บิ๊กโชว์ : เด็กยักษ์ผู้ผิดหวังสู่ยักษ์ใหญ่แห่งมวยปล้ำ ที่คนไม่ดูก็รู้จัก

บิ๊กโชว์ : เด็กยักษ์ผู้ผิดหวังสู่ยักษ์ใหญ่แห่งมวยปล้ำ ที่คนไม่ดูก็รู้จัก

บิ๊กโชว์ : เด็กยักษ์ผู้ผิดหวังสู่ยักษ์ใหญ่แห่งมวยปล้ำ ที่คนไม่ดูก็รู้จัก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

กล่าวถึงนักมวยปล้ำที่คนไทยรู้จักมากที่สุด "บิ๊กโชว์ (Big Show)" ชายสูง 7 ฟุต หนัก 500 ปอนด์ ย่อมอยู่ในความทรงจำของใครหลายคน ต่อให้คุณไม่ดูเคยดูมวยปล้ำ ก็น่าจะเคยเห็นชื่อของยักษ์ใหญ่รายนี้ผ่านตามาบ้าง

เรื่องราวการต่อสู้ของบิ๊กโชว์บนสังเวียนสี่เหลี่ยม ถูกพูดถึงมาแล้วหลายครั้งตามหน้าสื่อ ทั้งในฐานะแชมป์โลกหลายสมัย และนักสู้ที่เคยเผชิญหน้ากับ แชคิล โอนีล ตำนานจากวงการบาสเกตบอล รวมถึง ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ตำนานนักมวยสากลไร้พ่าย

ดูเหมือนว่า เส้นทางของ บิ๊กโชว์ จะโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ใครจะรู้ว่า กว่าเขาจะกลายเป็นยักษ์ใหญ่บนสังเวียนอย่างทุกวันนี้ บิ๊กโชว์เคยถูกปฏิเสธจากค่ายมวยปล้ำ จนต้องทำงานในร้านคาราโอเกะ รวมถึงยังเคยเข้ารับการผ่าตัดที่แสนอันตราย เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

ร่างกายที่ผิดปกติ

บิ๊กโชว์ หรือ พอล โดนัลด์ ไวท์ จูเนียร์ เกิดในรัฐเซาท์แคโรไลนา ประเทศสหรัฐอเมริกา เขาลืมตาดูโลกโดยมีร่างกายไม่แตกต่างจากทารกที่นอนเคียงข้างกันในโรงพยาบาล และเติบโตเป็นเด็กอารมณ์ดีที่ชอบเล่นกีฬาเป็นชีวิตจิตใจ

เมื่ออายุ 9 ขวบ ไวท์ เริ่มสังเกตความผิดปกติของร่างกายตนเอง เขาตัวใหญ่กว่าเพื่อนร่วมรุ่นอย่างเห็นได้ชัด ในอายุ 12 ขวบ บิ๊กโชว์ สูงเกือบ 190 เซนติเมตร และมีน้ำหนัก 100 กิโลกรัม เขาจึงพบว่าตัวเอกำลังป่วยด้วยโรคอะโครเมกาลี (Acromegaly) คือ ภาวะร่างกายผลิตโกรทฮอร์โมน ที่ควบคุมการเจริญเติบโตออกมามากเกินปกติ ทำให้ร่างกายเติบโตไม่สมส่วน

"ผมรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเครื่องจักร ตอนเรียนอยู่ชั้นมัธยม ผมกินแฮมเบอร์เกอร์ 4 ชิ้นต่อวัน, แซนวิชปลาอีก 2 ชิ้น, เฟรนช์ฟรายส์ไซส์ใหญ่ 2 ถุง และมิลค์เชคแก้วใหญ่ หลังจากกินเสร็จ ผมจะออกไปเล่นบาสเกตบอล ทำเหมือนทุกอย่างเป็นปกติ" บิ๊กโชว์เปิดเผยพฤติกรรมการกินที่แตกต่างจากเด็กทั่วไป

Photo : WWE

"ผมไม่เคยคิดว่าร่างกายของผมผิดปกติ ผมคิดว่ามันคือของขวัญที่ได้จากพระเจ้า เมื่อคุณยังเด็ก คุณไม่รู้อะไรเหล่านี้หรอก ผมแค่คิดว่าตัวเองแข็งแกร่งกว่าเด็กคนอื่นเท่านั้นเอง"

กว่าบิ๊กโชว์จะรู้ว่าตัวเองไม่ใช่มนุษย์ปกติ แต่มีร่างกายเหมือนยักษ์ที่หลุดออกมาจากตำนานปรัมปรา เขาก็มีร่างกายสูงถึง 216 เซนติเมตร ทั้งที่อายุเพียง 19 ปี และเพิ่งเข้าเรียนที่ Wichita State University  

บิ๊กโชว์ กลายเป็นตัวประหลาดในสายตาผู้คนรายรอบ เขาจึงตัดสินใจเด็ดขาด ขอเข้ารับการผ่าตัดต่อมใต้สมอง เพื่อยุติการเจริญเติบโตที่ผิดปกติ แม้การผ่าตัดครั้งนี้จะมีอันตรายมากก็ตาม

Photo : WWE

"มันคือการผ่าตัดสมอง หมอต้องใช้เลเซอร์ตัดเนื้องอกที่อยู่ภายใน โดยต่อมใต้สมองต้องไม่ได้รับความเสียหาย เพราะต่อมที่ว่านี้สำคัญมากกับระบบประสาททั้งหมด ถ้าการผ่าตัดไม่เป็นไปด้วยดี ผมอาจต้องใช้ชีวิตที่เหลือไปกับการรักษาร่างกายให้ปกติ" บิ๊กโชว์เล่าถึงการผ่าตัดที่เสี่ยงอันตราย

"โชคดีที่การผ่าตัดไม่เกิดปัญหาอะไร และผมคิดว่าตัวเองโชคดีอีกเช่นกัน ที่สังเกตเห็นความผิดปกตินี้ทันเวลา เพราะโรคอะโครเมกาลีจะเป็นต้นเหตุของเบาหวาน และอีกหลายโรคตามมา หากคุณไม่รักษามันตั้งแต่ตอนนี้"

แพทย์ที่รักษาบิ๊กโชว์เปิดเผยภายหลังว่า หากเขาไม่เข้าผ่าตัดเพื่อรักษาโรคอะโครเมกาลี บิ๊กโชว์จะเสียชีวิตด้วยอายุราว 45 ปี แต่เมื่อเขาจัดการเนื้องอกร้ายที่ฝังตัวอยู่ในสมอง บิ๊กโชว์จึงมีชีวิตเหมือนคนปกติ และสร้างรอยยิ้มแก่แฟนมวยปล้ำทั่วโลกมานาน 25 ปี

 

ถูกมองข้ามเป็นครั้งแรก

บิ๊กโชว์ เริ่มต้นเส้นทางสายกีฬาทันที หลังเข้ารับการผ่าตัดต่อมใต้สมอง เขาเข้าเป็นสมาชิกทีมบาสเกตบอลประจำมหาวิทยาลัย ด้วยร่างกายที่สูงเกิน 200 เซนติเมตร และน้ำหนักเกือบ 150 กิโลกรัม บิ๊กโชว์ คือ ดาวดังประจำการแข่งขัน เขาทำแต้มเฉลี่ย 30 แต้มต่อเกม และช่วยสถานศึกษาคว้าแชมป์ดิวิชั่น ตั้งแต่ปีแรกที่เข้าร่วมทีม

ความสามารถที่มาพร้อมกับร่างกายเกินมนุษย์ ทำให้ บิ๊กโชว์ กลายเป็นนักกีฬาที่หยิ่งผยอง และมีความมั่นใจในตัวเองที่มากเกินไป หลังได้รับอาการบาดเจ็บและถูกดร็อปเป็นตัวสำรอง เขาเริ่มก่อปัญหาภายในทีม จนในที่สุด บิ๊กโชว์ถูกตัดชื่อทิ้ง ปิดโอกาสที่อาจจะก้าวสู่การเป็นซูเปอร์สตาร์ใน NBA อย่างน่าเสียดาย

Photo : Sports Illustrated

"ประสบการณ์ของผมกับกีฬาบาสเกตบอล ในระดับมหาวิทยาลัย ไม่ได้เป็นไปตามที่ผมคิดไว้ แต่ผมคิดว่ามันคือบทเรียนชีวิตอย่างหนึ่ง ผมเรียนรู้อะไรมากมายจากวิชิทอ ไม่มีอะไรต้องต่อว่าพวกเขาเลย" บิ๊กโชว์ให้สัมภาษณ์กับ Sports Illustrated

บิ๊กโชว์ หันไปเอาดีทางการศึกษา จนเรียนจบระดับมหาวิทยาลัยตามเป้า เขาจึงมองหาเป้าหมายต่อไปในชีวิต และไม่มีอะไรเหมาะกับชายร่างใหญ่อย่างเขา เท่ากับ มวยปล้ำ กีฬาสำหรับบุคคลที่มีบุคลิกโดดเด่น (Larger Than Life) ที่เคยปลุกปั้นบุคคลที่ป่วยด้วยโรคอะโครเมกาลี อย่าง อันเดร เดอะ ไจแอนท์ ให้กลายเป็นตำนานของวงการกีฬา

Photo : WWE

การฝึกฝนวิชามวยปล้ำ ดูไม่ใช่เรื่องยากสำหรับชายผู้มีพละกำลังเหนือมนุษย์ แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม เพราะนักมวยปล้ำส่วนใหญ่ มักเริ่มเรียนทักษะมวยปล้ำตั้งแต่วัยรุ่น 

