แฟนบอลผู้น่าสงสาร!

แฟนบอลผู้น่าสงสาร!

แฟนบอลผู้น่าสงสาร!

Sport Radio

สนับสนุนเนื้อหา

ฟุตบอล : หากแค่เรื่องสนามยังจัดการไม่ได้ แฟนบอลชาวไทยก็อย่าหวังจะได้เห็นทีมรักประสบความสำเร็จและความเจริญอีกเลย เฮ้ออออออ!

ราชมังคลากีฬาสถาน เวอร์ชั่นสนามแข่งรถเรซ ออฟ แชมเปี้ยนส์ ที่ทำให้ทีมชาติไทยเป็นลูกเมียน้อย

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาคงๆ ไม่มีอะไรที่บั่นทอนจิตใจแฟนบอลชาวไทยมากไปกว่าการที่ทีมรักต้องถูก ทีมชาติคูเวต บุกมาปู้ยี่ปู้ยำ 1-3 ถึงกรุงเทพมหานคร ในรายการเอเชี่ยนคัพ 2015 รอบคัดเลือก เมื่อวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา

แต่การที่พลพรรค "ช้างศึก" พ่ายต่อทีม "เศรษฐีน้ำมัน" ในครั้งนี้กลับไม่สร้างความประหลาดใจให้กับคอลูกหนังชาวสยามส่วนใหญ่เลยแม้แต่น้อย เพราะเดิมทีการที่เราแข่งกับทีมจากอาหรับก็มักจะไปไม่เป็น และแพ้แล้วแพ้อีกอยู่ร่ำไป จนแฟนบอลส่วนใหญ่ชินชากันไปแล้ว

แต่นั่นมันก็คือเรื่องในสนามซึ่งทีมที่พร้อมกว่า เตรียมทีมดีกว่าการจัดการดีกว่า นักเตะเก่งกว่า ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ คูเวต จะชนะไทยไม่ได้ ส่วนเรื่องนอกสนามคิดจนปวดหัวเพราะไม่รู้จะหยิบเรื่องไหนมาเขียน จุดอ่อนของสมาคมแห่งประเทศไทย มันมีเยอะแยะเต็มไปหมดเรียกได้ว่าหลับตาต่อยยังโดน!


ภาพก่อนการแข่งขันซึ่งต้องขอขอบคุณ คูเวต ที่อุตส่าห์ยอมเตะกับทีมชาติไทย

เอาเป็นว่าขอหยิบเรื่องน่าจะมีความเสี่ยงน้อยที่สุดจากการโดนเล่นงานละกัน วันนี้จะมาขอนำเสนอในเรื่องสังเวียนการแข่งขันที่ทำให้แฟนบอลชาวไทยอับอายขายขี้หน้าประชาชีกันทั้งประเทศ

โดย"ราชมังคลากีฬาสถาน" สนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ความจุ 49,722 ที่นั่ง งบประมาณการก่อสร้างสูงถึง 1,255,569,337 บาทกลับกลายเป็นสังเวียนแข่งรถในศึกเรซ ออฟ แชมเปี้ยนส์ แต่อันนั้นเข้าใจได้ว่า สนาม 1 สนาม สามารถแข่งขันกีฬาได้หลายชนิด ขนาดสนามเวมบลี่ย์ ของอังกฤษ ยังใช้จัดคอนเสิร์ตมาแล้ว

แต่สิ่งที่แตกต่างคือการรับผิดชอบ การประสานงาน การจัดการ อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าเป็นจุดอ่อนของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยมาตั้งแต่ชาติปางก่อน การที่ "ราชมังคลากีฬาสถาน" เกิดอาการ "กาก" ก่อนที่จะมีแมตช์ระดับชาติลงเตะ

 

หากเตะกันที่ เอสซีจี สเตเดี้ยม น่าจะมีบรรยากาศที่ดีแบบนี้ แต่เป็นเพราะอะไรกัน!

