เชลซีทุบสโต๊ค 2-0 ทะยานตัดเชือก

เชลซีทุบสโต๊ค 2-0 ทะยานตัดเชือก

เชลซีทุบสโต๊ค 2-0 ทะยานตัดเชือก

"สิงห์บลูส์" เชลซี ตบเท้าเข้ารอบตัดเชือกตามคาด หลังเปิดบ้านทุบเอาชนะ สโต๊ค ซิตี้ ไปแบบสบายๆ 2-0 ในศึกฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ

    
ฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ
    
เชลซี 2 - 0  สโต๊ค ซิตี้

    
"สิงห์บลูส์" เชลซี เปิดสนามรับมือ "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ซิตี้ เกมนี้เจ้าถิ่นต้อง ชูเลียโน่ เบลเล็ตติ และมิชาเอล บัลลัค ที่ติดโทษแบน แต่แนวรุกยังมีทั้ง นิโกล่าส์ อเนลก้า และ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ลงล่าตาข่าย ด้านทีมเยือนต้องขาด ไรอัน ชอว์ครอสส์ ที่โดนแบนเช่นกัน ส่วนหัวหอก ตุนกาย ซานลี่ ได้ลงตัวจริง
     
เริ่มครึ่งแรก นาทีที่ 5 สโต๊ค ก็มาได้ลุ้นก่อนเลย จากลูกทุ่มไกล ซึ่งเป็นอาวุธเด็ด รอรี่ ดีแล็ป ทุ่มไกลเข้าเขตโทษให้ โรเบิร์ต ฮูธ โขกต่อไปหน้าประตู มามาดี้ ซิดิเบ้ โหม่งเน้นๆแล้ว แต่บอลลอยไปตกหลังคา แบบน่าเสียดาย
     
นาทีที่ 8 เชลซี มาได้ลุ้นขึ้นนำบ้าง เมื่อ นิโกล่าส์ อเนลก้า ลากบอลจากกราบขวาตัดเข้ามายิงเน้นๆ ทว่ายังไปติดเซฟของ โธมัส โซเรนเซ่น
     
ถัดมานาทีเดียว ทีมเยือน เกือบพลิกขึ้นนำ เมื่อ ริคาร์โด้ ฟูลเลอร์ ได้ยิงจากริมเขตโทษด้านขวา บอลทำท่าว่าจะหลุดกรอบออกเส้นหลังที่เสาไกล แต่ ซิดิเบ้ พุ่งเข้าไปชาร์จมุมแคบ บอลจะเข้าอยู่แล้ว ดีที่ อเล็กซ์ ตามมาบล็อคได้ทันเวลา
     
นาทีที่ 15 ทีมเยือน มาได้ลุ้นอีกแล้ว จากลูกทุ่มไกล ดีแล็ป ทุ่มไปหน้าประตู อิราลิโอ ชกทิ้งไปเข้าทาง ดีน ไวท์เฮด ยิงสวนแบบเน้นๆ แต่ยังมี จอห์น โอบี มิเกล สกัดทิ้งจากเส้นประตูได้ทัน
     
นาทีที่ 29 เชลซี เดินเครื่องบุกบ้าง และมาได้ลุ้น จากจังหวะที่ ไวท์เฮด ทำพลาดพักบอลด้วยหน้าอกในเขตโทษตัวเองเลยถูก อเนลก้า วิ่งเข้ามฉกบอลไปยิงเน้นๆในเขตโทษ แต่หักข้อเท้ามากไปลูกพุ่งเฉี่ยวเสาออกหลังไปแบบไม่น่าเชื่อ
     
นาทีที่ 35 เชลซี ก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ จากลูกเตะมุม มาลูด้า เปิดมาหน้าประตู ดีน ไวท์เฮดิ แหย่ขาสกัดบอลไม่ขาด ไปเข้าทาง เทอร์รี่ ก่อนที่จะป้ายบอลคืนมาให้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด วิ่งเข้ามากดเน้นๆ บอลพุ่งไปโดนนักเตะทีมเยือนเล็กน้อย ก่อนจะเข้าไปตุงตาข่ายสวยงาม
     
ช่วงท้ายครึ่งแรก เชลซี เกือบได้เพิ่ม เมื่อ แฟร์ไรร่า เติมขึ้นทางซ้ายแล้ววางบอลยาวไปหน้าประตู ดร็อกบา วิ่งเข้ามาวอลเลย์เน้นๆ ทว่า โซเรนเซ่น ยังพุ่งปัดทิ้งได้อย่างเหลือเชื่อ

