''ร็อบโบ้''กร้าวพาไทยซิวชัย

''ร็อบโบ้''กร้าวพาไทยซิวชัย

ดวลแข้งอิหร่านศึกเอเชี่ยนคัพลังเลเลือก''พิพัฒน์-กีริต''ตัวยิง

ความเคลื่อนไหวของนักเตะทีมชาติไทย ชุดที่จะลงฟาดแข้งนัดสำคัญในศึกเอเชี่ยนคัพ 2011 รอบคัดเลือกกลุ่ม E กับ อิหร่าน ในวันที่ 3 มี.ค.เวลา 19.30 น.(เวลาประเทศไทย 23.00 น.ช่อง 7 สี ่ถ่ายทอดสด) ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 มี.ค. นักเตะทีมชาติไทย ได้ออกเดินทางจากกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ มุ่งหน้าไปยังประเทศอิหร่าน เรียบร้อยแล้ว โดยในกลุ่ม E อิหร่าน ได้ผ่านเข้ารอบไปแล้ว เมื่อลงเตะ 5 นัด มี 10 แต้ม ส่วนอันดับ 2 ไทย ลงเตะ 5 นัด 6 แต้ม, อันดับ 3 สิงคโปร์ เตะ 5 นัด 6 แต้ม, อันดับ 4 จอร์แดน เตะ 5 นัด 5 แต้ม ซึ่งทีมไทยขอเพียงแค่เสมอกับ อิหร่าน แล้วให้คู่ของจอร์แดน ที่จะเปิดบ้านรับ สิงคโปร์ จบลงด้วยการเสมอกัน ก็จะทำให้ทีมไทยเข้ารอบทันที หรือหากทีมไทยเอาชนะ อิหร่านได้ ก็ไม่ต้องไปสนใจผลของคู่ จอร์แดน กับ สิงคโปร์

ขณะที่ ร็อบโบ้ ไบรอัน ร็อบสัน กุนซือทีมชาติไทย กล่าวว่า เกมนี้เป็นนัดที่มีความสำคัญมาก จึงได้พูดกับนักเตะไทยทุกคนให้รู้ว่า ขอให้ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันสู้ ถึงแม้อิหร่านจะได้ผ่านเข้ารอบไปแล้ว แต่ทุกคนจะประมาทไม่ได้ เพราะอิหร่าน เป็นทีมที่แข็งแกร่ง นักเตะมีความสามารถเฉพาะตัวดีมาก และยังต้องการเรียกศรัทธาจากแฟนบอลให้กลับคืนมา หลังจากที่ตกรอบไม่ได้ผ่านเข้าไปแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ ส่วนแผนการเล่นนั้น จะให้นักเตะไทยเน้นเกมรับให้เหนียวแน่นไว้ก่อน เนื่องจากต้องออกมาเป็นทีมเยือน และหาจังหวะโต้กลับเร็วเข้าพังประตู ซึ่งทีเด็ดอีกอย่างที่เตรียมเอาไว้ก็คือ การเล่นลูก ตั้งเตะในระยะต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นสูตรเด็ดในการพังประตู อิหร่าน หลังจากที่ได้ฝึกซ้อมกันมาอย่างดี

ผมคงเลือกเล่นในระบบ 4-5-1 โดยวางหน้าไปไว้แค่คนเดียว ซึ่งในการซ้อม กีรติ เขียวสมบัติ กับ พิพัฒน์ ต้นกันยา ทำผลงานได้ดีทีเดียว กีรติ ครองบอล พักบอลในแดนหน้าได้ดี ส่วน พิพัฒน์ มีประสบ การณ์ มีความเร็วสูง และมีจังหวะยิงประตูที่เฉียบคม มันจึงทำให้ผมลังเลเล็กน้อยว่าจะเลือกใครเป็นหน้าเป้าดี แต่ผมได้บอกกับนักเตะทุกคนว่า ให้มีสมาธิกับเกมนี้ทุกนาที ไม่ต้องไปสนใจการเตะระหว่าง จอร์แดน กับ สิงคโปร์ ขอให้ทุกคนเล่นตามแทคติกที่ผมจัดไว้ให้ และใช้จังหวะโต้กลับเร็ว พังประตูให้แม่นยำ ผมว่าทีมไทยเอาชนะอิหร่านได้แน่นอน ร็อบสัน กล่าว.

สโตค ซิตี อาจกลับมาลงสนามได้เร็วสุดภายในเวลา 6 เดือน จากรายงานของนสพ.เดลี มิร์เรอร์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

อาการเจ็บของมิดฟิลด์วัย 19 ปี ไม่ได้เลวร้ายเท่ากับ เอดูอาร์โด เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เพราะเป็นการหักที่หน้าแข้งเหนือข้อเท้า และกระดูกน่อง โดยแพทย์ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่รักษา เอดูอาร์โด จนกลับมาเล่นได้อีกครั้งเผยว่า แรมพ์ซีย์ น่าจะกลับมาเล่นฟุตบอลได้เหมือนเดิมภายใน 6-9 เดือน.

Advertisement Replay Ad

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์