ทางไปสู่การ "ดับทุกข์"

ทางไปสู่การ "ดับทุกข์"

ทางไปสู่การ "ดับทุกข์"

ฟุตบอล : ปัญหาเรื่อง "" ถ้าเราลองเอาคำสอนของ "พระพุทธเจ้า" มาประยุกต์ใช้ หาให้ได้ก่อนว่า อะไรคือตัว "ทุกข์" และอะไรคือ "ต้นตอของทุกข์" แล้วค่อยจัดการแก้ไข ไปตามลำดับ

ในขณะที่ผมนั่งปั่นต้นฉบับคอลัมน์ "ซอยสามัคคี" อยู่นี้ ได้ทราบคร่าว ๆ ถึง ผลการพูดคุยระหว่าง คุณธเนศ เครือรัตน์ ประธานสโมสรศรีสะเกษ เอฟซี กับตัวแทนของสมาคมฟุตบอล (ข่าวว่า คุณวรวีร์ มาเอง) และบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ในประเด็นเรื่องของทีม "กูปรีอันตราย" ศรีสะเกษ เอฟซี ได้รับการคืนสิทธิ์ ให้เล่นในศึกโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก เรียบร้อยแล้ว

สรุป สำหรับการพูดคุยของทั้ง 3 ฝ่ายก็คือ "ยังไม่สรุป" ครับ

เนื่องเพราะว่า ทางสมาคมฟุตบอลฯ และ บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก โยนเรื่องกลับไปให้คณะกรรมการพิจารณาสิทธิ ชุดเดิม ที่เคยพิจารณาเรื่องนี้ มาตั้งแต่ต้น นำโดย "บิ๊กแป๊ะ" ถิระชัย วุฒิธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการ ให้นำเรื่องนี้ ไปหาข้อสรุปกันอีกครั้ง

แต่คราวนี้ ไม่ใช่การหาข้อสรุป ว่า ใครจะได้เล่น หรือไม่เล่น แบบคราวก่อน ทว่า! เป็นการหาข้อสรุปว่า จะทำอย่างไรดี กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากนี้ไป

ในกรณีที่ "ศรีสะเกษ" จะลงเล่นแมตช์ที่ค้างจากเลกแรก และแมตช์ที่เหลืออยู่ในเลกที่สอง อันนี้ ชัดเจนว่า ทางคุณธเนศ เครือรัตน์ ยอมรับว่า คงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

สิ่งที่ทางศรีสะเกษ เอฟซี ต้องการก็คือ เขาต้องการให้สมาคมฟุตบอล และบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก "พักสิทธิ" ของทีมกูปรี ในฤดูกาลนี้เอาไว้

ในขณะที่ทางไทยพรีเมียร์ลีก โดยท่านประธาน ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ก็เคยพูดไว้ชัดเจนว่า ยังไงก็จะไม่ให้มีการ "พักสิทธิ" กับทีมศรีสะเกษ เอฟซี เป็นอันขาด

แต่ว่า มาถึงตอนนี้ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ที่ท่าน ดร.วิชิต เคยพูดเอาไว้ก่อนหน้านั้น จะยัง "ยืน" ตามคำพูดเดิมหรือไม่

ว่ากันว่า ในที่ประชุม 3 ฝ่ายเมื่อบ่ายวันพุธ (21 ส.ค.) ที่ผ่านมานั้น แนวโน้มที่ "กูปรี" จะได้รับการ "พักสิทธิ" อย่างที่ต้องการ เป็นไปได้ "สูง" เอามาก ๆ เพราะคนที่ออกมาพูดแบบ "เสียงดัง" ในเรื่องดังกล่าว ไม่ใช่ใครที่ไหน คือ ท่านรักษาการนายกฯ "คุณวรวีร์ มะกูดี" นั่นแหละ

คุณวรวีร์ พูดชัดเจนมากว่า "ศรีสะเกษ" ไม่ได้ผิด แล้วจะไป "ตัดสิทธิ" เขาได้ยังไง

ทีนี้ เรื่องยุ่ง ๆ ของคณะกรรมการฯ ชุด "บิ๊กแป๊ะ" ก็จะกลายมาเป็นประเด็นที่ว่า

ถ้าศรีสะเกษ เอฟซี ได้พักสิทธิแล้ว การตกชั้น และ เลื่อนชั้น จะทำอย่างไร

หากจะให้ตกชั้น 3 ทีมเหมือนเดิม นั่นหมายความว่า ทีมอันดับที่ 15 ของไทยพรีเมียร์ลีก ก็จะกลายเป็น "ซวย" ต้องตกชั้นร่วมไปกับทีมอันดับที่ 16 และ 17 ซึ่งแน่นอนว่า ไม่มีใคร "ยอม" หรอก เพราะอยู่ ๆ ไม่ใช่ความผิดของพวกเขา แล้วดันจะต้องมา "รับกรรม" กับ "ความซวย" ไปเต็ม ๆ

หากจะให้ตกชั้นแค่ 2 ทีม อันนี้ ทีมอันดับ 3 ของลีกวัน ที่เขาจะต้องได้เลื่อนชั้นแบบอัตโนมัติ ก็คงไม่ยอมเช่นกัน เพราะพวกเขาไม่เกี่ยวอะไรเลยกับเรื่องดังกล่าว แต่กลับจะต้องมา "เสียสิทธิ"

ไม่ว่าจะประเด็นไหน ใน 2 ประเด็นข้างต้น ยังไงก็เป็นไปไม่ได้ อยู่แล้ว นอกเสียจากว่าทางสมาคมลูกหนัง และบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก ไม่กลัวที่จะต้อง "ขึ้นศาล"

ทางออกที่ดูเหมือนว่าจะ "ดีที่สุด" ในตอนนี้ เท่าที่ได้ยิน ได้ฟัง จากเสียงกระซิบผ่านทางสายลมก็คือ

โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก ปีหน้า เพิ่มมันเป็น 20 ทีมซะเลย ก็คือ ให้ตกชั้น 2 ทีม และให้ทีมในลีกวัน ขึ้นชั้นมา 4 ทีม เมื่อรวมกับ ศรีสะเกษ เอฟซี ที่ได้พักสิทธิในปีนี้ กลับมาเล่นได้ในปีหน้า ก็เป็น 20 ทีมพอดี

ทำไปทำมา ประเด็น เพิ่มเป็น 20 ทีม ดูจะเป็น "ทางออก" ที่ "ดีที่สุด" ในแง่ของสมาคมฯ , บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ได้ประโยชน์

แต่! สิ่งที่ต้องถามต่อก็คือ จากนี้ไป ถ้าเกิดกรณีปัญหาในแบบคล้าย ๆ กันนี้ขึ้นมาอีก แล้วจะไม่ต้องใช้วิธีการในแบบนี้ "ตัดสินปัญหา" อีกหรือ?

ผมไม่ได้พูดเล่นนะครับ เพราะหากมันมีการ ร้องสิทธิ , เรียกสิทธิ กันอีก ไม่ต้องมาเพิ่มทีมขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี ๆ เหรอครับ

อ้อ! ความจริง การ "พักสิทธิ" ให้กับศรีสะเกษ เอฟซี ถ้าเกิดขึ้นจริง มันยังจะมีเรื่องประเด็น "บอลถ้วย" อีกด้วย ว่าจะต้อง "คืนสิทธิ" ตรงนี้ ด้วยหรือเปล่า

โชคดี! ที่ทาง ศรีสะเกษ เอฟซี เขาไม่ "ติดใจ" ถึงขนาดนั้น ไม่งั้น ก็คงต้องไป "รื้อ" โปรแกรมบอลมูลนิธิ ไทยคมเอฟเอคัพ ที่พวกเขา ถูกปรับแพ้ ตกรอบไปแล้วด้วย (ส่วน โตโยต้า ลีกคัพ เตะตกรอบไปเองแล้ว)

ความจริงแล้ว "ต้นตอ" ของปัญหานี้ มันอยู่ตรงไหน คือสิ่งที่จะต้องเข้าไป "แก้ไข" เพื่อไม่ให้มันเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมาอีก

คำสอนของพระพุทธเจ้า ท่านพูดถึงเรื่อง "ทุกข์" เอาไว้ชัดเจนว่า หากจะ "ดับทุกข์" ก็ต้องไปหาให้ได้ว่า อะไรคือ "ทุกข์" จากนั้น ก็ไปหาถึง "ต้นเหตุแห่งทุกข์" ต่อด้วยการรู้และเข้าใจ "ความดับทุกข์" แล้วจึงถึง "หนทางนำไปสู่ความดับทุกข์" ที่ว่านั้นได้

ปัญหาเรื่อง "ศรีสะเกษ เอฟซี" ถ้าเราลองเอาคำสอนของ "พระพุทธเจ้า" มาประยุกต์ใช้ หาให้ได้ก่อนว่า อะไรคือตัว "ทุกข์" และอะไรคือ "ต้นตอของทุกข์" แล้วค่อยจัดการแก้ไข ไปตามลำดับ

ทุกข์ ของเรื่องนี้ ก็คือ คำตัดสินของสมาคมฟุตบอลฯ ตั้งแต่ให้สิทธิ อีสาน ยูไนเต็ด ลงเตะเมื่อฤดูกาลก่อนโน้นนั่นแหละครับ

เพราะฉะนั้น ต้นเหตุแห่งทุกข์ ก็คือ สมาคมฟุตบอลฯ นั่นแหละ

ทราบ 2 อย่างนี้แล้ว ก็ไม่น่าจะยาก ที่จะหาหนทางในการ "ดับทุกข์" ได้ในบั้นปลาย

ใคร? ทำให้เกิดเรื่องนี้ ก็ควรจะเป็นผู้ที่ต้องออกมา "รับผิดชอบ" เรื่องนี้ไปเต็ม ๆ รวมทั้งพร้อท "รับกรรม" ในสิ่งที่ตน "ก่อ" เอาไว้

ที่ทาง อิสาน ยูไนเต็ด ยืนยันว่า การ "ฟ้องร้อง" สมาคมลูกหนังฯ ยังเดินหน้าต่อไป เพราะทำให้พวกเขา "เสียหาย" นั้น

ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่ง "หนทางไปสู่การดับทุกข์" ครับ

เรื่องโดย "เฮียนอส"

Advertisement Replay Ad

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์