แฝดใหญ่บ่นสนามผิดสเปกทำสถิติแย่

แฝดใหญ่บ่นสนามผิดสเปกทำสถิติแย่

แฝดใหญ่ พล.ต.ต.สุรพงษ์ อริยะมงคล เลขาธิการสมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยแนวทางในการพัฒนาการแข่งขันกีฬาแห่งชาติและกีฬาเยาวชนแห่งชาติให้ประสบความสำเร็จในอนาคตว่า หลังจากที่ กกท. ได้ทำการปรับปรุงการแข่งขันทั้ง 2 รายการจนมีมาตรฐานและได้รับการยอมรับมากขึ้น แต่ในส่วนของ กรีฑา ยังอยากจะให้ กกท. ทำการแก้ไขบางอย่างให้ดีมากกว่าเดิม โดยเฉพาะเรื่อง ของสนามแข่งขัน เนื่องจากมีหลายสิ่งที่จะต้องเร่งทำเป็นการด่วน ยกตัวอย่างเช่น จังหวัดเจ้าภาพที่ทุ่มทุนทำการปรับปรุงและซ่อมแซม สนามกีฬากลางเป็นจำนวนหลายสิบล้านบาท หรือบางแห่งเป็นร้อยล้าน แต่กลับทำการก่อสร้างลู่ยางสังเคราะห์ หรือลู่วิ่งที่จะใช้ในการแข่งขันเขย่งก้าวกระโดด กระโดดไกล หรือสนามฝึกซ้อมผิดคุณลักษณะที่สหพันธ์กรีฑานานาชาติ (ไอเอเอเอฟ) ได้กำหนดเอาไว้ จึงต้องมีการแก้ไขกันหลายครั้ง ทำให้เสียงบประมาณมากยิ่งขึ้น

พล.ต.ต.สุรพงษ์ ยังกล่าวต่อไปอีกว่า สนามกรีฑาที่พบว่ามีปัญหาและส่งผลต่อการแข่งขัน ก็คือ ที่สนามกีฬากลางของจังหวัดพิษณุโลก ที่จัดกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 38 ปี พ.ศ. 2551 และ สนามกีฬากลีบบัว ของจังหวัดกาญจนบุรี ี่ใช้จัดกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 25 กาญจนบุรีเกมส์ เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา รวมไปถึงสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ที่ใช้จัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 24 ที่จังหวัดนครราชสีมาเมื่อปี พ.ศ. 2550 ด้วย ซึ่ง สิ่งที่พบมากที่สุดก็คือ การที่ กกท. ใช้บุคคลที่ไม่มีความรู้เรื่องกรีฑามาเป็นคนตรวจรับงาน จึงไม่เข้าใจเรื่องเทคนิคต่าง ๆ ที่จะต้องใช้ในการก่อสร้างและแข่งขัน เวลาที่ผู้รับเหมาทำงานที่ไม่ถูกต้องก็ไม่สามารถโต้แย้งได้ สุดท้ายเมื่อคนของสมาคมกรีฑาเข้ามาดูความเรียบร้อยก่อนแข่ง จึงพบว่าสนามไม่ถูกต้องตามกฎ เช่น ใช้วัสดุผิดประเภท, ก่อสร้างไม่ตรงกับจุดที่กำหนด ทำให้เสียเวลาต้องมาแก้ไขกัน จนผู้รับเหมามาเร่งแก้ไขงานช่วงสุดท้าย และมาอนุโลมให้ผ่านกัน พอแข่งขันเสร็จก็ต้องมาใช้งบประมาณอีกมากในการทำให้ถูกต้องอีก เป็นเรื่องที่ไม่สมควรจริง ๆ

บอกตามตรงผมรู้สึกเสียดายมาก เพราะอย่างสนามที่พิษณุโลก, สนามซีเกมส์ที่โคราช และสนามที่จังหวัดกาญจนบุรี เป็นสนามแข่งขันที่สวยงามมาก แต่สุดท้ายต้องมาแก้ไขกันแบบนี้ น่าเสียดายมาก ทางที่ดีก่อนที่จะก่อสร้างสนามควรมาปรึกษากับสมาคมกรีฑาด้วยจะดีมาก เพราะพอเรื่องเทคนิคหากผิดมันก็ใช้แข่งไม่ได้ หรือไม่ได้รับรองผลการแข่งขัน แม้แต่บริษัทที่เข้ามาทำการรับเหมาก่อสร้าง ผมบอกตรง ๆ ทำการก่อสร้างผิดลักษณะเดิมถึง 3 ครั้ง ทั้งที่โคราช, พิษณุโลก และกาญจนบุรี ตรงนี้ผมก็อยากให้ กกท. ช่วยตรวจสอบหน่อย บางทีทางจังหวัดเองก็ไม่รู้เรื่องนี้ ต้องมาใช้เงินนั่งแก้ไขกันอีกมาก แทนที่จะทำให้ตรงกับกฎที่ระบุไว้ หรือบางทีบริษัทที่รับเหมาเปลี่ยนเอาวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐานมาใช้ มันก็ทำให้สนามพังเร็ว แค่ลงไปซ้อมวิ่ง 1-2 วันก็เสียหาย ต้องมาปรับปรุงแก้ไขให้พอแข่งกันได้ ซึ่งตรงนี้มันก็มีส่วนที่ทำให้สถิติบางรายการมันแย่กว่าที่เป็นจริง เพราะลู่วิ่งมันไม่สมบูรณ์เต็มที่ นี่ผมก็ยังเป็นห่วงที่จังหวัดตรัง ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 38 ในเดือน ก.ย. อาจจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ทาง กกท. จึงควรสังเกตเรื่องนี้เอาไว้ด้วย.

Advertisement Replay Ad

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์