มันหยด! จ่าฝูงร่วม 4 ทีม,ฉลามชลฟอร์มเริ่ดซะไม่มี

มันหยด! จ่าฝูงร่วม 4 ทีม,ฉลามชลฟอร์มเริ่ดซะไม่มี

มันหยด! จ่าฝูงร่วม 4 ทีม,ฉลามชลฟอร์มเริ่ดซะไม่มี


ไทยลีกเมื่อวานถือเป็นครั้งแรกที่เตะพร้อมกันถึง 8 คู่ เริ่มเวลา 18.00 น. โดยมีเพียงที่สนาม ม.ราชภัฏมหาสารคามเท่านั้นซึ่ง ขอนแก่น เอฟซี ใช้เป็นสนามเหย้าเฉพาะกิจรับมือ "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ พีอีเอ ที่เริ่มเตะตั้งแต่เวลา 16.00 น.

# เกมนี้ถือว่าเป็น "อีสานดาร์บี้แมตช์" เลยก็ว่าได้เพราะทั้งสองทีมต่างก็อยู่ในระแวกเดียวกัน แต่การที่ ขอนแก่น เอฟซี ต้องเดินทางมากว่า 70 กิโล.เพื่อมายืมสนามแห่งนี้ทำให้ไม่ได้เปรียบในฐานะทีมเหย้าเลย แถมศักยภาพโดยรวมเป็นรองทุกอย่างทำให้เกมนี้ ลูกทีมของ "บิ๊กเน" คุมเกมไว้ได้เกือบทั้งหมดก่อนจะเอาชนะไปได้อย่างไม่ยาก 2-0

# แข้งปราสาทสายฟ้า เกมเมื่อวานถือว่ายังเล่นได้ไม่ดีเท่าไหร่ เกมรุกยังใช้โอกาสค่อนข้างเปลือง กระนั้นหากมองที่สภาพทีมที่ยังไม่พร้อมนับว่า "โค้ชแต๊ก" อรรถพล ปุษปาคม วางแท็คติกมาสู้ได้เหนือกว่าเจ้าถิ่น ทำให้คว้าอีกสามแต้มขึ้นไปรั้งจ่าฝูงร่วมกับ "เต็งแชมป์" อย่าง ชลบุรี เอฟซี ที่เปิดรังไล่ถล่ม ทีโอที เอสซี  6-0

# จะว่าไปแล้ว  "ฉลามชล"  เกมนี้ยังไม่ได้โชว์ฟอร์มที่สุดยอดของพวกเขาเท่าไหร่ เนื่องจากทีมเยือนวันนี้เล่นกันได้ผิดพลาดเองทั้งแนวรับ และผู้รักษาประตูอย่าง วิศณุศักดิ์ แก้วเรือง ที่แทบไม่ได้ช่วยเซฟอะไรเลย แถมยังออกมาตัดบอลพลาด รับบอลหลุดซองอีกทำให้พ่ายไปแบบเละเทะหมดรูป

# ซึ่งหากเล่นแบบนี้โอกาสที่จะตกชั้นก็มีสูงเนื่องจากพ่ายมาแล้ว 3 เกมติด ต่างจากซีซั่นก่อนเหลือเกินที่ออกสตาร์ทได้ยอดเยี่ยมนำเป็นจ่าฝูง

# ส่วนทางฝั่ง "สุภาพบุรุษวงจักร" อาร์มี่ ยูไนเต็ด ซึ่งคว้าชัยมาสองเกมติด เกมนี้เจอของแข็งบุกไปเยือน บางกอกกล๊าส เอฟซี ที่สนาม ลีโอ สเตเดี้ยม เกมนี้ต้องบอกว่าทีมเยือนยังเล่นได้สุดยอด ครึ่งแรกออกนำไปก่อนจาก เลอันโดร โดส ซานโตส หัวหอกชาวบราซิเลี่ยน

# ยังโชคดีของ "เดอะ กล๊าส แร็บบิต" ที่รอดตายได้จุดโทษตีเสมอ 1-1 จาก "โจ้ 5 หลา" ศรายุทธ ชัยคำดี หัวหอกตัวใหม่และถือเป็นประตูแรกนับแต่ย้ายมาสวมเสื้อ "บีจี" อีกด้วย

