วิลล่า เฉือน กุหลาบ 1-0 ตัดคาร์ลิ่งนัดแรก

วิลล่า เฉือน กุหลาบ 1-0 ตัดคาร์ลิ่งนัดแรก

วิลล่า เฉือน กุหลาบ 1-0 ตัดคาร์ลิ่งนัดแรก

หงส์แดง ลิเวอร์พูล ระส่ำหมดสิทธิ์ใช้งาน 3 แข้งหลักอย่าง ยอสซี เบนายูน, สตีเวน เจอร์ราร์ด และ เฟอร์นันโด ตอร์เรส ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ต้องยกพลบุกไปเยือน ช่างปั้นหม้อ สโต๊ค คืนวันเสาร์นี้ ด้าน สิงห์ผงาด แอสตัน วิลล่า บุกไปเฉือนชนะ กุหลาบไฟ แบล็คเบิร์น 1-0 ในศึกคาร์ลิ่ง คัพ รอบตัดเชือก นัดแรก

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันเสาร์ที่ 16 มกราคมนี้ มีโปรแกรมฟาดแข้งทั้งหมด 7 คู่ เริ่มจาก "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 7 แข่ง 20 นัด มี 33 แต้ม เตรียมยกพลบุกไปเยือนสนามบริทานเนีย สเตเดี้ยม เพื่อดวลแข้งกับ "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ทีมอันดับ 10 แข่ง 20 นัด มี 24 แต้ม สำหรับคู่นี้ ทรูสปอร์ต 1 ช่อง 59 ถ่ายทอดสด เวลา 19.45 น.

นัดนี้ "ราฟา" ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือ "หงส์แดง" มีปัญหาในเรื่องของการจัดทัพอย่างแน่นอน เพราะหมดสิทธิ์ใช้งาน 3 ขุมกำลังสำคัญอย่าง ยอสซี เบนายูน, สตีเวน เจอร์ราร์ด และ เฟอร์นันโด ตอร์เรส เนื่องจากทั้งหมดได้รับบาดเจ็บจากเกมนัดที่กระเด็นตกรอบ ศึกเอฟเอ คัพ เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา แถมชวดใช้งาน 3 แข้งหลักอย่าง ฮาเบียร์ มาสเชราโน, อัตเบิร์ต ริเอรา และ เกลน จอห์นสัน ที่ยังต้องนอนพักรักษาตัวจากโรคเดี้ยงต่อไปเหมือนเดิม

จึงทำให้ "หงส์แดง" จำเป็นต้องจัดทัพด้วยตัวผู้เล่นเท่าที่เหลืออยู่ คาดว่า โฆเซ เรน่า เตรียมกลับมาเฝ้าเสาเป็นมือหนึ่งเหมือนเดิม แผงหลังประกอบไปด้วย เจมี คาร์ราเกอร์, ดาเนียล แอกเกอร์, ฟิลิปป์ เดเกน และ เอมิเลียโน อินซัว ส่วนแผงแดนกลางเป็นหน้าที่ของ อัลแบร์โต อคีลานี, ลูคัส ไลวา, ไรอัน บาเบิ้ล แถมยังอาจจำเป็นต้องส่ง มักซี โรดริเกซ ปีกตัวใหม่ลงประเดิมสนามเป็นนัดแรกอีกด้วย ขณะที่คู่กองหน้าน่าจะเป็นการประสานงานกันระหว่าง เดรียค์ เคาท์ กับ ดาวิด เอ็นกอก

ขณะที่ โทนี พูลิส กุนซือเจ้าถิ่นไม่มีปัญหาเรื่องผู้เล่นตัวหลักได้รับบาดเจ็บ ส่งผลให้ ไรอัน ชอว์ครอสส์, ดีน ไวท์เฮด, รอรี ดีแลป, แมทธิว เอเธอร์ริงตัน, มามาดี ซิดิเบ และ ตุนกาย ซุนลี น่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริงทั้งหมด ส่วนผลการพบกันในบ้าน "ช่างปั้นหม้อ" ของเกมคู่นี้ เมื่อช่วงฤดูกาลก่อน ปรากฏว่า ลงเอยด้วยผลเสมอ 0-0

ด้าน "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมรองจ่าฝูง แข่ง 21 นัด มี 44 แต้ม เตรียมเปิดสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับล้างแค้น "คลาเรตส์" เบิร์นลีย์ ทีมอันดับ 14 แข่ง 20 นัด มี 20 แต้ม หลังพลาดท่าเป็นฝ่ายบุกไปแพ้ทีมน้องใหม่รายนี้ 0-1 ในเกมฟาดแข้งเมื่อช่วงต้นฤดูกาลนี้ สำหรับคู่นี้ ทรูสปอร์ต 3 ช่อง 61 ถ่ายทอดสด ในเวลา 22.00 น.

เกมนี้ "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือเจ้าถิ่นได้รับข่าวดีเล็กน้อย เมื่อ 2 ผู้เล่นจอมเดี้ยงอย่าง ริโอ เฟอร์ดินานด์ และ โอเว่น ฮาร์กรีฟส์ หายจากอาการบาดเจ็บเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่คาดว่าอย่างมากที่สุดทั้งคู่น่าจะมีชื่อเป็นเพียงแค่ตัวสำรองเท่านั้น เช่นเดียวกับ เอดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ นายทวารมือหนึ่งที่เตรียมกลับคืนสู่ทีมอีกครั้ง แต่ยังคงหมดสิทธิ์ใช้งาน เนมันยา วิดิช และ ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ ที่ต้องนอนพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บต่อไป

คาดว่า โทมัส คูสซ์แซก ยังคงได้ยืนเล่นเป็นตัวจริงเหมือนเดิม แผงหลังได้แก่ จอนนี อีแวนส์, เวส บราวน์, ปาทริค เอวรา และ ราฟาเอล ขณะที่แดนกลางประกอบไปด้วย ไมเคิล คาร์ริก, ดาร์เรน เฟลตเชอร์, พอล สโคลส์, ปาร์ค จี ซุง และ หลุยส์ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ส่วน เวย์น รูนีย์ ยืนเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าเพียงคนเดียวเท่านั้น

ขณะที่ ไบรอัน ลอว์ส กุนซือคนใหม่ของ เบิร์นลีย์ เตรียมประเดิมสนามคุมทีมเป็นนัดแรก หลังรับงานนี้ต่อจาก โอเว่น คอยล์ ที่ย้ายไปคุมทัพ "เดอะทรอตเตอร์" โบลตัน สำหรับเกมนี้ทีมเยือนไม่มีปัญหาเรื่องผู้เล่นตัวหลักได้รับบาดเจ็บ ส่งผลให้ เกรแฮม อเลกซานเดอร์, อังเดร บิเก้, ร็อบบี เบล็ค และ สตีเวน เฟลตเชอร์ น่าจะได้ลงเล่นตั้งแต่นาทีแรก แต่ทว่า "คลาเรตส์" มีสถิติในการออกไปเล่นนอกบ้านที่ย่ำแย่เหลือเกิน เพราะไม่เคยเก็บชัยชนะได้เลยแม้แต่นัดเดียว

ปิดท้ายด้วย "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทีมจ่าฝูง แข่ง 20 นัด มี 45 แต้ม เปิดสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ ทีมอันดับ 11 แข่ง 20 นัด มี 23 แต้ม สำหรับคู่นี้ ทรูสปอร์ต 1 ช่อง 59 ถ่ายทอดสด เวลา 22.00 น.

นัดนี้ "คาร์เล็ตโต้" คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือเจ้าถิ่นยังคงไร้เงา 4 แข้งหลักอย่าง มิกกาเอล เอสเซียง, จอห์น โอบี มิเคล, โซโลมอน คาลู และ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ซึ่งเดินทางกลับไปรับใช้ทีมชาติบ้านเกิดในศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ 2010 รวมถึง นิโกลาส์ อเนลก้า ที่ต้องนอนพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บต่อไป แต่ทว่า "สิงโตน้ำเงินคราม" สามารถใช้งานขุมกำลังอย่าง ปีเตอร์ เช็ก, จอห์น เทอร์รี, แฟรงค์ แลมพาร์ด, มิชาเอล บัลลัค และ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ได้ทั้งหมด

ส่วนโปรแกรมคู่อื่น เริ่มจาก 3 คู่แรกในเวลา 22.00 น. วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ วีแกน (ทรูวิชั่นส์ ช่อง 121 ถ่ายทอดสด), ปอร์ทสมัธ พบ เบอร์มิงแฮม (ทรูสปอร์ต เอ็กซ์ตรา 2 ช่อง 67), สเปอร์ส พบ ฮัลล์ (ทรูสปอร์ต 5 ช่อง 63) ขณะที่คู่ระหว่าง เอฟเวอร์ตัน พบ แมนฯ ซิตี้ ลงสนามในเวลา 00.30 น. (ทรูสปอร์ต 3 ช่อง 61 และช่อง 3 ถ่ายทอดสด)

ด้านการแข่งขันศึกฟุตบอลถ้วย คาร์ลิ่ง คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า บุกไปเฉือนชนะ "กุหลาบไฟ" แบล็คเบิร์น ถึงสนามอีวู้ด ปาร์ค 1-0 โดยทีมเยือนได้ประตูชัยจากฝีเท้าของ เจมส์ มิลเลอร์ นาที 23 ส่งผลให้ วิลล่า ตุนความได้เปรียบจากเกมนัดแรกได้สำเร็จ ก่อนกลับไปลงเล่นในสนามวิลล่า ปาร์ค ของตัวเอง สำหรับเกมนัดที่ 2 ช่วงคืนวันพุธที่ 20 มกราคมนี้

 

Advertisement Replay Ad

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์