''ต๋อง''ต้อน''ญวน''ที่จีน''ฮิกกินส์''ซิวแชมป์โลก

''ต๋อง''ต้อน''ญวน''ที่จีน''ฮิกกินส์''ซิวแชมป์โลก

นายสุนทร จารุมนต์ ประชาสัมพันธ์สมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย รายงานการแข่งขันสนุกเกอร์ชิงแชมป์เอเชียประจำปี ค.ศ.2008 ครั้งที่ 25 เมื่อ 5 พ.ค.ที่เมืองถังซาน ประเทศจีน เพื่อค้นหา แชมป์ ในรายการนี้ไปร่วมศึกสอยคิวอาชีพโลกฤดูกาลหน้าที่ประเทศอังกฤษ รอบแรกแบบแบ่งสายพบกันหมด ระบบ 4 ใน 7 เฟรม เพื่อคัดเอาอันดับ 1 และ 2 ของแต่ละสายเข้าไปเล่นรอบสอง โดย ต๋อง ศิษย์ฉ่อย รัชพล ภู่โอบอ้อม อดีตนักแทงมือ 3 ของโลก ที่ก่อนหน้านี้แพ้ให้กับ ชิ ฮานจิ้น ดาวรุ่งจากจีนวัย 19 ปีมา 0-4 เฟรม เกมนี้โคจรมาพบกับ ลอง ชิ ดุง ของเวียดนาม

เปิดฉากเฟรมแรก ต๋อง ออกคิวเข้าเบรกและกันขาวไม่ดีเท่าไหร่นัก เปิดโอกาสให้ ดุง ออกคิวเก็บเบรกช็อตสั้น ๆ ขึ้นนำไปก่อน 1-0 เฟรม เข้าเฟรม 2 ต๋อง เริ่มควบคุมสมาธิดีขึ้น เน้นบีบเกมกันขาวลงชิ่งล่าง จน ดุง ออกอาการ หงุดหงิดให้ ต๋อง มากดไม้เดียว 54 แต้มไล่มาเสมอ 1-1 เข้าสู่เฟรมที่ 3 ต๋อง เริ่มเครื่องร้อน ตบแดงกินดำได้หลายชุด ขณะที่ ดุง ก็พยายามออกคิวโต้แต่ไม่สามารถต้านทานความร้อนแรงของนักแทงไทยได้ขยับนำ 2-1 เฟรม ก่อนที่เฟรมสุดท้าย นักแทงขวัญใจชาวไทยจะออกอาธกดเบรกไม้เดียว 80 แต้มสอนเชิงนักแทงเวียดนามไปขาดลอย 4-1 (41-61, 80 (54)-6, 57-40, 59-26, 80 (80)-0) นัดต่อไปวันที่ 6 พ.ค. ต๋อง จะพบกับ อาร์ตเซอร์รี่ เนอร์ซาส อัลดุลลา ชาวซาอุฯ

ฮิกกินส์ชนะขาด 18-9 ซิวแชมป์โลกสมัย 3

การแข่งขันสนุกเกอร์ชิงแชมป์โลก รอบชิงชนะเลิศ ที่ครูซิเบิล เธียเตอร์ เมืองเชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เป็นการเจอกันระหว่าง จอห์น ฮิกกินส์ นักสอยคิวชาวสกอตแลนด์วัย 33 ปี พบกับ ฌอน เมอร์ฟีย์ คู่ต่อสู้ชาวอังกฤษอดีตแชมป์โลกปี ค.ศ. 2005 ใช้ระบบใครถึง 18 เฟรมก่อนเป็นฝ่ายชนะ โดยการแข่งขันเมื่อวันอาทิตย์จบลงที่ ฮิกกินส์นำอยู่ 11-5 เฟรม เมื่อกลับมาแข่ง ต่อในเซคชั่นแรกของวันที่แข่ง 8 เฟรม ฮิก กินส์ เล่นได้ยอดเยี่ยมกว่าทิ้งห่าง 16-8 เฟรม ต้องการอีกแค่ 2 เฟรมเท่านั้น ซึ่งในที่สุด ฮิก กินส์ ก็ทำไม่พลาดเอาชนะไป 18-9 เฟรม คว้าแชมป์โลกไปครองเป็นสมัยที่ 3 ต่อจากปี ค.ศ. 1998 และค.ศ. 2007 เทียบเท่า รอนนี โอ ซุลลิแวน และ จอห์น สเปนเซอร์ โดยมีเพียง สตีเฟน เฮนดรี, สตีฟ เดวิส และ เรย์ แรร์ดอน ที่ได้แชมป์มากกว่า นอกจากนี้ ฮิกกินส์ ที่กำลังอายุครบ 34 ปีในวันที่ 18 พ.ค. ยังเป็นแชมป์โลกที่อายุมากที่สุด นับแต่เดนนิส เทย์เลอร์ คว้าแชมป์เมื่อปี ค.ศ. 1985 ขณะมีอายุ 36 ปี

ทั้งนี้ ฮิกกินส์ เกือบจะไม่ได้เข้าชิงชนะเลิศอยู่แล้ว หลังจากเกือบแพ้ในรอบก่อนหน้านี้ โดยต้องลุ้นถึงเฟรมตัดสิน ก่อนเอาชนะทั้ง เจมี โคป และมาร์ค เซลบี แบบสุดฉิวเฉียด 13-12 เฟรม

สรุปสกอร์ดังนี้ (ฮิกกินส์ ขึ้นหน้า และตัวเลขในวงเล็บคือแต้มทำเบรก) 83-0 (78), 85-6 (52), 79-20, 7-83 (58), 50-96, 4-114 (109), 49-63, 69-3 (50), 98-1 (57), 12-87 (52), 70-51, 95-11 (95), 70-45, 132-0 (128), 82-0 (51), 128-6 (128), 64-42, 0-91 (91), 60-49, 76-43, 28-70, 49-79 (79), 94-26 (61), 80-59 (52), 106-21, 0-78 (59), 105-0 (73).

Advertisement Replay Ad

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์