสซี่; 18. ริคคาร์โด้ มอนโตลิโว่; 9. มาริโอ บาโลเตลลี่ 10. อันโตนิโอ คาสซาโน่
โค้ช : เชซาเร่ ปรันเดลลี่

ฮอตสกอร์ : สเปนชนะ 2-1

*นับเป็นครั้งที่ 4 ในยูโรที่ทีมที่พบกันมาก่อนในรอบแรกๆ ได้มาเจอกันอีกในนัดชิงชนะเลิศ ต่อจากเกมระหว่างฮอลแลนด์-สหภาพโซเวียต (1988), เยอรมนี-เช็ก (1996) และกรีซ-โปรตุเกส (2004)
*ทั้งสองทีมพบกันมาแล้ว 30 ครั้ง โดยอิตาลีมีสถิติเหนือกว่าที่ชนะ 10 ครั้ง ส่วนสเปนชนะ 8 และเสมอกัน 12 ครั้ง
*อิตาลียังไม่เคยแพ้สเปนในทัวร์นาเมนต์หลักมาก่อน (ไม่นับการยิงจุดโทษตัดสิน) โดยชนะ 3 เสมอ 4 แต่สเปนเป็นฝ่ายผ่านดวลจุดโทษชนะในยูโร 2008 รอบ 8 ทีมสุดท้าย 4-2 หลังเสมอกัน 0-0 ใน 120 นาที
*เชซาเร่ ปรันเดลลี่นำอิตาลีพบกับสเปนมาแล้ว 2 ครั้งนับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง และยงไม่เคยแพ้เลย โดยเขานำทีมชนะ 2-1 ในเกมอุ่นเครื่องเมื่อเดือนสิงหาคม 2010 ก่อนจะเสมอกัน 1-1 ในนัดแรกของทั้งคู่ในยูโรครั้งนี้
*สเปนไม่เสียประตูเลยใน 900 นาทีหลังสุดที่ลงเตะในรอบน็อกเอาต์ของทัวร์นาเมนต์หลัก โดยสถิติดังกล่าวเริ่มต้นมาตั้งแต่เกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายกับอิตาลีในยูโร 2008
*สเปนเป็นทีมที่ 2 ของยุโรปที่ผ่านเข้าชิงชนะเลิศทัวร์นาเมนต์หลักได้ 3 รายการติดต่อกัน (ยูโร 2008, ฟุตบอลโลก 2010, ยูโร 2012) ต่อจากเยอรมันตะวันตก (ยูโร 72, ฟุตบอลโลก 1974, ยูโร 76)
*สเปนจะกลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่ป้องกันแชมป์ยูโรได้ หากเอาชนะอิตาลีได้ในเกมนี้และจะกลายเป็นทีมแรกของยุโรปที่ได้แชมป์ทัวร์นาเมนต์หลัก 3 รายการติดด้วย
*สเปนเก็บชัยชนะได้ถึง 75% ที่ลงเตะในนัดชิงชนะเลิศทัวร์นาเมนต์หลัก (3 ใน 4 ครั้ง) ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่ดีที่สุดร่วมของทีมในยุโรปที่เข้าชิงมากกว่าหนึ่งรายการเท่ากับฝรั่งเศส
*อิตาลีเข้าชิงชนะเลิศทัวร์นาเมนต์หลักมาแล้ว 9 (ยูโร 3 ครั้ง, ฟุตบอลโลก 6 ครั้ง) และชนะได้ 63% (5 ครั้ง)
*อิตาลีเป็นเพียงทีมเดียวที่ยังไม่เคยเป็นฝ่ายตามหลังเลยในยูโรครั้งนี้
*สเปนมีสถิติเกมรับที่ดีที่สุดในยูโรครั้งนี้ โดยเสียไปแค่ประตูเดียว และในสองนัดหลังสุดที่ลงสนาม พวกเขาก็โดนคู่ต่อสู้ยิงเข้ากรอบรวมกันแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
*สเปนถูกคู่ต่อสู้ยิงเข้ากรอบแค่ 12 ครั้งเท่านั้นในยูโรครั้งนี้ โดยครึ่งหนึ่งเป็นผลงานของอิตาลีจากการพบกันในนัดแรก
*สเปนมีเปอร์เซ็นต์การครองบอลเหนือกว่าคู่ต่อสู้มาตลอดทั้ง 7 นัดในฟุตบอลโลก 2010 และ 5 นัดในยูโรครั้งนี้ โดยเยอรมันเป็นทีมสุดท้ายที่ครองบอลได้มากกว่าพวกเขา ในนัดชิงชนะเลิศยูโร 2008
*อิตาลีและสเปนเป็นทีมที่มีโอกาสยิงประตูมากที่สุดในยูโรครั้งนี้คือ 99 และ 86 ครั้งตามลำดับ
*อิตาลีเป็นทีมที่โดนใบเหลืองมากที่สุดในยูโรครั้งนี้คือ 15 ใบ ส่วนสเปนโดนไป 10 ใบ
*อิตาลียังไม่แพ้ใครในการลงเตะแมตช์แข่งขันจริง 15 นัดภายใต้การคุมทีมของปรันเดลลี่ (ชนะ 10 เสมอ 5)
*นักเตะ 5 คนของสเปน ได้แก่ ชาบี้ เอร์นานเดซ, ชาบี้ อลอนโซ่, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อันเดรส อินิเอสต้า และเซร์คิโอ รามอส ต่างก็จ่ายบอลสำเร็จได้มากกว่าอันเดรีย ปีร์โล่ ซึ่งเป็นนักเตะที่จ่ายบอลสำเร็จสูงสุดของอิตาลี (320 ครั้ง)
*สองประตูของมาริโอ บาโลเตลลี่ในเกมกับเยอรมัน เท่ากับที่เขาทำได้ตลอด 12 นัดก่อนหน้านี้ที่ลงเล่นให้กับอิตาลีมา และเขาเป็นผู้ทำ 3 ประตูหลังสุดให้กับอิตาลีในยูโรครั้งนี้ด้วย
*บาโลเตลลี่เป็นนักเตะที่ยิงเข้ากรอบสูงสุดในยูโรครั้งนี้คือ 10 ครั้ง
*บาโลเตลลี่กลายเป็นนักเตะอิตาลีคนแรกที่ทำ 3 ประตูในยูโร
*จิอันลุยจิ บุฟฟ่อนลงเล่นในทัวร์นาเมนต์หลักมาแล้ว 24 นัด เทียบเท่าสถิติสูงสุดของอิตาลีที่ดิโน่ ซอฟฟ์ทำไว้ แต่เขายังตามหลังอิเคร์ คาซิญาสของสเปน ซึ่งเป็นเจ้าของสถิติสูงสุด 28 นัดอยู่
*อินิเอสต้าเป็นนักเตะที่ยิงเข้ากรอบสูงสุดโดยไม่เป็นประตูเลยในยูโร นับตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นมา (11 ครั้ง)
*เชส ฟาเบรกาสและซานติ กาซอร์ล่าเป็นตัวสำรองที่ถูกใช้งานบ่อยที่สุดในยูโร (เท่ากับอารอน วินเตอร์ของฮอลแลนด์) โดยถูกเปลี่ยนตัวลงสนาม 7 ครั้ง

Advertisement Replay Ad
ใครลอกใคร?! "28 แข้งดัง" ที่หน้าเหมือนตัวการ์ตูนอย่างเหลือเชื่อ (คลิป+อัลบั้ม)

ใครลอกใคร?! "28 แข้งดัง" ที่หน้าเหมือนตัวการ์ตูนอย่างเหลือเชื่อ (คลิป+อัลบั้ม)

ไฮไลท์+สัมภาษณ์ "ชนาธิป" หลังเกมบุกชนะ "เอสพัลส์" (คลิป)

ไฮไลท์+สัมภาษณ์ "ชนาธิป" หลังเกมบุกชนะ "เอสพัลส์" (คลิป)

"เจย์โบ" ซัดเบิ้ล! "ซัปโปโร" บุกอัด "เอสพัลส์" 2-0 รอดตกชั้น 100%

"เจย์โบ" ซัดเบิ้ล! "ซัปโปโร" บุกอัด "เอสพัลส์" 2-0 รอดตกชั้น 100%

ไม่ต้อนรับ! แฉ "เจ็ทโด้" ขู่ลาทีม-พร้อมทำทุกอย่างขวาง "เนย์มาร์" สวมชุดขาว

ไม่ต้อนรับ! แฉ "เจ็ทโด้" ขู่ลาทีม-พร้อมทำทุกอย่างขวาง "เนย์มาร์" สวมชุดขาว

10 แข้งฝีเท้าสุดเทพ แต่ค่าเหนื่อยถูกอย่างน่าเหลือเชื่อ!

10 แข้งฝีเท้าสุดเทพ แต่ค่าเหนื่อยถูกอย่างน่าเหลือเชื่อ!

ซัดกระจาย! 8 นักเตะที่ ยิงได้เยอะสุด ในศึกฟุตบอลโลก "รอบคัดเลือก"

ซัดกระจาย! 8 นักเตะที่ ยิงได้เยอะสุด ในศึกฟุตบอลโลก "รอบคัดเลือก"

5 ยอดแข้งระดับโลก  ผลผลิต จาก "ราชันย์สีน้ำเงิน" ชาลเก้ 04

5 ยอดแข้งระดับโลก ผลผลิต จาก "ราชันย์สีน้ำเงิน" ชาลเก้ 04

โรแบร์ ปิแรส กับบทสัมภาษณ์ หลังชมคลิป เจ ชนาธิป ในเจลีก

โรแบร์ ปิแรส กับบทสัมภาษณ์ หลังชมคลิป เจ ชนาธิป ในเจลีก

จิ้นรอเลย! เผยทีมวาง "4 โถ" ก่อนจับสลากแบ่งสายฟุตบอลโลก 2018

จิ้นรอเลย! เผยทีมวาง "4 โถ" ก่อนจับสลากแบ่งสายฟุตบอลโลก 2018

ครบแล้ว! สรุป 32 ชาติที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2018

ครบแล้ว! สรุป 32 ชาติที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2018

ตั๋วใบสุดท้าย! "เปรู" เปิดบ้านอัด "นิวซีแลนด์" 2-0 ลิ่วบอลโลก (คลิป)

ตั๋วใบสุดท้าย! "เปรู" เปิดบ้านอัด "นิวซีแลนด์" 2-0 ลิ่วบอลโลก (คลิป)

ไปไหนก็ไป! "อิตาลี" เด้ง "เวนตูร่า" พ้นเก้าอี้เซ่นผลงานงามหน้า

ไปไหนก็ไป! "อิตาลี" เด้ง "เวนตูร่า" พ้นเก้าอี้เซ่นผลงานงามหน้า

"เยดินัค" เบิ้ลโทษ! "ออสเตรเลีย" อัด "ฮอนดูรัส" 3-1 คว้าตั๋วลุยรัสเซีย 2018 (คลิป)

"เยดินัค" เบิ้ลโทษ! "ออสเตรเลีย" อัด "ฮอนดูรัส" 3-1 คว้าตั๋วลุยรัสเซีย 2018 (คลิป)

เพิ่งคิดได้? "อิตาลี" เล็งดึง "คอนเต้" กลับมากุมบังเหียนอีกรอบ

เพิ่งคิดได้? "อิตาลี" เล็งดึง "คอนเต้" กลับมากุมบังเหียนอีกรอบ

"เจลีก" เลือก "ชนาธิป" สตาร์เด่นเทียบ "โพดอลสกี้-ราฟาเอล" โปรโมตโค้งสุดท้ายของซีซั่น (คลิป)

"เจลีก" เลือก "ชนาธิป" สตาร์เด่นเทียบ "โพดอลสกี้-ราฟาเอล" โปรโมตโค้งสุดท้ายของซีซั่น (คลิป)

"ปธ.ลีกสเปน" เผย "เมสซี่" ต่อสัญญาใหม่กับ "บาร์ซ่า" แล้ว

"ปธ.ลีกสเปน" เผย "เมสซี่" ต่อสัญญาใหม่กับ "บาร์ซ่า" แล้ว

หามตัว "กุน" ส่งโรงพยาบาลด่วน หลังเป็นลมช่วงพักครึ่งเกมอุ่นเครื่อง

หามตัว "กุน" ส่งโรงพยาบาลด่วน หลังเป็นลมช่วงพักครึ่งเกมอุ่นเครื่อง

"เอริคเซ่น" แฮตทริก! "โคนม" บุกถล่ม "ยักษ์เขียว" 5-1 ซิวตั๋วบอลโลก

"เอริคเซ่น" แฮตทริก! "โคนม" บุกถล่ม "ยักษ์เขียว" 5-1 ซิวตั๋วบอลโลก

อุ่นเครื่องสุดมันส์! "อินทรีเหล็ก" ไล่เจ๊า "ตราไก่" 2-2 (คลิป)

อุ่นเครื่องสุดมันส์! "อินทรีเหล็ก" ไล่เจ๊า "ตราไก่" 2-2 (คลิป)

กินกันไม่ลง! "อังกฤษ" เปิดเวมบลีย์เจ๊า "บราซิล" 0-0

กินกันไม่ลง! "อังกฤษ" เปิดเวมบลีย์เจ๊า "บราซิล" 0-0

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์