แถมยังมีการพ่นสีสเปรย์แบบตบตาคณะกรรมการที่เดินทางมาตรวจสอบสนาม แบบที่เรียกว่าเค้าไม่รู้กันเลย มันสื่อให้เห็นถึงการไม่ทำการบ้านของฝ่ายจัดหรือเปล่า ถามด้วยความไร้เดียงสาในฐานะแฟนบอลตาดำๆ คนนึง และไม่ได้มีเจตนาโค่นล้มใครทั้งนั้น

ใคร่อยากรู้เฉยๆ ว่า ในเมื่อสนามมันไม่พร้อมแต่ทำไมยังถูลู่ถูกังใช้สนามราชมังคลากีฬาสถานอยู่อีก ทั้งที่ในดินแดนขวานทองมีสนามที่พร้อมกว่าเยอะแยะมากมาย เช่น สนามติณสูลานนท์, สนาม 700 ปีเชียงใหม่, ไอโมบาย สเตเดี้ยม หรือ เอสซีจี สเตเดี้ยม

แถมสนามเหล่านี้การันตีเรื่องบรรยากาศว่ามันน่าจะดีกว่าสนามแถวหัวหมาก 100 เปอร์เซ็นต์ด้วย ประเด็นการพ่นสีไม่พูดถึงดีกว่า อายเค้าแย่ แต่ที่อยากรู้จริงๆ ก็คือไม่มีใครออกมาชี้แจงอะไรเลยเรื่องสนาม

แม้กระทั่งผู้จัดการสนามเองยังออกมายอมรับว่าเพิ่งจะรู้ว่าสนามแห่งนี้จะมีการแข่งขันของทีมชาติไทย ก่อนการแข่งขันจริงไม่กี่ชั่วโมง

นิวไอโมบาย สเตเดี้ยม หนึ่งในสนามที่ทันสมัยที่สุดในเมืองไทย โดนมองข้ามเพราะ ?

จับใจความคร่าวๆ แค่สงสัยด้วยความไร้เดียงสาว่า การประชาสัมพันธ์ไม่ดีหรืออย่างไร หรือคนดูแลสนามไม่รับรู้ข่าวสารใดๆทั้งสิ้นหรืออย่างไรกัน ทำไมมันถึงมาทำเอาลวกๆ ขอไปทีก่อนแข่งขัน
แต่ในความเป็นจริงเราๆ ท่านๆ ก็รู้สึกชินชากับเรื่องนี้ไปแล้ว แต่คำถามที่ว่า เพราะอะไรคนดูแลสนามถึงไม่รู้เรื่องการประสานงานอยู่ที่ไหน ซึ่งการที่จะบอกว่าเหตุผลที่ไม่ย้ายสนามเตะเป็นเพราะกำหนดว่าจะใช้ ราชมังคลากีฬาสถาน มาตั้งนานแล้ว

ซึ่งเหตุผลนี้มันก็จะมัดตัวเอง ซึ่งหากกำหนดตั้งนานแล้ว แล้วเพราะเหตุใดถึงไม่มีการเตรียมการงานนี้ สหพันธ์ลูกหนังเอเชีย หรือ เอเอฟซี เดินทางมาตรวจสนามก่อนแข่งขัน เค้าก็พูดเป็นนัยว่าไม่ผ่าน

แต่ทาง คูเวต เค้าอาจมั่งใจในศักยภาพของทีมตัวเอง จึงคิดซะว่าหากสนามแย่น่าจะเป็นไทยนี่แหละที่น่าจะมีปัญหามากกว่า เรื่องแค่นี้เรายังอาศัยความเป็นเจ้าบ้านทำให้ได้เปรียบคู่แข่งยังไม่ได้ แต่กลับกลายเป็นว่า คูเวต ที่เดินทางมาประเทศไทยและเก็บตัวก่อนเรากลับไม่เสียเปรียบในการเป็นทีมเยือนเลยแม้แต่นิดเดียว

แถมผู้ตัดสินยังทะลึ่งไม่มอบลูกโทษให้กับเราอีก แต่เรื่องจุดโทษอันนี้ไม่ขอพูดเพราะมันเกิดขึ้นได้กับเกมฟุตบอลทั่วโลก แต่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในโลกก็คือการเอาสีไปพ่นสนามนี่แหละ

ซึ่งหากแค่เรื่องสนามยังจัดการไม่ได้แฟนบอลชาวไทยก็อย่าหวังจะได้เห็นทีมรักประสบความสำเร็จและความเจริญอีกเลย เฮ้ออออออ!

เรื่องโดย "ต้นหิน"

Advertisement Replay Ad

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์