"บุรีรัมย์ ซูเปอร์จีที เรซ 2015" กับบทพิสูจน์ "ความสำเร็จ" แบบเป็นรูปธรรม

"บุรีรัมย์ ซูเปอร์จีที เรซ 2015" กับบทพิสูจน์ "ความสำเร็จ" แบบเป็นรูปธรรม

"บุรีรัมย์ ซูเปอร์จีที เรซ 2015" กับบทพิสูจน์ "ความสำเร็จ" แบบเป็นรูปธรรม
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

การตั้งโต๊ะแถลงข่าวการลงน้ำหมึกต่อสัญญาจัดศึกความเร็ว "ซูเปอร์ จีที" ไปอีก 2 ปี ของเนวิน ชิดชอบ เป็นคำตอบได้ชัดเจนในแง่ของการจัดการแข่งขันว่าสำเร็จมากขนาดไหน

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา การประลองความเร็วของศึกรถยนต์ทางเรียบระดับโลก ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย บนเรซมาตรฐานระดับโลก จบลงไปพร้อมกับเสียงชื่นชมอย่างมากมาย

ในแง่ของ 2 นักขับไทยทั้ง  "โชกุน" ณณิณ อินทร์พยุง ที่จบเรซนี้ด้วยอันดับ 14 และ "เอ๋" ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม จากทีมไรเตอร์วัฒนา มอเตอร์สปอร์ต ที่แข่งไม่จบเนื่องจากรถมีปัญหา แต่เรื่องอื่นถือว่าสอบผ่านทั้งหมด


เวลานี้ สนาม "ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต"  จ.บุรีรัมย์ กำลังสลักชื่อไว้บนแผนที่โลก

ด้วยการจัดการแข่งขันใน 2 รายการใหญ่ ทั้ง "บุรีรัมย์ ซุเปอร์ จีที" และ มอเตอร์ไซต์ชิงแชมป์โลก "เวิลด์ ซูปเปอร์ไบค์" ต่างได้เสียงตอบรับจากแฟนๆมอเตอร์สปอร์ตไทยเป็นอย่างดี

เห็นได้จากการชมการถ่ายทอดสดผ่านทางช่อง 3 SD และ ผู้ชมในสนามที่มากันแบบเกือบเต็มความจุใน แกรนสแตนด์

นั่นด็ด้วยสนามแห่งนี้ ถือว่าเป็นสนามเดียวในโลก ที่ขายตั๋วเข้าชมการแข่งขันที่ถูกที่สุดในโลก


นอกจากนี้ จากความนิยมที่เพิ่มขึ้นในทุกๆวัน เวลานี้ เมืองนี้ ก้าวมาเป็นเมืองแห่งกีฬา ซึ่งแน่นอน มันนำมาซึ่งรายได้มหาศาล ต่อผู้คนในจังหวัดนี้อีกด้วย  

การที่บุรีรัมย์ ดึงรายการระดับโลกมาแข่งขันที่นี่ ร้านอาหาร ,โรงแรม พ่อค้าแม่ค้า รวมถึงผู้เข้าชม ต่างก็ได้รับประโยชน์ด้วยกันทั้งสิ้น

ยกตัวอย่าง ผู้จัดการโรงแรม "บาวบุรี" ในจังหวัดบุรีรัมย์ โดยโรงแรมนี้เป้นของครอบครัวของ "แอ๊ด คาราบาว" ยอดนักร้องเพลงเพื่อชีวิตชื่อดังของไทย

ได้เปิดเผยกับสนุกดอทคอม ว่า "ไม่คิดไม่ฝันว่า โรงแรมบาวบุรี จะได้รับความนิยมมากมายขนาดนี้ ตอนนี้ยอดจอง และคนเข้าพักเต็มเกือบทุกวัน"


"แต่ช่วงที่มีกีฬาแข่งขันที่สนาม "นิวไอโมบาย" และ "สนามช้างฯ" ห้องพักจะเต็มล่วงหน้าตลอด และ ตอนนี้ตนก็เชื่อว่า บุรีรัมย์ กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยคำว่า กีฬา จริงๆ"

"ถึงตอนนี้ โรงแรมบาวบุรี อยากจะมีสัก 5 ชั้น เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า (หัวเราะอย่างมีความสุข)"

ขณะเดียวกัน "เด็กเสิร์ฟ" ในร้าน "อาหารอีสาน" ก็บอกอย่างถูมิใจ ว่า "ตอนนี้ มีคนเข้ามาเที่ยวบุรีรัมย์มากขึ้น และเข้ามากินมาเที่ยว ในตัวจังหวัดมากขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะมาก"

"สมัยก่อนที่จะมีทีมฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ สนามแข่งรถ ที่นี่ดูเงียบ และไม่คึกคักเหมือนทุกวันนี้เลย"


"ที่สำคัญไปกว่านั้น เวลาไปไหนมาไหน ถ้ามีคนมาถามว่ามาจากจังหวัดใหน? เขาก็พร้อมตอบอย่างเต็มปากว่า ผมมาจากจังหวัดบุรีรัมย์ครับ"

ตอนนี้ "บุรีรัมย์ ซูเปอร์ จีที" ได้ต่อสัญญากับเจ้าของลิขสิทธิ์ ออกไปอีก 2 ปี

ซึ่งนั่นหมายความว่า ในปี 2016 และปี 2017 เราจะได้ดูการแข่งขันระดับโลกแบบนี้ไปอีก 2 ปี  

ที่สำคัญไปกว่านั้น "เนวิน ชิดชอบ" ประธานที่ปรึกษาบริษัท บุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จำกัด ยังได้พูดคุยกับ "มิสเตอร์มาซากิ บันโดะ" ประธานกรรมการบริษัท จีทีเอ (GTA) เจ้าของลิขสิทธิ์การแข่งขันรายการ ซูเปอร์ จีที


เพื่อเจราจาขอเพิ่มสิทธิไวด์การ์ดเพิ่ม จากเดิม 1 ทีม เป็น 2 หรือ 3 ทีม

"ผมกำลังมองว่าสิ่งหนึ่งที่จะทำให้แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตเข้ามาชมการแข่งขันเพิ่มขึ้น คือต้องมีนักแข่งไทยมากขึ้นกว่าเดิม  เราจึงเชื่อว่า หากเราเจราจาขอเพิ่มสิทธิไวด์การ์ดอีก ทางจีทีเอ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร"

ทั้งหมดนี้ คือ ความสำเร็จของ "บุรีรัมย์ ซูเปอร์ จีที เรซ 2015" ที่เพิ่งจบลงไป

ในอนาคต แฟนกีฬาความเร็วไทย อาจได้ดูรายการซูเปอร์พรีเมี่ยม ทั้ง ฟอร์มูล่าวัน รวมถึง มอโตจีที ที่จะเกิดขึ้นบนแผ่นดินบุรีรัมย์ ก็เป็นได้


เพราะตราบใดก็ตาม ที่ตัวเลขแห่งความนิยมในกีฬามอเตอร์สปอร์ตของไทยยังทะยานสูงขึ้นแบบนี้  

บอกเลยครับว่า ความฝันของคนไทย ที่จะได้ดูได้ชมรายการที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกแบบนี้ มีสูงแน่นอนครับ!

เรื่องโดย :  บ.ส้มซิ่ง

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook