‘ช้างศึก'ฟาดเกือก‘ออลสตาร์'ได้หรือเสียประโยชน์ ?

‘ช้างศึก'ฟาดเกือก‘ออลสตาร์'ได้หรือเสียประโยชน์ ?

‘ช้างศึก'ฟาดเกือก‘ออลสตาร์'ได้หรือเสียประโยชน์ ?

เป็นที่แน่นอนแล้วว่าแมตช์ฟีฟ่าเดย์ วันที่ 15 สิงหาคม 2555 ขุนพล "" ทีมชาติไทย ชุดเฟ้นหาดาวเตะ เพื่อเตรียมสู้ศึก "เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ" ในช่วงปลายปีนี้ จะลงฟาดเกือกกับ ทีม "ออลสตาร์ต่างชาติ" ที่เล่นอยู่ในลีกของเมืองไทย

มันจึงมีคำถามตามหลังมาว่าเมื่อเป็นเช่นนี้ทีม ‘ช้างศึก' จะได้หรือเสียประโยชน์ จากการแข่งขันเกมนี้

เรื่องจะได้หรือเสียประโยชน์ ยังคงจะบอกไม่ได้ ณ ตอนนี้ว่าจะมีอย่างไหนมากกว่ากัน หากเรายังไม่รู้ว่าจะมีนักเตะรายไหนบ้างที่ได้สิทธิ์ร่วมฟาดแข้ง

ล่าสุดสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กับ บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ได้ทำการประกาศรายชื่อของผู้เล่นทั้ง 2 ฝ่ายออกมาแล้ว โดย 28 ขุนพล "ช้างศึก" ทีมชาติไทย ประกอบไปด้วย

ผู้รักษาประตู

ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน, กวิน ธรรมสัจจานันท์ และสินทวีชัย หทัยรัตนกุล

กองหลัง

ธีราทร บุญมาทัน, ภานุพงศ์ วงศ์ษา, มงคล นามนวด, ปิยพล บรรเทา, ชลทิศ จันทคาม, อนุชา กิจพงษ์ศรี, ณัฐพงษ์ สมณะ, สุรีย์ สุขะ, ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์, นิเวส ศิริวงศ์

กองกลาง

สุเชาว์ นุชนุ่ม, สุรัตน์ สุขะ, จักรพันธ์ แก้วพรม, จิรวัฒน์ มัครมย์, ดัสกร ทองเหลา, พิชิตพงษ์ เฉยฉิว, อดุลย์ หละโสะ, พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์, สุมัญญา ปุริสาย

กองหน้า

สุริยา ดอมไธสง, ธีรศิลป์ แดงดา, พิภพ อ่อนโม้, ชาตรี ฉิมทะเล, กีรติ เขียวสมบัติ และณภัทร ธำรงศุภกร

โดยนักเตะทั้ง 28 คนที่มีรายชื่อนี้ส่วนใหญ่ก็ล้วนแล้วแต่มาจากทีมใหญ่ๆ อย่าง "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี และ"กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ซึ่งทั้ง 3 ทีมมีนักเตะติดมาเท่ากันคือ 7 คน หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่านักเตะแต่ละคนไม่ว่าจะมาจากทีมเล็ก หรือทีมใหญ่ ล้วนแล้วแต่กำลังโชว์ผลงานได้ดีด้วยกันทั้งสิ้น

ทำให้แฟนนานุแฟนบอลไทยหลายต่อหลายคนถึงกับเอ่ยปากมาให้ได้ยินว่า นักเตะชุดนี้อาจจะมีอนาคตที่ดีกว่าหลายๆชุดที่ผ่านมาเลยทีเดียว เพราะนักเตะส่วนใหญ่ได้แสดงศักยภาพออกมาให้แฟนๆได้เห็นอย่างเต็มตา และที่ประจักแล้วในการรับใช้สโมสร ไม่ใช่เลือกมาแบบพวกพ้องฝากมา

ส่วนทีม "ออลสตาร์ต่างชาติ" ที่อยู่ภายใต้การนำทัพของ ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ที่รับหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมนั้น เมื่อเห็นรายชื่อแล้วแฟนๆหลายคนอาจจะนึกสงสัยว่านักเตะบางคนเป็นใคร และทีมนี้คือทีมที่ดีที่สุดจริงหรือ ในการรวบรวมนักเตะต่างชาติในลีกของสยามประเทศ

โดยนักเตะที่มีชื่อประกอบด้วย ไคซึเกะ โอกาว่า (พัทยา ยูไนเต็ด), ลี จุน กิ (ทีโอที เอสซี), โจเซฟ โอบาม่า (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด), เดยัน วูคาดิโนวิช (ชัยนาท เอฟซี), มาริโอ เซซาร์ ดา ซิลวา (การท่าเรือไทย เอฟซี), โคเน่ เซย์ดู (วัวชน ยูไนเต็ด), ยันนิค จอร์ซ (อินทรีเพื่อนตำรวจ), กวาง จิน ซอน (ชลบุรี เอฟซี), มูสซ่า ซิลล่า (บีบีซียู เอฟซี), ฮิโรโนริ ซารูตะ (บางกอกกล๊าส เอฟซี), กิลเบิร์ต คุมสัน (บีอีซี เทโรศาสน), อัตนาน บาราคัต (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด), หลุยส์ เอดูอาร์โด้ (โอสถสภา เอ็ม 150 สระบุรี)

ดั๊กลาส การ์โดโซ่ (ราชบุรี เอฟซี), เดวัลล่า กอร์ริค (แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด), จูนิซิ วาตานาเบ้ (จันทบุรี เอฟซี), อัลดุล คูลิบารี่ (เจ.ดับลิว.รังสิต), ยูกิ บัมบา (สุพรรณบุรี เอฟซี), ดั๊กลาส โคโบ (ศรีราชา ซูซูกิ เอฟซี), โซโลมง โอกูตู (บางกอก เอฟซี), อัฟฟา ซามา (กัลฟ์ สระบุรี), เปาโล บาร์โบซ่า (ราชนาวี เอฟซี)

เมื่อเห็นรายชื่อนักเตะต่างด้าวทั้งหมดแล้ว เชื่อว่าแฟนนานุแฟน ก็คงหวังว่าหากนักเตะที่เล่นอยู่ในไทยพรีเมียร์ลีกที่มีชื่อติดทีมได้ลงสนามทั้งหมด ก็น่าจะเป็นทีมที่สู้กันได้อย่างสนุกกับทีม "ช้างศึก" และอาจจะได้ประโยชน์มากอยู่พอสมควร

แต่สำหรับตัวผู้เขียนแล้ว คิดว่าอีกหลายวันกว่าจะมีการระเบิดแข้งขึ้น ทีมต่างด้าวอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อ และสิ่งที่แฟนหวังไว้อาจจะไม่เป็นไปดังฝัน ที่จะได้เห็นนักเตะต่างชาติแถวแนวหน้าได้ลงเล่นอย่างเต็มทีม

หลายคนหลายท่านอาจจะถามว่า เพราะอะไรนะหรือ ก็ขอบอกตรงนี้เลยว่า นักเตะต่างชาติที่เห็นมีรายชื่อมานั้น ส่วนใหญ่ก็มาจากทีมไทยพรีเมียร์ลีก และแต่ละองค์ก็ล้วนแล้วแต่เป็นนักเตะตัวหลักของทีมอีกด้วย

ที่ผ่านมาหลายคนหลายท่านอาจจะเห็นข่าวมาอย่างต่อเนื่อง เวลาทีมชาติไทย มีคิวลงอุ่นเครื่อง หรือต้องการจะใช้นักเตะในการลงสนาม นักเตะที่เป็นตัวหลักของทีมใหญ่ๆ ก็มักจะถูกสั่งให้ถอนทีมเสมอ

โดยทีมอาจจะให้เหตุผลว่านักเตะมีอาการบาดเจ็บอยู่เล็กน้อย ไม่อยากจะเสี่ยงให้ลงสนาม เพราะกลัวจะมีผลกระทบต่อทีม อีกทั้งทีมต้องใช้เงินจำนวนมากในการสร้างทีมให้ประสบความสำเร็จ หากนักเตะตัวหลักเป็นอะไรไปมันจะทำให้ทีมเสียผลประโยชน์

ลองคิดดูสิขนาดผู้เล่นไทย ยังมีปัญหาในการปล่อยตัวเลย แล้วครานี้ไปดึงนักเตะต่างชาติ ที่เป็นหัวใจหลักของทีมมา เชื่อหรือว่าทีมต่างๆเขาจะปล่อยออกมาให้ง่ายๆ นี้เองจึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่จะทำให้การอุ่นเครื่องครั้งนี้อาจจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย เมื่อนักเตะไทยไม่ได้เจอกับผู้เล่นต่างชาติชั้นดี

อีกประเด็นหนึ่งที่ดูแล้วไม่ค่อยจะเป็นประโยชน์เสียเท่าไหร่ในการอุ่นเครื่องครั้งนี้ คือ เกมฟีฟ่าเดย์ ส่วนมากมักจะเป็นการพบกันระหว่างทีมชาติ ซึ่งทางสมาพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ก็จะมีคะแนนให้ เพื่อเป็นการขยับอันดับแร็งค์กิ้งโลก

แต่หากเป็นกรณีนี้เชื่อเถอะว่าทีมชาติไทยของเราจะไม่ได้คะแนนในการจัดอันดับแน่นอน นั้นก็คือผลเสียที่จะส่งผลต่อทีมในระยะยาว ในเรื่องของอันดับโลก

ซึ่งตัวผมเองไม่เห็นด้วยมาตั้งแต่แรกแล้วในการอุ่นเครื่องเกมนี้ เพราะไม่ได้ส่งผลดีต่อทีมชาติไทยเลย คะแนนก็ไม่ได้ อีกทั้งยังไม่ได้เจอสิ่งแปลกใหม่อีก นั้นก็เท่ากับว่าทีม "ช้างศึก" ของเราย้ำเท้าอยู่ที่เดิม แต่ทีมอื่นๆ กับวิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว บางทีมถึงขั้นวัดฝีเท้ากับทีมระดับโลกเลยทีเดียวที่ผ่านมา

ทุกวันนี้ทีม "ช้างศึก" ของเราอาจจะขยับขึ้นมารั้งเบอร์หนึ่งของอาเซียนอีกครั้ง แต่หากลองดูจากการให้คะแนนแล้ว ผมว่ามันไม่สมศักดิ์ศรีเท่าที่ควร เพราะทีมชาติไทยไม่มีโปรแกรมเตะเลย ทำให้คะแนนยังคงเดิม

ส่วนเพื่อนร่วมอาเซียน ต่างมีโปรแกรมตลอด บางก็แพ้ บ้างก็ชนะ ทำให้คะแนนขยับปรับลดอยู่เสมอ จนล่าสุดทีมร่วมอาเซียนต่างมีคะแนนลดลง ทำให้ไทยได้ขยับขึ้นบัลลังก์อีกครั้ง ซึ่งผมว่าไม่น่าภูมิใจเท่าที่ควรถึงแม้จะขึ้นมายืนบนจุดสูงสุดก็ตาม

เอาเป็นว่าการอุ่นเครื่องของทัพ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย ในวันที่ 15 ส.ค.นี้ จะได้หรือเสียประโยชน์ แฟนนานุแฟนคงต้องพิจารณากันเอาเอง แต่ที่อยากจะฝากเอาไว้ก็คือไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็ขอให้เข้าไปให้กำลังใจนักเตะกันเยอะๆเช่นเคยก็แล้วกัน

เรื่องโดย "ซูเปอร์แบงค์"

Advertisement Replay Ad

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์