จบครึ่งแรก เชลซี ออกนำไปก่อน 1-0
     
กลับมาแข่งใหม่ในครึ่งหลัง เชลซี โจมตี ทีมเยือนก่อนเลย นาทีที่ 49 บรานิสลาฟ อีวาโนวิช ทุ่มไกลจากด้านขวาเข้าเขตโทษ กองหลังสโต๊ค เคลียร์ไม่ขาด บอลมาเข้าทาง แลมพาร์ด จึงวิ่งเข้ามาซัดจาก 18 หลา แต่บอลลอยโด่งข้ามคานไป
     
เกมตกเป็นของ เชลซี เสียส่วนใหญ่ และมาได้ลุ้นนำห่างอีกครั้ง ในนาทีที่ 66 จากจังหวะโยนบอลยาวเข้าเขตโทษด้านขวา ดร็อกบา ดูดบอลลงอย่างสวยงาม ก่อนที่จะเปิดข้ามไปอีกฝั่งให้ อเนลก้า โขกเหน่งๆ แต่ นักเตะทีมเยือน ยังสกัดทิ้งได้แบบหวุดหวิด
     
และจากลูกเตะมุมด้านซ้าย มาลูด้า เปิดมาให้ อเล็กซ์ ได้โขกระยะ 10 หลา ทว่ายังไปติดหัวทีมเยือน ออกเส้นหลังไป ทำให้ สิงห์บลูส์ ได้เตะมุมอีกฟาก และคราวนี้เป็น เทอร์รี่ ที่พุ่งเข้าโหม่งเต็มหัว บอลพุ่งผ่านนักเตะทีมเยือน เข้าไปตุงตาข่าย ทำให้สกอร์ชยับเป็น 2-0 จนได้
     
นาทีที่ 75 เชลซี เกือบได้อีก เมื่อ แลมพาร์ด ได้โอกาสยิงจากหน้าเขตโทษด้านขวา แต่ โซเรนเซ่น ยังพุ่งเซฟได้อีกครั้ง

ท้ายเกม เชลซี ยังครองเกมได้มากกว่า และมาได้ลุ้นอีก เมื่อ อเนลก้า หลุดเข้าไปยิง ทว่ามุมแคบเกินไป ลูกเลยพุ่งเข้าข้างตาข่าย
     
ช่วงเวลาที่เหลือ ไม่มีทีมไหนทำอะไรเพิ่มกันได้ ทำให้หมดเวลาการแข่งขัน เชลซี ทุบเอาชนะ สโต๊ค ซิตี้ ไปแบบไม่ยากเย็น 2-0 ทะยานเข้ารอบรองชนะเลิศ ตามคาด

รายชื่อนักเตะของทั้งสองทีม
เชลซี :
เฮนริเก้ ฮิลาริโอ, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, อเล็กซ์, จอห์น เทอร์รี่, เปาโล แฟร์เรยร่า, ฟลอร็องต์ มาลูด้า, จอห์น โอบี มิเกล, แฟรงค์ แลมพาร์ด, นิโกล่าส์ อเนลก้า, ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา, ซาโลมง กาลู
 
สโต๊ค : 
โธมัส โซเรนเซ่น, แอนดี้ วิลคินสัน, อับดูลาย ฟาย, โรเบิร์ต ฮูธ, แดนนี่ คอลลินส์, ดีน ไวท์เฮด, เกล็นน์ วีแลน, รอรี่ ดีแล็ป, ตุนกาย ซานลี่, มามาดี้ ซิดิเบ้, ริคาร์โด้ ฟุลเลอร์

(ภาพจาก Getty Images)

Advertisement Replay Ad
สกาย ปูด สิงห์บลูส์ เล็งคว้าหอก เบิร์นลี่ย์

สกาย ปูด สิงห์บลูส์ เล็งคว้าหอก เบิร์นลี่ย์

วิดัล เผยแผนอนาคต หลังมีข่าวย้ายร่วมทีม เชลซี

วิดัล เผยแผนอนาคต หลังมีข่าวย้ายร่วมทีม เชลซี

อินซ์ เชื่อ ซานเชซ จะเข้ามาทำให้ ผี เล่นเกมบุกสะเด่าขึ้น

อินซ์ เชื่อ ซานเชซ จะเข้ามาทำให้ ผี เล่นเกมบุกสะเด่าขึ้น

เป๊ป ชม ซาเน ยังเก่งได้กว่านี้อีกหลายเท่า

เป๊ป ชม ซาเน ยังเก่งได้กว่านี้อีกหลายเท่า

ว่าใคร?!! คล็อปป์ เชื่อ แข้งหงส์ ไม่มีวันย้ายไปอยู่กับศัตรูร่วมลีกกลางซีซั่น

ว่าใคร?!! คล็อปป์ เชื่อ แข้งหงส์ ไม่มีวันย้ายไปอยู่กับศัตรูร่วมลีกกลางซีซั่น

หลุด! "อเล็กซิส" สวมเบอร์ 7 ผี รอแค่ชูเสื้ออย่างเป็นทางการ

หลุด! "อเล็กซิส" สวมเบอร์ 7 ผี รอแค่ชูเสื้ออย่างเป็นทางการ

จิ๊กซอว์ตัวสุดท้าย! "ริโอ" รับสุดตื่นเต้น "อเล็กซิส" กำลังจะเปิดตัว "ผีแดง"

