สิงโตถล่มโครเอเชีย5-1จองตั๋วบอลโลก

สิงโตถล่มโครเอเชีย5-1จองตั๋วบอลโลก

สิงโตถล่มโครเอเชีย5-1จองตั๋วบอลโลก

สิงโตคำราม อังกฤษ เข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ตามคาด หลังเปิดเวมบลีย์ถล่มโครเอเชีย 5-1 ด้าน กระทิงดุ สเปน ไม่น้อยหน้าทำสถิติชนะรวด 8 นัดยำ เอสโตเนีย 3-0 เข้ารอบสุดท้ายแล้วเช่นกัน ขณะที่ ตราไก่ แค่เสมอ เซอร์เบีย 1-1 ในเกมที่เล่นข้างละ 10 คน

ศึกฟุตบอลโลกรอบ คัดเลือกโซนยุโรปกลุ่ม 6 "สิงโตคำราม" อังกฤษ เปิดสนามเวมบลีย์รับการมาเยือนของ "หมากรุก" โครเอเชีย เกมนี้หากว่าเจ้าถิ่นเอาชนะได้จะเข้ารอบสุดท้ายอย่างแน่นอน และเพียงแค่นาทีที่ 7 ก็ได้ประตูนำก่อนเมื่อ แอรอน เลนนอน โดน โจซิป ซิมูนิช เกี่ยวล้มเป็นจุดโทษ แฟรงค์ แลมพาร์ด สังหารเป็น 1-0 ก่อนที่นาทีที่ 18 เลนนอน เปิดจากทางขวาให้ สตีเวน เจอร์ราร์ด โหม่งเข้าไปอีกประตู จบครึ่งแรก อังกฤษ นำ 2-0

ครึ่งหลังกลับมา เล่นถึงนาทีที่ 59 เจ้าถิ่นได้ประตูที่ 3 เมื่อ เกล็น จอห์นสัน เปิดบอลให้ แลมพาร์ด โขกเหน่งๆ เป็น 3-0 ตามด้วยการโหม่งของ เจอร์ราร์ด เป็น 4-0 นาทีที่ 67 ก่อนที่อีก 5 นาทีต่อมา เอดูอาร์โด ดาซิลวา ยิงซ้ำบอลที่หน้าประตูตีไข่แตกให้ โครเอเชีย เป็น 1-4 แต่สุดท้าย เวย์น รูนีย์ มาเก็บบอลส้มหล่นยิงปิดท้ายให้อังกฤษได้อีกประตูทำให้ อังกฤษ ชนะขาดถึง 5-1 ผ่านเข้ารอบสุดท้ายที่แอฟริกาใต้แน่นอนแล้ว จากการชนะรวด 8 นัด มี 24 แต้ม

ผลคู่อื่นๆ ของกลุ่มนี้ อันดอร์รา แพ้ คาซัคสถาน 1-3, เบลารุส เสมอ ยูเครน 1-1 ทำให้ โครเอเชีย ยังเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มมี 17 แต้มนำหน้า ยูเครน 2 แต้ม แต่ลงสนามมากกว่า 1 นัด

กลุ่ม 1 "ฝอยทอง" โปรตุเกส ยังมีลุ้นเข้ารอบหลังบุกไปชนะ ฮังการี 1-0 จากประตูของ เปเป้ นาทีที่ 10 ขณะที่ เดนมาร์ก แค่เสมอ แอลเบเนีย 1-1 และ สวีเดน บุกชนะ มอลตา 1-0 ทำให้กลุ่มนี้ เดนมาร์ก ยังนำมี 18 แต้ม ตามมาด้วย สวีเดน 15 แต้ม และ โปรตุเกส กับ ฮังการี 13 แต้ม ยังได้ลุ้นกันทุกทีม

กลุ่ม 2 อิสราเอล ชนะ ลักเซมเบิร์ก 7-0, แลตเวีย เสมอ สวิตเซอร์แลนด์ 0-0 และ มอลโดวา เสมอ กรีซ 1-1 สวิตเซอร์แลนด์ นำมี 17 แต้ม ตามด้วย กรีซ กับ แลตเวีย 14 แต้ม และ อิสราเอล 12 แต้ม

กลุ่ม 3 สโลวาเกีย ยังนำห่างเป็นจ่าฝูงหลังบุกไปชนะ ไอร์แลนด์เหนือ 2-0 ขณะที่ สาธารณรัฐเช็ก ถล่ม ซานมาริโน 7-0 และ สโลวีเนีย ชนะ โปแลนด์ 3-0 สรุปอันดับคะแนน สโลวะเกีย 19 แต้ม, สโลวีเนีย กับ ไอร์แลนด์เหนือ 14 แต้ม, เช็ก 12 แต้ม และ โปแลนด์ 11 แต้ม

