บทเรียนราคา (จะ) แพง กระทิง-ท่าเรือ

บทเรียนราคา (จะ) แพง กระทิง-ท่าเรือ

บทเรียนราคา (จะ) แพง กระทิง-ท่าเรือ

Sport Radio

สนับสนุนเนื้อหา

ฟุตบอล : หลังสิ้นเสียงนกหวีดจบเกมการแข่งขันเกมบิ๊กแมตช์ดิวิชั่น 1 ที่สนามเฉลิมพระเกียรติบางมดไม่ถึง 20 นาทีภาพเหตุการณ์อื้อฉาวแฟนฟุตบอลชาวไทยยกพวกเปิดฉากตะลุมบอลกันเกิดขึ้นอีกครั้ง !!!

ยอมรับตามตรงว่าผมคือหนึ่งในผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ดังที่กล่าวขึ้นมาข้างต้น เพราะถูกรับคำสั่งให้ไปติดตามเกมนัดสำคัญคู่นี้ ผมเชื่อตั้งแต่วันที่เกิดเหตุมาจนถึงวันนี้แฟนบอลทั่วประเทศคงรับเสพข่าวสารเหตุการณ์ปะทะเดือดระหว่างแฟนบอล กับ แฟนบอล สิงห์ท่าเรือ กันไปแล้ว ไม่ว่าจะทั้งจากหน้าจอโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์กีฬาต่างๆ รวมทั้งสื่อออนไลน์
 
บอกตามตรงเลยนะครับว่าความรู้สึกแรกที่เดินออกมาจากห้องแถลงข่าวและได้เห็นภาพเหตุการณ์ความวุ่นวายระหว่างแฟนบอลทั้งสองทีม ณ ตอนนั้นผมคิดว่านี่มันไม่ใช่สนามฟุตบอลอย่างแน่นอน แต่ด้วยความที่ตัวเราเองเป็นนักข่าวมีหน้าที่ต้องนำเสนอในเมื่อเหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องวิ่งหยิบมือถือตัวเองขึ้นมาบันทึกภาพเพื่อใช้ในการสื่อข่าวต่อไป
 
ประตูโซน 4 จุดเริ่มของการเผชิญหน้า
 
เพราะภาพที่ผมเห็นคือแฟนบอลท่าเรือยกพวกวิ่งกรูเข้าหาแฟนคลับของบางกอกจากประตูโซน 4 แน่นอนว่าด้วยความที่เป็นบ้านของตัวเองและมีจำนวนมากกว่าแฟนกระทิงเหล็กก็พร้อมทั้งเปิดฉากแลกใส่กลับไปยังสาวกท่าเรือเช่นกัน นั่นจึงทำให้ภาพที่ออกมามันจึงทำให้ผมไม่รู้จะบรรยายได้แบบไหน เพราะมันไม่ได้ต่างอะไรจากวัยรุ่นยกพวกตีกันเลยแม้แต่นิดเดียว
 
คำถาม ณ ตอนนั้นคือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีมามากกว่า 400 นาย หายไปไหน ??? และปล่อยให้แฟนบอลทั้งสองทีมมาเผชิญหน้ากันหลังจบเกมได้อย่างไร ???
 
ลูกเด็กเล็กแดง แฟนบอลสุภาพสตรี รวมทั้งแฟนบอลที่เข้ามาชมเกมมีอีกมากที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวก็ต้องมาพยายามหนีเอาตัวรอดจาก ขวด พลุไฟ ปะทัด และอุปกรณ์ช่วยเสริมต่างๆทั้งไม้ ธงเชียร์ ฯลฯ
 
แฟนบอลหลายรายได้รับบาดเจ็บ 
 
ส่วนพวกที่คิดว่าตัวเองเก่ง ตัวเองแน่ ก็เปิดฉากนัวกันอย่างไม่เกรงกลัวว่าใครจะได้รับความเดือดร้อนตามมาจากเหตุการณ์นี้ ซึ่งกว่าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าระงับเหตุการณ์ก็กินเวลาไปเกือบชั่วโมงเลยทีเดียว 
 