# มาอีกคู่ที่ตั้งชื่อแมตช์แบบสุดเก๋ "ศึกเจ้าชายกิมจิ" "เดอะ โปลิศ" อินทรีเพื่อนตำรวจ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนทีม "สิงห์เหนือ" ทีทีเอ็ม พิจิตร ที่เป็นเกมแห่งเจ้าชายกิมจิก็เพราะทั้งสองทีมต่างก็ขนบรรดาผู้เล่น เกาหลีใต้ ลงสนามอย่างครบครัน อีกทั้งยังมีคณะทัวร์จากแดนกิมจินับร้อยคนเข้ามาชมในเกมนี้อีกด้วย

# รูปเกมทั้งสองทีมเล่นกันได้อย่างสูสีดุเดือด ถึงลูกถึงคน ซึ่งผลน่าจะลงเอยด้วยการแบ่งแต้มแล้ว แต่ในช่วงนาทีสุดท้ายเจ้าถิ่นมาได้ประตูชัยจากความผิดพลาดของ วอน ยู ยุน นายทวารของทีมเยือนที่ออกมาตัดบอลพลาด บอลมาเข้าเท้า ฟิลิปเป้ แฟไรร่า ก่อนจะชิบบอลเข้าไปอย่างเหนือชั้น ส่งผลให้ทีมได้เพิ่มอีกสามคะแนนมี 7 แต้ม เท่ากับ อาร์มี่ ยูไนเต็ด, ชลบุรี เอฟซี และบุรีรัมย์ พีอีเอ นำจ่าฝูงร่วมกันแต่ ชลบุรี มีลูกได้เสียที่ดีกว่าเท่านั้น

# พูดถึงความยอดเยี่ยมทั้ง "อินทรีเพื่อนตำรวจ, อาร์มี่, บุรีรัมย์ และชลบุรี" ไปแล้วจะไม่พูดถึง "แชมป์เก่า" เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ก็กะไรอยู่ เมื่อเปิดศึก "บิ๊กแมตช์" กับอริเก่า "สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือไทย เอฟซี นอกจากศักดิ์ศรีที่ค้ำคอกันอยู่แล้ว เกมนี้ยังเดิมพันด้วย "สามแต้มแรก" ของซีซั่นอีกด้วย

# ท้ายที่สุดก็เป็นความยอดเยี่ยมของเจ้าถิ่นที่เล่นด้วยความอดทดจนคว้าชัยไปได้ 2-0 แม้จะได้มาในช่วงท้ายเกมแต่ต้องชมความยอดเยี่ยมของ ธีรศิลป์ แดงดา หัวหอกเบอร์หนึ่งทีมชาติไทยที่ทั้งยิงทั้งจ่าย โดยประตูแรก "เจ้ามุ้ย" เปิดบอลมาให้ ดักโน่ เซียก้า ตีลังกายิงเข้าไปอย่างสวยงาม ซึ่งหากใครยังไม่ได้ดูไม่หาคลิปย้อนหลังมาดูได้เลย สวดยอดด !! จริงๆ 

# ส่วนลูกที่สองเกิดขึ้นในช่วงทดเจ็บครึ่งหลัง "เจ้ามุ้ย" หลุดเข้าไปล็อกบอลหลบนายทวารทีมเยือนอย่าง มุนเซ่ อัลริช ก่อนจะยิงอัดเสยเพดานบนตาข่ายเข้าไปอย่างงดงามเช่นกัน
   
# 2-0 แม้จะเป็นสกอร์แบบหืดจับแต่ก็เป็นสามแต้มอันล้ำค่าของ "แชมป์เก่า" เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ในการปลดแอกจากความกดดันหลังออกสตาร์ทได้แย่ อีกทั้งเป็นการคว้าชัยนัดแรกประเดิมกุนซือคนใหม่อย่าง เอ็นริเก้ คาลิสโต้ อีกด้วย

 

Advertisement Replay Ad

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์