กลุ่ม 4 "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี เปิดบ้านยำ อาเซอร์ไบจาน 4-0 จากจุดโทษของ มิชาเอล บัลลัค นาทีที่ 14, มิโรสลาฟ โคลเซ นาทีที่ 55 กับ 65 และ ลูคัส โพโดลสกี้ นาทีที่ 70 แต่ "หมีขาว" รัสเซีย ยังจี้ติดด้วยการบุกไปชนะ เวลส์ 3-1 จากประตูของ อีกอร์ เชมชอฟ นาทีที่ 36, เซอร์เก อิกนาเชวิช นาทีที่ 71 และ โรมัน พาฟลิวเชนโก้ นาทีที่ 90 ส่วนเจ้าถิ่นได้จาก เจมส์ คอลลินส์ นาทีที่ 54 ผลอีกคู่ ลิกเทนสไตน์ เสมอ ฟินแลนด์ 1-1 สรุปอันดับคะแนน เยอรมนี 22 แต้ม กับ รัสเซีย 21 แต้ม ต้องวัดกันต่อใน 2 นัดสุดท้าย

กลุ่ม 5 "กระทิงดุ" สเปน ผ่านเข้ารอบสุดท้ายแน่นอนแล้วหลังเอาชนะ เอสโตเนีย 3-0 จาก เชส ฟาเบรกาส นาทีที่ 33, ซานติ กาซอร์ลา นาทีที่ 82 และ ฆวน มาตา นาทีที่ 90 ชนะรวด 8 นัด มี 24 แต้ม ผลคู่อื่นๆ อาร์เมเนีย ชนะ เบลเยียม 2-1, บอสเนีย เสมอ ตุรกี 1-1 บอสเนีย มี 16 แต้ม ลุ้นเป็นที่ 2 กับ ตุรกี ที่มี 12 แต้ม

กลุ่ม 7 "ตราไก่" ฝรั่งเศส เล่นเกมสำคัญไปเยือน เซอร์เบีย และพลาดเหลือ 10 คนตั้งแต่นาทีที่ 9 เมื่อ ฮูโก้ ยอริส นายทวารโดนใบแดงก่อนที่ เนนัด มิลิยาส จะยิงจุดโทษให้เจ้าถิ่นนำ 1-0 นาทีที่ 13 แต่ เธียร์รี อองรี ตีเสมอให้ทีมเยือนได้นาทีที่ 31 และแม้ว่า ดานโก้ ลาโซวิช ของเซอร์เบียจะโดนใบแดงบ้างนาทีที่ 90 แต่ก็ทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้เสมอกันไป 1-1 ผลคู่อื่นๆ หมู่เกาะแฟโร ชนะ ลิทัวเนีย 2-1, โรมาเนีย เสมอ ออสเตรีย 1-1 อันดับคะแนนกลุ่มนี้ เซอร์เบีย 19 แต้ม, ฝรั่งเศส 15 แต้ม, ออสเตรีย 11 แต้ม และ ลิทัวเนีย กับ โรมาเนีย 9 แต้ม โดยเหลือเกมอีก 2 นัด

กลุ่ม 8 "อัซซูรี่" อิตาลี แชมป์เก่าเปิดบ้านเอาชนะ บัลแกเรีย 2-0 จาก ฟาบิโอ กรอสโซ นาทีที่ 11 กับ วินเชนโซ ยาคินตา นาทีที่ 40 ผลอีกคู่ มอนเตเนโกร เสมอ ไซปรัส 1-1 อันดับคะแนนกลุ่มนี้ อิตาลี 20 แต้ม, ไอร์แลนด์ 16 แต้ม และ บัลแกเรีย 11 แต้ม

กลุ่ม 9 "วิสกี้" สกอตแลนด์ ตกรอบแบบน่าเจ็บใจเมื่อแพ้ต่อ "กังหันสีส้ม" ฮอลแลนด์ ที่เข้ารอบไปแล้ว 0-1 จากประตูของ เอลเยโร เอเลีย นาทีที่ 82 ขณะที่ นอร์เวย์ ชนะ มาซิโดเนีย 2-1 ทำให้ ฮอลแลนด์ ชนะรวด 8 นัด และ นอร์เวย์ ขึ้นมาเป็น 10 แต้มเท่ากับ สกอตแลนด์ แต่ประตูได้เสียดีกว่าจึงได้เป็นอันดับ 2 ลุ้นเป็น 1 ใน 8 ทีมที่ไปเพลย์ออฟต่อไป

ด้านการเพลย์ออฟโซนเอเชีย ซาอุดีอาระเบีย ที่เข้ารอบสุดท้ายมาตลอดช่วง 16 ปีหลังสุดเล่นในกรุงริยาดกับ บาห์เรน หลังจากนัดแรกเสมอกันมา 0-0 เกมนี้ นาสเซอร์ อัล ชามรานี ยิงให้เจ้าบ้านได้เปรียบ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 13 แต่ เจย์ซี จอห์น มาตีเสมอให้ทีมเยือนเป็น 1-1 นาทีที่ 42

เกมนี้น่าจะ ตกเป็นของ ซาอุดีอาระเบีย เมื่อ ฮาหมัด อัล มอนตาชารี โหม่งให้ทีมนำอีกครั้งในช่วงทดเวลาเจ็บของครึ่งหลัง แต่ช่วงเวลาที่เหลือกลับกลายเป็น บาห์เรน ที่ตีเสมอได้จากการโหม่งของ อิสมาอิล อับดุลาทีฟ ทำให้จบเกมเสมอกันไป 2-2 และเป็น บาห์เรน ที่เข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือนไปเพลย์ออฟกับ "กีวี" นิวซีแลนด์ แชมป์โอเชียเนีย ต่อไป

 

Advertisement Replay Ad

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์