แต่บิ๊กโชว์เลือกใช้เวลาช่วงนั้นไปกับกีฬาบาสเกตบอล ทำให้ต้นทุนเรื่องสภาพร่างกายที่สูงกว่าคนอื่น บดบังเบสิคการปล้ำที่ขาดหายไป

บิ๊กโชว์ ไม่ได้ทำอะไรนอกจากจับล็อคพื้นฐานและเด้งเชือก ด้วยความหงุดหงิดที่การฝึกฝนไม่คืบหน้า เขาลาออกจากโรงเรียนสอนมวยปล้ำ เพื่อไปทำงานในร้านคาราโอเกะ และรอคอยโอกาสในการเป็นนักมวยปล้ำอีกครั้ง

 

เรียนรู้จากการถูกปฏิเสธ

ช่วงเวลาที่เขารอคอยมาถึง เมื่อ บิ๊กโชว์ ได้พบกับ ไมค์ คิโยตา กรรมการมวยปล้ำของ WWF (WWE ในปัจจุบัน) ขณะทำงานในบาร์ที่รัฐฟิลาเดลเฟีย 

เขายื่นเทปที่บันทึกฟุตเทจการปล้ำให้กับคิโยตา ความหวังปรากฎขึ้นในใจบิ๊กโชว์อีกครั้ง ก่อนจะพบว่าเทปนี้ไม่เคยถูกเปิดดูแม้แต่ครั้งเดียว เนื่องจาก แพท แพทเทอร์สัน เอเยนต์ของ WWF ในขณะนั้น จำผิดคิดว่าบิ๊กโชว์เป็นนักมวยปล้ำรายอื่น

บิ๊กโชว์ เกือบถอดใจในการเป็นนักมวยปล้ำ แต่โชคยังเข้าข้าง เมื่อเขาพบกับ แดนนี โบนาดูซ ดีเจวิทยุในรัฐชิคาโกที่รู้จักกับ ฮัลค์ โฮแกน นักมวยปล้ำระดับตำนานที่กำลังทำงานให้กับ WCW 

Photo : WhatCulture.com

เขาประทับใจร่างกายของบิ๊กโชว์มาก และเชื่อว่าชายหนุ่มที่ทำงานในร้านคาราโอเกะคนนี้ จะสามารถพัฒนาตัวเองเป็นสุดยอดนักมวยปล้ำได้ในอนาคต

"ผมเริ่มต้นในฐานะนักมวยปล้ำได้เพราะ แดนนี โบนาดูซ เขาพาผมไปรู้จักกับ ฮัลค์ โฮแกน, จิมมี ฮาร์ท และ ริค แฟลร์ ที่ชิคาโก" บิ๊กโชว์ กล่าวถึงจุดเริ่มต้นบนเส้นทางนักมวยปล้ำของตัวเอง

ปี 1995 บิ๊กโชว์ เซ็นสัญญากับ WCW และเปิดตัวในชื่อ "เดอะ ไจแอนท์" ก่อนถูกผลักดันเป็นแชมป์โลกเฮฟวีเวตอย่างรวดเร็ว ทั้งที่ไม่กี่ปีก่อนหน้านั้น เขาคือคนที่ทำอะไรไม่เป็นนอกจากท่าล็อคพื้นฐาน และเด้งเชือก

Photo : WWE

"ผมเข้ามาอยู่ WCW ได้ราว 6 เดือน ผมได้รับคำแนะนำที่ล้ำค่าจากบิ๊กบอสแมน เขาบอกกับผมว่า 'ไอ้หนู จงเป็นมิตรกับทุกคน และถ่อมตนเข้าไว้'" บิ๊กโชว์ กล่าว

"ผมคิดว่าเขาพูดถูกต้อง เพราะไม่มีใครอยู่บนจุดสูงสุดได้ตลอดกาล หากผมไม่ถ่อมตน จะไม่มีใครช่วยเหลือผมในวันที่ร่วงหล่นลงมา"

Photo : Twitter | @WWETheBigShow

บิ๊กโชว์ รู้ความหมายที่บิ๊กบอสแมนต้องการสื่อด้วยประสบการณ์ จากซูเปอร์สตาร์ในวงการบาสเกตบอลระดับมหาวิทยาลัย ที่หยิ่งยโสและไม่ฟังใคร สู่การถูกปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า ที่ชายร่างใหญ่ผู้นี้ไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิต

ร่างกายที่แข็งแกร่งผิดมนุษย์อาจทำให้เขาได้เริ่มต้นบนเส้นทางสายกีฬา แต่ความอ่อนน้อมถ่อมตน และเป็นมิตรกับเพื่อนร่วมงาน คือ กุญแจสำคัญที่ทำให้บิ๊กโชว์ ก้าวสู่การเป็นแชมป์โลก WCW 

และปัจจุบันยังคงโลดแล่นอยู่ในวงการมวยปล้ำยาวนานกว่า 25 ปี ในฐานะนักมวยปล้ำร่างยักษ์อันเป็นที่รักของแฟนมวยปล้ำ ตราบจนทุกวันนี้

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook