บ๊ายบาย วินนี่

บ๊ายบาย วินนี่

บ๊ายบาย วินนี่

ฟุตบอล : "งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกลา" วลีนี้คงใช้ได้ดีกับ กับการทำงานในเมืองไทย หลังจากที่ประกาศแยกทางอย่างเป็นทางการกับสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ซึ่งระยะเวลารวมที่กุนซือผมสีดอกเลาชาวเยอรมันทำงานอยู่ในเมืองไทย ก็ประมาณเกือบสองปีด้วยทั้งการคุมทัพทีมชาติไทยด้วย

อย่างแรกต้องขอกล่าวคำว่าขอบคุณที่ตั้งใจเข้ามาทำงานอย่างเต็มที่ ตั้งแต่สมัยคุมทีมชาติไทย ถึงแม้ว่าจะเจอปัญหาอุปสรรคมากมาย กับการทำงานทั้งจากแฟนบอลหรือสื่อมวลชนด้วยกันเอง ที่หลายๆ ครั้งเก้าอี้ของเจ้าตัวถูกเรื่อยไปแบบทั้งรู้ตัวและไม่รู้ตัวแต่จนแล้วจนรอดก็สามารถเอาตัวรอดได้ในแง่ของภาพลักษณ์การทำงาน ไม่ใช่ถูกคนไทยสาบส่งเหมือนโค้ชชาวต่างประเทศหลายคนที่เอาชื่อมาทิ้งไว้

ที่น่าแปลกใจคือ เรื่องของสัญญาระหว่างวินนี่กับอดีตต้นสังกัดอย่างทีมเมืองทอง ยูไนเต็ด คือสัญญาลูกผู้ชายปากเปล่าหรือเข้าใจง่ายๆ ก็เป็นการทำงานแบบไม่มีสัญญานั่นเองซึ่งการทำงานในระดับโค้ชอาชีพหรือฟุตบอลอาชีพ เรื่องสัญญาถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากทั้งการระบุเรื่องของเงินเดือน ผลประโยชน์หรือค่าเสียหายที่ได้รับถ้าเกิดทางต้นสังกัดต้องการที่จะฉีกสัญญา รวมทั้งทางฝั่งสโมสรด้วยถ้าเกิดเจ้าตัวตัดสินใจลาออกไปก่อนหมดสัญญา

แต่เรื่องนี้คงไม่สำคัญกับวินนี่และอดีตต้นสังกัดอย่างสโมสรเมืองทองเอง เพราะจากข่าวที่ผ่านมา การที่วินนี่เข้ามาช่วยทำทีมดูแลเรื่องต่างๆ นั้นมาจากความสัมพันธ์ส่วนตัวกับคุณเป้ รณฤทธิ์ ซื่อวาจา และคุณระวิ โหลทองซึ่งเป็นคนที่พาวินนี่เข้ามาคลุกคลีทำงานกับฟุตบอลเมืองไทย

สิ่งที่วินนี่ทำให้กับวงการฟุตบอลไทย ถือว่าเป็นประโยชน์ไม่น้อยถึงจะไม่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนแค่รองแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ หรือฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียนเมื่อต้นปีหรือการทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในสองนัดแรกของฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชียรอบแรกเมื่อปีที่ผ่านมาเท่านั้น โดยวินนี่เห็นนักเตะระดับดาวรุ่งและเปิดโอกาสให้ลงเล่นจนกลายเป็นตัวหลักของสโมสรยักษ์ใหญ่และทีมชาติในปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน สิ่งที่วินนี่ได้จากการทำงานในเมืองไทยคือเรื่องของประสบการณ์ ความเข้าในในวัฒนธรรมฟุตบอลของแต่ละท้องถิ่นที่ไม่มีที่ไหนเหมือนกัน ซึ่งการปรับตัวเข้ากับท้องถิ่นที่ไปทำงานของเจ้าตัวถือว่าสอบผ่านอย่างที่เคยเขียนไว้ในคอลัมน์ที่ผ่านๆ มา

วินนี่รู้ว่าสื่อมวลชนทางด้านกีฬาของประเทศไทยเป็นแบบไหน หรือนายจ้างอย่างสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย รวมทั้งการทำงานที่ไม่เหมือนใครตอนอยู่กับเมืองทอง ยูไนเต็ด แน่นอนว่าเป็นอีกคนนึงที่คลุกคลีอยู่กับวงการฟุตบอลไทยไม่นานแต่สามารถรู้จักธรรมชาติของวงการฟุตบอลไทยไม่แพ้กับคนไทยหลายๆ คนเลยทีเดียว

นอกจากนั้นสิ่งที่ต้องชมเชยวินนี่ คือเรื่องของการเลือกใช้สื่อเพื่อสื่อสารกับแฟนบอลหรือคนทั่วไปที่มีการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ค เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจโดยตรง ดังนั้นการบิดเบือนข่าวหรือปัญหาการตีความของข้อมูลข่าวสารจากสื่อสำนักต่างๆ จึงไม่ค่อยจะเป้นปัญหา ที่สำคัญข่าวลือต่างๆ เกี่ยวกับวินนี่ตลอดการทำงานที่ผ่านมามีน้อยมากเนื่องจากคนที่ออกมาให้ความกระจ่างโดยตรงคือตัวของวินนี่เอง

ส่วนงานใหม่ของวินนี่ก็มาแบบรวดเร็วทันใจ คือการไปคุมทีมชาติจาไมกา ซึ่งเป็นชาติหมู่เกาะในทะเลแคริบเบียน เรียกว่าไปนั่งอาบแดด ดูทะเล คุมทีมซ้อมฟุตบอลอย่างมีความสุข

ถ้าจินตนาการเล่นๆ เอาก็คงสไตล์ฝรั่งมาพักตากอากาศตามสไตล์เศรษฐีเมื่อยเมื่อไหร่ก็ไปนวดกับคนท้องถิ่น อาหารการกินไม่มีปัญหาแถมการคุมทีมฝึกซ้อมก็ช่วงที่มีทัวร์นาเมตต์สำคัญเพราะสัญญาของวินนี่กับสมาคมฟุตบอลจาไมกา เป็นสัญญาระยะสั้นถึงเดือนพฤศจิกายนเพื่อเป้าหมายในการพาทีมไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายให้ได้

สุดท้ายก็ฝากบอกวินนี่ว่าฝากใช้เวลาพักผ่อนวันหยุดให้คุ้มด้วย หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยกับวงการฟุตบอลเมืองไทยมาเกือบสองปี กับชีวิตชาวเกาะเขตร้อนอันแสนอบอุ่น เพราะคนที่อยู่ทางนี้หลายคนยังคงว้าหวุ่นวุ่นวายไปพักผ่อนไม่ได้เลยสักนิดเดียว 555 โชคดี บ๊ายบายครับวินนี่

เรื่องโดย "หมอเมา"

Advertisement Replay Ad

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์