จิ๊กซอว์ตัวสุดท้าย! "ริโอ" รับสุดตื่นเต้น "อเล็กซิส" กำลังจะเปิดตัว "ผีแดง"

ผมไม่ได้ตั้งใจ! "รอนดอน" ร่ำไห้หนักทำ "แม็คคาร์ธี่" ขาหัก (คลิป) vdo

ผมไม่ได้ตั้งใจ! "รอนดอน" ร่ำไห้หนักทำ "แม็คคาร์ธี่" ขาหัก (คลิป)

กุนแฮตทริก! “เรือใบสีฟ้า” เปิดบ้านรัว “สาลิกาดง” 3-1 นำฝูงโด่ง

กุนแฮตทริก! “เรือใบสีฟ้า” เปิดบ้านรัว “สาลิกาดง” 3-1 นำฝูงโด่ง

"น้องหมาก" ซัดชัย! "แมนฯ ยูไนเต็ด" บุกเฉือน "เบิร์นลี่ย์" 1-0

"น้องหมาก" ซัดชัย! "แมนฯ ยูไนเต็ด" บุกเฉือน "เบิร์นลี่ย์" 1-0

รัวต้นเกม! "อาร์เซน่อล" เปิดรังถล่ม "คริสตัล พาเลซ" สบายเท้า 4-1

รัวต้นเกม! "อาร์เซน่อล" เปิดรังถล่ม "คริสตัล พาเลซ" สบายเท้า 4-1

"อาซาร์" เบิ้ล! "เชลซี" บุกทุบ "ไบร์ทตัน" 4-0 กระโดดขึ้นที่ 3

"อาซาร์" เบิ้ล! "เชลซี" บุกทุบ "ไบร์ทตัน" 4-0 กระโดดขึ้นที่ 3

"คล็อปป์" ยัน "วู้ดเบิร์น" แฮปปี้กับ "หงส์" พร้อมเผยไม่อยากให้โดนยืมไปไหน

"คล็อปป์" ยัน "วู้ดเบิร์น" แฮปปี้กับ "หงส์" พร้อมเผยไม่อยากให้โดนยืมไปไหน

มันก็จะเซ็งๆหน่อย! "เวนเกอร์" พ้อปีแรกของ "ลากาแซ็ตต์" ไม่ค่อยปัง

มันก็จะเซ็งๆหน่อย! "เวนเกอร์" พ้อปีแรกของ "ลากาแซ็ตต์" ไม่ค่อยปัง

ถึงเวลา! "มูรินโญ่" เผยถึงอนาคต "คาร์ริค" หลังจบฤดูกาลนี้

ถึงเวลา! "มูรินโญ่" เผยถึงอนาคต "คาร์ริค" หลังจบฤดูกาลนี้

สรุปข่าวลือซื้อ-ขาย 19 ม.ค. : "โอบาฯ" ใกล้สมหวัง, "สิงห์" เบนเข็มหา "เคร้าช์"

สรุปข่าวลือซื้อ-ขาย 19 ม.ค. : "โอบาฯ" ใกล้สมหวัง, "สิงห์" เบนเข็มหา "เคร้าช์"

จัดไปหนึ่งฮา! "อคินเฟนว่า" ขอบายข่าวลือ "สิงห์บลูส์" เหตุเพราะไม่ได้กินไก่

จัดไปหนึ่งฮา! "อคินเฟนว่า" ขอบายข่าวลือ "สิงห์บลูส์" เหตุเพราะไม่ได้กินไก่

ยังเนื้อหอม! "งูใหญ่" หวังยืมตัว "เต้ยโศก" ล่าตาข่ายจนจบซีซั่น

ยังเนื้อหอม! "งูใหญ่" หวังยืมตัว "เต้ยโศก" ล่าตาข่ายจนจบซีซั่น

"เวนเกอร์" คอนเฟิร์ม อยากให้ "แจ็ค" อยู่ค้าแข้งกับ ปืน ต่อไป

"เวนเกอร์" คอนเฟิร์ม อยากให้ "แจ็ค" อยู่ค้าแข้งกับ ปืน ต่อไป

"เชียเรอร์" ฟันธง "บาทชัวยี" กำลังพังเพราะขาดความมั่นใจ

"เชียเรอร์" ฟันธง "บาทชัวยี" กำลังพังเพราะขาดความมั่นใจ

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์