5 ข้อสรุปหลังเกมเชลซี – แมนฯยูไนเต็ด

5 ข้อสรุปหลังเกมเชลซี – แมนฯยูไนเต็ด

5 ข้อสรุปหลังเกมเชลซี – แมนฯยูไนเต็ด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เกมพรีเมียร์ลีกที่สแตมฟอร์ด บริดจ์เมื่อวันอาทิตย์จบลงแบบที่ทำเอากองเชียร์ทั้งสองฝ่ายได้ลุ้นกันหลายอารมณ์ หลังจากเชลซีสร้างเซอร์ไพรส์นำห่าง 3-0 ตั้งแต่ครึ่งหลังเริ่มไปได้ไม่นาน แต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ไว้ลายเร่งเครื่องกลับมาตามตีเสมอ 3-3 ได้อย่างเหลือเชื่อ

โดยก่อนเกมนี้เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือขรัวเฒ่าของปิศาจแดง บอกไว้ว่าถ้าบุกมาหยิบ 3 คะแนนกลับไปได้ ถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกปีนี้จะยังอยู่ที่ตู้โชว์ของโอลด์ แทรฟฟอร์ดต่อแน่นอน

แต่เป้าหมายนี้ก็ไม่บรรลุผล แต่แชมป์เก่าก็คงจะยังได้ขับเคี่ยวลุ้นแย่งแชมป์กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ต่อไปอย่างแน่นอน และนี่คือ 5 ข้อสรุปที่ได้จากเกมนี้ตามทรรศนะของหนังสือพิมพ์ Daily Telegraph ของอังกฤษ

พจนานุกรมของแมนฯ ยูไนเต็ดไม่มีคำว่ายอมแพ้

มันไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ภายใต้การคุมทีมของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แต่นี่คือหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดที่ยืนยันถึงสปิริตนักสู้ที่พิเศษกว่าใครๆ ของแมนฯ ยูไนเต็ด

ตามหลัง 3-0 หลังผ่าน 50 นาที เป็นใครก็ต้องคิดว่าแชมป์เก่าคงมาสะดุดเอาในช่วงสำคัญของฤดูกาลเสียแล้ว แม้สองจุดโทษที่ได้มาหลังจากนั้นจะเป็นที่กังขาอยู่บ้างสำหรับบางคน แต่นั่นก็ไม่ได้บดบังความตื่นเต้นเร้าใจของการที่ผีแดงโกงความตายได้อีกครั้ง

หัวจิตหัวใจที่ห้าวหาญและประสบการณ์ที่ล้นเหลือยังคงเป็นข้อได้เปรียบสำคัญที่แมนฯ ยูไนเต็ดมีเหนือคู่ต่อสู้ทีมอื่นๆ ในการเบียดลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้

แมนฯ ซิตี้เป็นทีมที่มีเกมรับดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก

น่าจะพอพูดได้ว่า โรแบร์โต้ มันชินี่ คงมีความมั่นใจขึ้นอีกเยอะ หลังได้เห็นเกมรับของทั้งแมนฯ ยูไนเต็ดและเชลซีในนัดนี้

ดาวิด เด เกอาโชว์ซูเปอร์เซฟได้ในช่วงท้ายเกม และไม่มีทางถูกตำหนิได้เลยในทั้ง 3 ประตูที่ผีแดงเสียไป แต่เริ่มตั้งแต่การออกไปชกบอลวืดในนาทีที่ 7 เป็นต้นไป นายทวารชาวสเปนก็แสดงให้เห็นว่ายังมีปัญหากับลูกกลางอากาศอยู่เป็นระยะๆ และการขาดความมั่นใจของเขาส่งผลกระทบต่อแผงแบ็กโฟร์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขณะที่สิงห์บลูส์นั้นแม้จะมีข้ออ้างเรื่องการขาดจอห์น เทอร์รี่ ที่บาดเจ็บและแอชลี่ย์ โคลที่ติดโทษแบน รวมถึงแกรี่ เคฮิลล์ที่เพิ่งลงประเดิมสนามเป็นนัดแรก แต่การเสียสามประตูที่นำอยู่ไปแสดงให้เห็นว่าภาพรวมของเกมรับของพวกเขายังมีจุดอ่อนอยู่

ไรอัน กิ๊กส์และพอล สโคลส์ยังสำคัญกับแมนฯ ยูไนเต็ดอยู่

คงยากที่จะนึกภาพเชลซีที่มีนักเตะตัวเก๋าๆ อย่างจอห์น เทอร์รี่, แฟรงค์ แลมพาร์ด และดิดิเยร์ ดร็อกบา อยู่ในทีม เสียสามประตูที่นำอยู่ไป และในทำนองเดียวกันแมนฯ ยูไนเต็ดก็คงจะกลับมาตีเสมอไม่ได้ หากไม่ได้ประสบการณ์ของไรอัน กิ๊กส์และพอล สโคลส์ ซึ่งช่วยคุมจังหวะการเล่นของทีมจากกลางสนามในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้าย

นโยบายการซื้อขายนักเตะของผีแดงถูกจับตามองเป็นพิเศษในช่วงหลังๆ แต่สุดท้ายการหวนกลับมาลงสนามอีกครั้งของสโคลส์อาจจะกลายเป็นข้อตกลงดีที่สุดในช่วงการเปิดตลาดเดือนมกราคมก็ได้

แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ สมควรได้รับโอกาสในทีมชาติอังกฤษ

ฟาบิโอ คาเปลโล่ มานั่งชมเกมอยู่ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ด้วย โดยเป้าหมายเริ่มแรกของเขาอาจจะเป็นการมาดูฟอร์มของแดนนี่ เวลเบ็คและแอชลี่ย์ ยัง แต่กลับเป็นผลงานของแดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ที่เข้าตามากกว่า

กองหน้าดาวรุ่งของเชลซีอาจจะอยากเล่นเป็นศูนย์หน้าตัวแทนเฟร์นานโด ตอร์เรสมากกว่า แต่เขากำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถเป็นตัวเลือกให้กับทีมชาติอังกฤษได้ในตำแหน่งตัวทำเกมรุกฝั่งขวา แบบเดียวกับที่ธีโอ วัลค็อตต์ได้รับบทบาทเมื่อทีมเล่นในระบบ 4-3-3

การพาบอลกระชากผ่านปาทริซ เอฟร่านำไปสู่ประตูแรกของทีมที่มาจากลูกทำเข้าประตูตัวเองของจอนนี่ อีแวนส์ และเขายังทำประตูได้มากกว่าคู่แข่งลุ้นแย่งตำแหน่งในทีมชาติคนอื่นๆ ด้วยในฤดูกาลนี้

กองเชียร์ที่บ้าคลั่งไม่รู้จักขอบเขต

เกมที่น่าตื่นเต้นนัดนี้ต้องมัวหมองด้วยการตะโกนด่าทอกันด้วยถ้อยคำที่น่ารังเกียจของแฟนบอลทั้งสองฝ่าย รวมถึงเสียงโห่ฮาที่มีต่อริโอ เฟอร์ดินานด์ ตลอดเกมด้วย เพียงแค่เพราะเขาเป็นพี่ชายของแอนทอน เฟอร์ดินานด์ ซึ่งเป็นคนกล่าวหาจอห์น เทอร์รี่ว่าเหยียดผิว

การเข้าข้างนักเตะของตัวเองอย่างไม่ลืมหูลืมตาของแฟนบอลอาจจะเป็นสิ่งที่ถูกคาดหมายได้อยู่แล้ว แต่การคลั่งทีมจนถึงขั้นขาดเหตุผลจนนำไปสู่การด่าทอกันในบางเรื่องที่ไม่สมควรระหว่างแฟนบอลของแต่ละทีม

เริ่มกลายเป็นปัญหาที่มีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในฤดูกาลนี้

เรื่องโดย "เบบี้แบร์"

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook