พิมลเท!!หมดหน้าตัก

พิมลเท!!หมดหน้าตัก

เลาะสนาม

แดง ตานี

ทําผลงานดีมาตลอด ถ้าย้อนหลังกลับไปดูจะเห็นว่าสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย มีบทบาทและโลดแล่นในสังเวียนระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง และผู้ชายที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ทั้งปัจจุบันและในอดีตต้องยอมรับว่า บิ๊กเอพิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมเทควันโดฯ มีส่วนสำคัญไม่น้อยทีเดียว

ปี 2004 กับโอลิมปิกเกมส์ ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ น้องวิว เยาวภา บุรพลชัย คว้าเหรียญทองแดงแรกให้กับประเทศไทยจากกีฬาชนิดนี้ และนี่เป็นครั้งแรกของกีฬาชนิดนี้ที่ไทยส่งเข้าร่วมแข่งขัน ซึ่งในครั้งนี้ พิมล ศรีวิกรม์ รับบทเป็นผู้จัดการทีม

ขณะที่กีฬาโอลิมปิก 2008 ที่กรุงปักกิ่ง กับผลงาน 1 เหรียญเงินที่ได้ดีมาจาก น้องสองบุตรี เผือดผ่อง ถือเป็นการยกระดับของผลงานสมาคมจอมเตะมาได้อีกระดับหนึ่ง จนมาถึงกีฬามหาวิทยาลัยโลก เทควันโด ก็สามารถยกระดับจนคว้าเหรียญทองมาได้ 2 สมัยติดต่อกันจาก ปฏิวัติ ทองสลับ

แม้ครั้งหลังสุดกับกีฬามหาวิทยาลัยโลกที่ประเทศเซอร์เบีย จะทำได้ที่สุดเพียง 1 เหรียญเงิน กับ 6 เหรียญทองแดง แต่ก็ถือว่าเป็นผลงานที่ดีที่สุดของทัพนักกีฬาไทยกับกีฬาปัญญาชนโลกครั้งนี้

ทั้งหมดที่กล่าวมาถือเป็นผลงาน และความต่อเนื่องในยุคของคนที่ชื่อ พิมล ศรีวิกรม์ อย่างแท้จริง!!

ถึงแม้โอลิมปิก 2012 ยังอีกยาวไกล..!!

สิ่งที่นายกสมาคมเทควันโดไทย ตั้งเป้าหมายคือต้องการให้ วงการเทควันโดโลกยืนระยะ และก้าวเดินต่อไปแบบไม่สะดุด หรือถึงขั้นหกล้ม

วันนี้คนกีฬารวมถึงชาวเทควันโดทั่วโลก รู้ดีว่าชะตากรรมของกีฬาชนิดนี้บนเส้นทางของกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ดูจะอึมครึม และไม่แน่นอน ซึ่งก็ยังไม่รู้เลยว่า หลังสิ้นสุดโอลิมปิก 2012 จะคงสภาพเป็นหนึ่งในกีฬาที่ถูกบรรจุในการแข่งขันหรือไม่

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่วันนี้ พิมล จะเป็นตัวตั้งตัวตีในการหนุนและดันให้ ดร.ณัฐ อินทรปาณ รองประธานสหพันธ์เทควันโดโลก และอดีตนายกสมาคมเทควันโดไทย ก้าวไปสู่จุดสูงสุดกับตำแหน่งประธานสหพันธ์เทควันโดโลก แทนที่ประธานคนเดิมชาวเกาหลีใต้ ชาง วอน โช

งานนี้ บิ๊กเอ ออกโรงมาป่าวประกาศและยืนเคียงข้างแบบไม่มีเงื่อนไข ชนิดเทหมดหน้าตัก

โดยมีเหตุผลเดียวคือ ต้องการรักษาสถานภาพของกีฬาเทควันโด ให้อยู่คู่โอลิมปิกเกมส์ต่อไป

เนื่องจากรู้และเข้าใจดีว่า ด้วยศักยภาพของ ดร.ณัฐ ที่มีบทบาทมากมายในวงการกีฬาในระดับนานาชาติ รวมถึงในฐานะของกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) น่าจะต่ออายุ และช่วยประคับประคองกีฬาน้องใหม่ในโอลิมปิกเกมส์ต่อไปได้แน่

หากได้รับเสียงสนับสนุนจากชาติสมาชิก ซึ่งจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 13 ต.ค.นี้ ที่กรุงโซล เกาหลีใต้

Advertisement Replay Ad

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์