ฟุตบอล : เมืองทองฯ กับแชมป์ที่คู่ควร

ฟุตบอล : เมืองทองฯ กับแชมป์ที่คู่ควร

ฟุตบอล : เมืองทองฯ กับแชมป์ที่คู่ควร

Sport Radio

สนับสนุนเนื้อหา

ฟุตบอล :หลังจบแมตช์กับ ชัยนาท เอฟซี เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ด้วยชัยชนะของ กิเลนผยอง 1-0 ทำให้ในที่สุดบทสรุปเรื่องแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกปีนี้ก็จบลงไปเป็นที่เรียบร้อย

สุดท้ายก็เป็น เอสซีจี เมืองทอง กลับมาเถลิงบัลลังก์แชมป์อีกครั้ง ซึ่งแชมป์ครั้งนี้เป็นสมัยที่ 3 ในรอบ 4 ปีของพวกเขาอีกด้วย

ซึ่ง 2 ปีแรกเกิดขึ้นในปี 2009 และ 2010 ก่อนที่ 2011 จะเป็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ขึ้นมาท้าทายความเป็นหนึ่งด้วยการผงาดคว้าแชมป์ไปอย่างสุดยอดเมื่อปีที่ผ่านมาด้วยการพ่ายแพ้แค่ 1 เกมเท่านั้น แต่ในฤดูกาลนี้ เอสซีจี เมืองทองฯ กลับทำได้ยอดเยี่ยมกว่า (นับเฉพาะหลังจบเกม ชัยนาท) เพราะพวกเขายังไม่แพ้ใครก็สามารถก้าวขึ้นฉลองแชมป์ได้แล้ว

แต่ด้วยผลงานในตอนนี้ 31 นัด ชนะ 23 เสมอ 8 ซึ่งแค่นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ กิเลนผยอง กลับมาผงาดเป็นเบอร์ 1 ของประเทศไทยอย่างไม่เป็นทางการแล้ว ทิ้งห่าง ชลบุรี เอฟซี ไปแบบไม่เห็นฝุ่นที่ 14 แต้ม แม้ ฉลามชล จะแข่งน้อยกว่า 1 นัดแต่ก็ไม่ทันการแน่นอน

หลังจากฉลองแชมป์กันแล้ว สำหรับ กิเลนผยอง พวกเขายังเหลืออีก 3 เกมที่เหลืองให้ลุ้นโดยเป็นการเล่นนอกบ้านทั้งหมดด้วยการออกไปเยือน บีบีซียู, การท่าเรือไทย และบีอีซี เทโรศาสน ในนัดสุดท้ายซึ่งจะเป็นการรับถ้วยอย่างเป็นการอีกด้วย ซึ่งทำให้แมตช์กับ ชัยนาท เอฟซี นี้มีความหมายที่ส่งให้ เมืองทองฯ ฉลองแชมป์ต่อหน้าแฟนบอลได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยที่สุด

สำหรับปีนี้หลายเสียงคงไม่ปฎิเสธว่า เอสซีจี เมืองทองฯ คือทีมที่คู่ควรที่สุดที่จะคว้าถ้วยลีกสูงสุดของไทยไปครอง ด้วยเหตุผลง่ายๆ เลยคือ ชนะเยอะ, เสมอนิดหน่อย และไม่แพ้ใครเลย (ณ ตอนนี้) 5555

นั่นคือรายละเอียดทั้งหมด แต่ถ้าจะดูกันทีรายละเอียดปลีกย่อยที่ส่งให้ เมืองทอง กลับมาคว้าแชมป์ในครั้งนี้มีอยู่ 3 ปัจจัยด้วยกัน

1.ไม่มีถ้วยเอเชียให้พะวง ปัจจัยนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญมากๆ สำหรับทีมฟุตบอลไทย มีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วทั้ง บุรีรัมย์ และชลบุรี ที่ปีนี้ฟอร์มแกว่งไป แกว่งมาเพราะบอลเอเชีย

2.นักเตะชุดนี้ท็อปฟอร์ม กวิน ธรรมสัจจานันท์, ปิยพล บรรเทา, รี ควาง ชอน, ภานุพงษ์ วงษ์ศา, มงคล นามนวด, ดาโญ่ เซียก้า, ดัสกร ทองเหลา, พิชิตพงษ์ เฉยฉิว, อัตนัน บาราคัต, มาริโอ ยูรอฟสกี้ และธีรศิลป์ แดงดา คือ 11 คนแรกที่ได้โอกาสลงสนามแทบทุกสัปดาห์ ซึ่งแต่ละคนก็สามารถร่ายฟอร์มเก่งมาได้แบบต่อเนื่องอีกด้วย

3.แรงขับชั้นดี และด้วยความกดดันที่ถาโถมเข้ามาตอนต้นปีที่กาอยู่หน้านักเตะทุกๆ คนว่า เราต้องกลับมาคว้าแชมป์ให้ได้ ประกอบกับบรรดาทีมคู่แข่งล้มลงครั้งแล้วครั้งเล่า สุดท้ายความกดดันของตัวเองก็กลายเป็นเรื่องที่ดีที่ส่งให้ทีมถึงจุดหมายอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

ซึ่งการกลับมาในครั้งของ เอสซีจี เมืองทองฯ เป็นการส่งสัญญาณเตือนทั้ง บุรีรัมย์ และชลบุรี แล้วว่าปีหน้าพวกเขาจะอยู่เฉยไม่ได้ ดังนั้นปีหน้าคงเป็นของขวัญของแฟนบอลชาวไทยทุก ๆคนที่จะได้เห็นการแย่งบัลลังก์แชมป์ที่ดุเดือดอีกปีอย่างแน่นอน

แต่อย่างไรก็ตามทุกอย่างขึ้นอยู่กับปีหน้า แต่วันนี้ ตอนนี้ นาทีนี้ และวินาทีนี้ ขอซูฮกและขอคาราวะกับแชปม์สมัยที่ 3 ของ เมืองทอง อย่างสุดหัวใจจริงๆ

เรื่องโดย "เจษดาพร"


 

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์