ผมเช็คจากกระแสของเรื่องที่เกิดขึ้นผ่านหน้าเว็ปไซต์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นของสโมสรทั้งสองสโมสร รวมทั้งแฟนเพจเฟสบุ๊คต่างๆ แฟนบอลทั้งสองทีมต่างก็โทษว่าอีกฝั่งเป็นฝ่ายที่เริ่มเปิดฉากก่อน ซึ่งก็มีการโพสข้อความต่อว่าต่อขานกันไป-มา จนกลายเป็นเรื่องในสื่อออนไลน์ที่เถียงกันไม่จบไปอีก
 
สาเหตุ ต้นตอ ที่เกิดขึ้น หากจะย้อนกลับไปดูที่เกมการแข่งขัน ซึ่งตัวผมเองก็นั่งดูอยู่ตลอดทั้ง 90 นาที (หากไม่นับของแถมให้อีกเป็นชั่วโมง) การทำหน้าที่ของผู้ตัดสินชาวมาเลย์เซีย โมฮาเหม็ด นาฟีช อบูวาฮาบ ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างไร้ข้อบกพร่อง แม้จะไม่ถึงกับดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา แต่ผู้ตัดสินรายนี้ก็สามารถควมคุมสถานการณ์และเป่าไม่ได้รู้ว่าเอียงเอนไปฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือผิดพลาดจนนำมาซึ่งเหตุวุ่นวายหลังเกม
 

บางรายต้องถูกหามส่งโรงพยาบาล
 
อ.อาริศ กุลสวัสดิ์ภักดี ผู้ควมคุมการแข่งขันเกมนัดดังล่าวยืนยันชัดว่าทั้งสองสโมสรรวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างร่วมประชุมหารือเพื่อเตรียมมาตรการความพร้อมรับมือกับแฟนบอลทีคาดว่าจะเข้ามาชมเกมเต็มสนามเฉลิมพระเกียรติบางมด
 
แต่ประเด็นที่น่าสนใจที่แมตช์คอมฯเกมนัดดังกล่าวเผยออกมาคือแผนการปล่อยแฟนบอลทีมเยือนกลับบ้านหลังจบเกมนั้นเดิมที่ไม่ได้มีการพูดคุยหรือวางแผนไว้แบบนี้ เพราะทีแรกต้องการแยกแฟนคลับของทั้งสองทีมไม่ให้เผชิญหน้ากันอยู่แล้วไม่ว่าจะก่อนหรือหลังเกม
 
ก็ต้องมาลุ้นกันว่าหลังจากนี้จะมีแถลงข่าวจากหน่อยงานที่รับผิดชอบหรือไม่ และในขนาดเดียวกันก็ต้องมาลุ้นว่าบทพิจารณาลงโทษของฝ่ายจัดการแข่งขัน (TPL) จะออกมาอย่างไร ซึ่งในวันอังคารที่จะมีนัดประชุมแมตช์คอมมิชันเนอร์คงจะรู้ว่าโทษจากเหตุดังกล่าวจะมีข้อสรุปออกมาแบบไหน
 
ในเกมที่ว่าเดือดแล้ว นอกเกมยังเดือดกว่าหลายเท่า
 
ผู้ตัดสินชาวมาเลย์ต้องออกแรงเหนื่อยห้ามทัพอยู่ตลอดแทบทั้งเกม
 
แหม่ !!! เชื่อว่าคิดไม่ยากหรอกครับ คนที่รับผิดชอบคงไม่ใช่ใครอื่น คือสโมสรที่ท่านรักและเชียร์นั่นแหล่ะครับ อย่างเกมเอฟเอคัพระหว่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่มีเรื่องมีราวของแฟนบอลก่อเหตุวุ่นวายหลังเกม สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ที่ถูกจับภาพชัดเจนว่าเป็นตัวจุดชนวนก็ถูกปรับยับไปแล้ว และเหตุการณ์นี้ผมเชื่อว่าโทษปรับที่มีมาแน่ๆจะไม่น้อยไปกว่าเกมเอฟเอคัพแน่นอน

คลิปเหตุการณ์ดังกล่าว

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์