หวังศึกมาร์เชียลอาร์ตฯปลุกท่องเที่ยว

หวังศึกมาร์เชียลอาร์ตฯปลุกท่องเที่ยว

''ชุมพล''ให้''ศุภักษร''ดูพิธีเปิด-ปิด''บิ๊กหนุ่ม''ยันมี 9 ชนิดชิง 120 ทอง

นายชุมพล สิลปาอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยน มาร์เชียลอาร์ตเกมส์ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ห้องประชุมกระทรวงฯพร้อมด้วยคณะกรรมการฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องรมต.ชุมพลได้กล่าวให้ที่ประชุมทราบว่า ในพิธีเปิดการแข่งขันเอเชี่ยน มาร์เชียลอาร์ต ครั้งที่ 1 วันที่ 25 เม.ย.นั้น ทางกระทรวงฯ จะทำหนังสือถึงสำนักพระราชวัง เพื่อกราบบังคมทูลเชิญ พระบาาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานเปิดการแข่งขัน นอกจากนี้อยากจะให้คณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ ช่วยกันทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้การเป็นเจ้าภาพรายการนี้ เป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูการท่องเที่ยวของไทย เนื่องจากมีนักกีฬาของชาติต่าง ๆ เดินทางมาแข่งขันกันมาก รวมทั้งกีฬาศิลปะการต่อสู้เป็นที่นิยมในทวีปยุโรป จึงน่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมการแข่งขันกันมากพอสมควร รมต.กีฬา ยังมอบหมายให้ ศุภัก ษร หรือ นายศุภวัฒน์ จงศิริ จากบริษัท คอมอาร์ต โปรดักชั่น จำกัด เป็นผู้รับผิดชอบการแสดงในพิธีเปิด-ปิดการแข่งขัน ส่วนเรื่องงบประมาณนั้น ให้ร่างกรอบการทำงานมาเสนอที่ประชุมในครั้งต่อไป เนื่องจากงานนี้ต้องการบริษัทที่มีความเป็นมืออาชีพ ได้รับการยอมรับมาช่วยเหลือ รวมทั้งมอบหมายให้ ศุภักษร ทำการปรับปรุงแก้ไขตัวนำโชครูป หนุมาน ที่ชื่อ ยินดี หรือ ชิงชัย ใหม่ แก้ไขสัญลักษณ์การแข่งขัน รูปอักษรภาษาอังกฤษ A และ M ให้คล้องเกี่ยวกันระหว่างสีแดงและสีทอง ส่วนแนวคิดหลัก-คำขวัญ ยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกระหว่าง มิตรภาพและความเป็นหนึ่งเดียว หรือ การรวมกันเพื่อมากกว่าความเป็นหนึ่งเดียวของชาวเอเชีย โดยให้ ศุภักษร ไปทำการปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมและนำเสนอก่อนที่จะมีการประชุมกับ เว่ย จี จง รองประธานสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) ในวันที่ 6 ม.ค.

ด้าน บิ๊กหนุ่ม นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ กกท. ในฐานะประธานฝ่ายเทคนิคกีฬา กล่าวว่า กีฬา 9 ชนิดที่จะทำการ แข่งขัน ระหว่างวันที่ 25 เม.ย.-3 พ.ค. ได้กำหนดเรียบร้อยแล้วว่า จะมีการชิงชัยกัน 120 เหรียญทอง ประกอบด้วย คาราเต้ 12 ทอง, คิกบ๊อกซิ่ง 15 ทอง, มวย 16 ทอง, วูซู-กังฟู 10 ทอง, ปันจักสีลัต 12 ทอง, ยูโด 14 ทอง, เทควันโด 16 ทอง, ยูยิตสู 10 ทอง และคูราช 15 ทอง โดยจะมีการวางแผนจัดทำคู่มือเทคนิคกีฬาให้เสร็จสิ้นภายในเดือน ม.ค. และกำหนดให้แต่ละชาติส่งจำนวนนักกีฬาที่จะเข้าแข่งขันภายในวันที่ 15 ม.ค. ส่วนรายชื่อนักกีฬาให้ส่งภายในวันที่ 1 เม.ย. สำหรับสถานที่แข่งขันจะใช้ 4 แห่ง คือ อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก, อาคารนิมิบุตร, สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง และโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งสนามทั้ง 4 แห่งค่อนข้างพร้อมอยู่แล้ว เพียงแค่ปรับปรุงและตกแต่งเล็กน้อยก็สามารถใช้ในการแข่งขันได้ทันที

ส่วน บิ๊กจา พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเก็บค่าใช้จ่ายของนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากชาติต่าง ๆ ประมาณ 4,500 คนนั้น จะคิดค่าที่พักและอาหารวันละ 50 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1,750 บาท) ต่อคนต่อวัน ส่วนการประสานงานกับสหพันธ์กีฬาทั้ง 9 ชนิด พบว่า คูราช เป็นกีฬาเพียงแค่ชนิดเดียวที่ยังมีปัญหา เนื่องจากบุคลากรของไทยยังไม่มีความรู้ความสามารถในการจัดการแข่งขัน ดังนั้นระหว่างวันที่ 14-16 ม.ค. ทางสหพันธ์กีฬาคูราช จะส่งผู้เชี่ยวชาญจากประเทศ รัสเซีย มาจัดอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ของสมาคมมวยปล้ำแห่งประเทศไทยที่รับผิดชอบจัดการแข่งขันคูราช.

Advertisement Replay Ad

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์