วิเคราะห์-วิจารณ์ ฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก

วิเคราะห์-วิจารณ์ ฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก

วิเคราะห์-วิจารณ์ ฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก

วิจารณ์แชมเปี้ยนส์ลีก ประจำวันพุธที่ 14 กันยายน 2554 ในคืนนี้มีคู่ที่น่าสนใจอยู่หลายคู่ ไม่ว่าจะเป็น แมนฯซิตี้ พบ นาโปลี,บีญาร์เรอัล พบ บาเยิร์น มิวนิค และเบนฟิก้า พบ แมนฯยูไนเต็ด

วิจารณ์แชมเปี้ยนส์ลีก วันพุธที่ 14 กันยายน 2554

กลุ่มเอ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – นาโปลี


คิกออฟ: 01.45 น.
สนาม: เอติฮัด สเตเดี้ยม
ผู้ตัดสิน: โยนาส เอริคส์สัน (สวีเดน)
ถ่ายทอดสด: ช่อง 3


ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม


แมนฯ ซิตี้

10 ก.ย. 54    ชนะ    วีแกน        3-0 (เหย้า)    พรีเมียร์ลีก
28 ส.ค. 54    ชนะ    สเปอร์ส        5-1 (เยือน)    พรีเมียร์ลีก
21 ส.ค. 54    ชนะ    โบลตัน        3-2 (เยือน)    พรีเมียร์ลีก
15 ส.ค. 54    ชนะ    สวอนซี        4-0 (เหย้า)    พรีเมียร์ลีก
7 ส.ค. 54    แพ้    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด    2-3 (กลาง)    คอมมูนิตี้ ชิลด์

นาโปลี

10 ก.ย. 54    ชนะ    เชเซน่า        3-1 (เยือน)    เซรี่ อา
22 ส.ค. 54    แพ้    บาร์เซโลน่า        0-5 (เยือน)    กระชับมิตร
7 ส.ค. 54    แพ้    เซบีญ่า        1-2 (เหย้า)    กระชับมิตร
4 ส.ค. 54    เสมอ    เพนารอล        1-1 (เหย้า)    กระชับมิตร
30 ก.ค. 54    ชนะ    กรอสเซโต้        2-1 (กลาง)    กระชับมิตร

ผลงานการพบกันที่ผ่านมา
ไม่เคยพบกัน

ความพร้อม-สภาพทีม

แมนฯ ซิตี้

แมนฯ ซิตี้จะประเดิมการโชว์ฝีเท้าในรายการนี้โดยไม่มีไนเจล เดอ ยอง มิดฟิลด์ขาโหด ซึ่งยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บที่เท้าที่ได้รับมาตั้งแต่นัดเปิดซีซั่น

โรแบร์โต้ มันชินี่ยังต้องรอเช็กความฟิตของแกเร็ธ แบร์รี่และเจมส์ มิลเนอร์ สองมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษ อีกครั้งด้วย เนื่องจากรายแรกเจ็บข้อเท้ามาตั้งแต่เกมยูโรรอบคัดเลือก ขณะที่รายหลังศีรษะถูกกระแทกจากเกมลีกนัดล่าสุด

โอเว่น ฮาร์กรีฟส์ กองกลางตัวใหม่ ก็ไม่ถูกใส่ชื่อไว้ในรายการนี้ด้วย ทำให้ตัวเลือกในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางลดน้อยลงไปอีก หากแบร์รี่กับมิลเนอร์ฟิตไม่ทันลงเป็นตัวจริง โดยปาโบล ซาบาเลต้าอาจถูกโยกจากแบ็กขวามาเล่นคู่กับยายา ตูเร่แทนแก้ขัด

ซาเมียร์ นาสรี่ ที่ได้พักไปเป็นตัวสำรองในเกมที่แล้ว จะกลับมาเป็นตัวปั้นเกมแดนกลางอีกครั้งแทนที่ของอดัม จอห์นสัน

ส่วนแนวรุกเอดิน เชโก้ก็จะกลับมายืนเป็นหัวหอกตัวเป้าตามเดิมเช่นกัน ทำให้คาร์ลอส เตเบซที่ได้โอกาสลงเล่นแทนในนัดล่าสุด ต้องกลับไปนั่งสำรองอีกครั้ง

ผู้เล่นบาดเจ็บ: ไนเจล เดอ ยอง, แกเร็ธ แบร์รี่, เจมส์ มิลเนอร์

ความพร้อม-สภาพทีม

นาโปลี

นาโปลีจะลงเตะในรอบแบ่งกลุ่มแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นครั้งแรกเช่นกัน โดยวอลเตอร์ มาซซารี่จะปรับเปลี่ยนทีมหลายตำแหน่งจากเกมล่าสุดที่ชนะเชเซน่า 3-1 ในเซรี่ อา

มาเร็ค อัมซิก เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่ง พร้อมจะกลับมาลงสนามเป็นตัวจริงได้แล้ว หลังมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนมาจากเกมทีมชาติ แต่ก็ลงเล่นเป็นตัวสำรองให้อัซซูร่าได้แล้วในนัดล่าสุดและทำไปหนึ่งประตูด้วย

วอลเตอร์ การ์กาโน่จะได้ลงไปตัดเกมแดนกลางแทนเบลริม เซมเมลี ขณะที่ฮวน ซูนิก้าก็น่าจะได้รับหน้าที่วิงแบ็กแทนอันเดรีย ดอสเซน่าด้วย ส่วนแนวรับเฟเดริโก้ เฟอร์นานเดซก็มีลุ้นจะได้ลงไปทำหน้าที่แทนซัลวาตอเร่ อโมนิก้า

เอดิสัน คาวานี่ รับหน้าที่หัวหอกตัวเป้า โดยมีเอเซเกล ลาเวซซี่ยืนเป็นหน้าต่ำอยู่ข้างหลัง

วิเคราะห์รูปเกม

แมนฯ ซิตี้โชว์ฟอร์มสดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ และต้องมาเจอกับอีกหนึ่งบททดสอบในระดับยุโรป ซึ่งเรือใบสีฟ้าโดนจับสลากมาอยู่สายแข็ง แต่ยังโชคดีที่ได้ประเดิมนัดแรกในบ้านและเจอกับคู่แข่งที่ไม่หินเกินไปอย่างนาโปลี ทำให้ต้องเน้นเต็มที่เพื่อเก็บ 3 คะแนนแรกตุนไว้ก่อนและช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ทีมได้ในนัดต่อๆ ไปทั้งในลีกและในยุโรป เซร์คิโอ อาเกโร่ ดาวยิงตัวใหม่ของเรือใบ กำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างไฉไล และจะเป็นกำลังสำคัญให้ทีมอีกนัดในการเจอกับอัซซูร่าที่มีนักเตะจากอเมริกาใต้หลายคนในทีม รวมถึงเพื่อนร่วมชาติชาวอาร์เจนไตน์ของเขาด้วย นัดนี้ทีมเยือนคงมาด้วยระบบการเล่นแบบเน้นตั้งรับและรอจังหวะสวนกลับจากตัวทีเด็ดในเกมรุก แต่เจ้าบ้านน่าจะแน่นอนกว่าและเบียดเอาชนะไปได้แม้จะไม่ง่ายนักก็ตาม

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม:

แมนฯ ซิตี้ (4-3-3)
: โจ ฮาร์ท; ไมกาห์ ริชาร์ดส์, แว็งซ็องต์ กอมปานี, โจลีออน เลสค็อตต์, กาแอล กลิชี่; ปาโบล ซาบาเลต้า, ยายา ตูเร่, ซาเมียร์ นาสรี่; ดาวิด ซิลบา, เอดิน เชโก้, เซร์คิโอ อาเกโร่
ผู้จัดการทีม: โรแบร์โต้ มันชินี่

นาโปลี (3-4-2-1)
: มอร์แกน เด ซานช์ติส; ฮูโก้ คัมปาญาโร่, เปาโล คันนาวาโร่, เฟเดริโก้ เฟอร์นานเดซ; คริสเตียน มาจโจ้, ก๊อคฮาน อินแลร์, วอลเตอร์ การ์กาโน่, ฮวน ซูนิก้า; มาเร็ค อัมซิก, เอเซเกล ลาเวซซี่; เอดิสัน คาวานี่
โค้ช: วอลเตอร์ มาซซารี่

ฮอตสกอร์: แมนฯ ซิตี้ชนะ 2-1

+++++++++++++++

บีญาร์เรอัล – บาเยิร์น มิวนิค

คิกออฟ: 01.45 น.
สนาม: เอสตาดิโอ  เอล มาดริกัล
ผู้ตัดสิน: กูเนท ชาเคียร์ (ตุรกี)

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม

บีญาร์เรอัล

10 ก.ย. 54    เสมอ    เซบีญ่า        2-2 (เหย้า)    ลา ลีกา
29 ส.ค. 54    แพ้    บาร์เซโลน่า        0-5 (เยือน)    ลา ลีกา
23 ส.ค. 54    ชนะ    โอเดนเซ่        3-0 (เหย้า)    แชมเปี้ยนส์ลีก
17 ส.ค. 54    แพ้    โอเดนเซ่        0-1 (เยือน)    แชมเปี้ยนส์ลีก
10 ส.ค. 54    ชนะ    เอลเช่        2-0 (เยือน)    กระชับมิตร

บาเยิร์น


10 ก.ย. 54    ชนะ    ไฟร์บวร์ก        7-0 (เหย้า)    บุนเดสลีกา
27 ส.ค. 54    ชนะ    ไกเซอร์สเลาเทิร์น    3-0 (เยือน)    บุนเดสลีกา
23 ส.ค. 54    ชนะ    เอฟซี ซูริค        1-0 (เยือน)    แชมเปี้ยนส์ลีก
20 ส.ค. 54    ชนะ    ฮัมบวร์ก        5-0 (เหย้า)    บุนเดสลีกา
17 ส.ค. 54    ชนะ    เอฟซี ซูริค        2-0 (เหย้า)    แชมเปี้ยนส์ลีก

ผลงานการพบกันที่ผ่านมา
ไม่เคยพบกัน

ความพร้อม-สภาพทีม

บีญาร์เรอัล


เรือดำน้ำขาดกำลังสำคัญอย่างบอร์ฆา บาเลโร่ มิดฟิลด์ตัวเก่ง ไปในเกมนี้ เพราะติดโทษแบนจากการถูกไล่ออกในเกมเพลย์ออฟนัดที่สอง โดยฆาเบียร์ กามูนาสจะได้ลงไปทำหน้าที่แทน

ดิเอโก้ โลเปซ พร้อมลงเฝ้าเสาให้ทีมได้ตามเดิม หลังโดนใบแดงในเกมลา ลีกานัดล่าสุดมา

ส่วนนิลมาร์ กองหน้าบราซิเลียน อาจต้องนั่งสำรองในเกมนี้ โดยมีจูเซ็ปเป้ รอสซี่ลงยืนเป็นหัวหอกตัวเป้าเช่นเดิม หลังทำผลงานได้ร้อนแรงมาตลอด

คาร์ลอส มาร์เชน่า มิดฟิลด์ตัวเก๋า จะรับหน้าที่เป็นตัวตัดเกมร่วมกับบรูโน่ โซเรียโน่ โดยมีกานี่กับโจนาธาน เด กุซมันเป็นตัวทำเกมรุก

ผู้เล่นโดนแบน: บอร์ฆา บาเลโร่

ความพร้อม-สภาพทีม

บาเยิร์น

เสือใต้ ไร้อาร์เยน ร็อบเบน ปีกตัวเก่ง ลงมาลากเลื้อยในเกมนี้ เพราะยังเรียกความฟิตกลับมาไม่ทันจากปัญหาการบาดเจ็บที่โคนขาหนีบ ขณะที่ อิวิก้า โอลิช, ดาเนี่ยล ปรันยิช และเบรโน่ยังคงลงบู๊ไม่ได้เช่นเดิม

ฟิลิปป์ ลาห์ม กองหลังกัปตันทีม พร้อมกลับมาทำหน้าที่ได้ตามเดิม หลังได้รับบาดเจ็บที่เข่าจากเกมบุนเดสลีกานัดล่าสุดจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออก แต่ถ้าไม่ฟิตพอก็จะเป็นเจโรม บัวเต็งที่ลงเล่นแทน

ตำแหน่งอื่นๆ จะยังเป็นผู้เล่นตัวหลักจากชุดเดิม โดยดาเนี่ยล ฟาน บุยเต็น จะยืนเซ็นเตอร์แบ็กคู่กับโฮลเกอร์ บาดสตูเบอร์

โทนี่ โครส จะได้ยืนอยู่หลังมาริโอ โกเมซ หัวหอกที่กำลังฟอร์มร้อนแรง โดยมีโธมัส มุลเลอร์กับฟรองค์ ริเบรี่ทำเกมริมเส้นสองฝั่ง ส่วนกลางสนามเป็นหลุยส์ กุสตาโวกับบาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ รับหน้าที่ร่วมกัน

ผู้เล่นบาดเจ็บ: อาร์เยน ร็อบเบน, อิวิก้า โอลิช, ดาเนี่ยล ปรันยิช, เบรโน่

วิเคราะห์รูปเกม

บาเยิร์นฟอร์มสุดฮอตหลังสับขาหลอกทำท่าว่าจะสะดุดด้วยการแพ้ตั้งแต่นัดเปิดฤดูกาลในบุนเดสลีกา แต่หลังจากนั้นก็กลับมาชนะรวด 6 นัดทั้งในลีกและในยุโรป แถมยังทำประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ส่วนบีญาร์เรอัลออกสตาร์ตแย่กว่าเมื่อถูกบาร์เซโลน่ายำใหญ่ในลา ลีกา และเพิ่งเก็บได้แต้มเดียวจากเกมล่าสุด ส่วนรอบเพลย์ออฟรายการนี้ก็ผ่านมาได้แบบต้องลุ้นเล็กๆ ปัญหาของเรือดำน้ำเหลืองยังอยู่ที่แนวรับที่ไม่ค่อยลงตัวและเสียประตูง่าย เกมนี้ต้องเจอกับแนวรุกที่อันตรายของเสือใต้คงจะปั่นป่วนไม่น้อย และต้องหวังพึ่งเกมรุกให้ช่วยทำประตู แต่วัดกันแล้วทีมเยือนยังดูดีกว่าและเล่นนัดแรกนอกบ้านไม่น่าจะกดดันมาก คงเล่นกันตามเกมและเป็นฝ่ายอาศัยความเฉียบขาดกว่าคว้าชัยกลับไปได้

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
:

บีญาร์เรอัล (4-2-3-1): ดิเอโก้ โลเปซ; มาริโอ กาสปาร์, กอสซาโล่ โรดริเกซ, คริสเตียน ซาปาต้า, ฆวน โอริโอล; บรูโน่ โซเรียโน่, คาร์ลอส มาร์เชน่า; ฆาเบียร์ กามูนาส, โจนาธาน เด กุซมัน, กานี่; จูเซ็ปเป้ รอสซี่
โค้ช: ฆวน การ์ริโด้

บาเยิร์น (4-2-3-1)
: มานูเอล นอยเออร์; ราฟินญ่า, ดาเนี่ยล ฟาย บุยเต็น, โฮลเกอร์ บาดสตูเบอร์, ฟิลิปป์ ลาห์ม; หลุยซ์ กุสตาโว, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์; โธมัส มุลเลอร์, โทนี่ โครส, ฟรองค์ ริเบรี่; มาริโอ โกเมซ
โค้ช: จุปป์ ไฮย์เกส

ฮอตสกอร์: บาเยิร์นชนะ 1-0

++++++++++++++

กลุ่มบี


อินเตอร์ มิลาน-แทร็ปซอนสปอร์
สนาม :  จูเซปเป้ เมอัซซ่า
เวลาคิกออฟ : 013.45 น.

อินเตอร์ มิลาน-ผลงาน 5 นัดหลังสุด

11 ก.ย.2011     ชนะ    ปาแลร์โม่        4-3 (เหย้า)        เซเรีย อา
27 ส.ค.2011     แพ้    คิเอโว่        2-3 (เหย้า)        อุ่นเครื่อง
21 ส.ค.2011     เสมอ    โอลิมเปียกอส        2-2 (เยือน)        อุ่นเครื่อง
18 ส.ค.2011     เสมอ    ยูเวนตุส         1-1 (กลาง,ชนะจุดโทษ 7-6) ทิม คัพ
18 ส.ค.2011     ชนะ    เอซี มิลาน        1-0 (กลาง)        ทิม คัพ

ความพร้อม-สภาพทีม

จานปิเอโร่ กาสเปรินี่ กุนซือวัย 53 ปี เกมนี้ยังคงพลาดการใช้งาน ไมค่อน,เอมิเลียโน่ วิเวียโน่,อิบัน คอร์โดบา และ คริสเตียน คิวู โดยทั้งหมดยังคงมีอาการบาดเจ็บรบกวน ด้าน ติอาโก้ ม็อตต้า ก็ยังเจอปัญหาที่ต้นขาเล่นงาน และไม่น่าหายทันเวลา ส่วนในแนวรุกคาดว่าจะส่ง เวสลี่ย์ สไนเดอร์ ลงเป็น 11 คนแรกส่วน ดีเอโก้ ฟอร์ลัน เกมนี้ติดคัพไทลงเล่นไม่ได้ เนื่องจากเคยเล่นให้กับ แอต.มาดริด ในถ้วยยูโรป้า ลีก ก่อนย้ายมา ทำให้คู่หัวหอกจะเป็นหน้าที่ของ ดีเอโก้ มิลิโต้ กับ จามเปาโล ปัซซินี่

แทร็ปซอนสปอร์ -ผลงาน 5 นัดหลังสุด

10 ก.ย.2011    เสมอ    มานิซาสปอร์        1-1 (เยือน)        ซูเปอร์ลีกา
18 ส.ค.2011     เสมอ    แอธ.บิลเบา        0-0 (เยือน)        คัดยูโรป้า ลีก
3 ส.ค.2011     เสมอ    เบนฟิก้า        1-1 (เหย้า)        คัดแชมเปี้ยนส์ ลีก
27 ก.ค.2011      แพ้    เบนฟิก้า        0-2 (เยือน)        คัดแชมเปี้ยนส์ ลีก
17 ก.ค.2011     เสมอ    ชาเลอรัว        1-1 (เหย้า)        อุ่นเครื่อง

ความพร้อม-สภาพทีม

เซนอล กูเนส กุนซือแทร็ปซอนสปอร์ เกมนี้ จะไม่สามารถคุมทีมข้างสนามได้ หลังโดนโทษแบนเกมแรกจากทั้งหมด 2 นัด นอกจากนั้น บูรัค ยิลมาซ และ อาเดรี่ยล เมียร์เซเยฟสกี้ สองดาวยิงคนสำคัญติดโทษพักแข้งเช่นกัน แดนกลางมี ดิดิเยร์ โซโคร่า อดีตแข้งสเปอร์ส เป็นตัวปรับสมดุล

วิเคราะห์เกม

"งูใหญ่" แม้ฟอร์มอุ่นเครื่องเดือนที่ผ่านมาจะไม่หวือหวาแต่ 5 นัดหลังทุกรายการนั้นพ่ายครั้งเดียว ขณะที่ แทร็ปซอนสปอร์ ทีมรองแชมป์ลีกตุรกีที่ได้ส้มหล่นเข้ามาเล่นในรอบแบ่งกลุ่มแทน เฟเนอร์บาห์เช่ ซึ่งเจอคดีพัวพันคดีล้มบอล

ผลงาน 7 เกมตั้งแต่ปรีซีซั่นยันเปิดฤดูกาล ยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็น....เกมนี้ อินเตอร์ มิลาน เล่นในบ้าน ถือว่าเหนือกว่าหลายช่วงตัว หาก 90 นาที มาเน้นเป็นพิเศษในจังหวะการเข้าทำ โอกาสที่จะคว้าชัยชนะขาดลอย จึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับยอดทีมแห่งอิตาลี


ผู้เล่น 11 คนแรกตามคาด

อินเตอร์ มิลาน (3-4-1-2) : ชูลิโอ เซซาร์,ลูซิโอ,วอเตอร์ ซามูเอล,ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ,โจนาธาน,เดยัน สแตนโควิช,เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่,ยูโตะ นากาโตโมะ, เวสลี่ย์ สไนเดอร์,ดีเอโก้ มิลิโต้,จามเปาโล ปัซซินี่

แทร็ปซอนสปอร์ (4-4-2): ทอลก้า เซนกิน,อาร์คาดิอุสซ์ โกแว็คกี้,จิเรย์ คาคาร์,ออนเดร็จ เซลุสต์ก้า,เซอร์คาน บัลซี่,ดิดิเยร์ โซโคร่า,กุสตาโว่ โคลมัน,อลันซินโญ่,อายคุต อั๊คกุน,พาเวล โบรเซ็ค,ฮาลิล อันติท็อป

ฮอตสกอร์:อินเตอร์ มิลาน ชนะ 3-1
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ลีลล์-ซีเอสเคเอ มอสโก 
สนาม : ลีลล์ เมโทรโปลี 
เวลาคิกออฟ :01.45  น.

ลีลล์-ผลงาน 5 นัดหลังสุด


10 ก.ย.2011     ชนะ    แซงต์ เอเตียน        3-1 (เยือน)        ลีก เอิง
28 ส.ค.2011      ชนะ    มาร์กเซย        3-2 (เหย้า)        ลีก เอิง
20 ส.ค.2011     ชนะ    ก็อง        2-1 (เยือน)        ลีก เอิง
14 ส.ค.2011     แพ้    มงต์เปลลิเยร์        0-1 (เหย้า)        ลีก เอิง
6 ส.ค.2011      เสมอ    น็องซี่        1-1 (เยือน)        ลีก เอิง


ความพร้อม-สภาพทีม

รูดี้ การ์เซีย นายใหญ่ ลีลล์ ไม่ต่างจะปรับทีมจากเกมลีก เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา  โจ โคล มิดฟิลด์ที่ยืมมาจาก ลิเวอร์พูล ต้องรอลุ้นว่าจะได้ประเดิมสนามในเกมยุโรป ตั้งแต่ต้นหรือไม่ หลังเกม ถล่ม แซงต์ เอเตียน ลงเป็นแค่ตัวสำรอง 

แดนกลางมี ริโอ มาวูบา สวมปลอกแขนคุมทัพ  อีเดน ฮาซาร์ด ที่กำลังโชว์ฟอร์มได้ดี จะเป็นตัวจบสกอร์ในเกมรุก

ซีเอสเคเอ มอสโก-ผลงาน 5 นัดหลังสุด

10 ก.ย.2011     แพ้    ดินาโม มอสโก        0-4 (เหย้า)        พรีเมียร์ลีก
28 ส.ค.2011     เสมอ     สปาร์ตัก มอสโก        2-2 (เยือน)        พรีเมียร์ลีก
20 ส.ค.2011     ชนะ    ทอมส์ค        3-0 (เหย้า)        พรีเมียร์ลีก
13 ส.ค.2011      เสมอ    รูบิน คาซาน        1-1 (เยือน)        พรีเมียร์ลีก
6 ส.ค.2011      แพ้    เซนิต เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก    0-2  (เหย้า)        พรีเมียร์ลีก

ความพร้อม-สภาพทีม

เลโอนิด สลุตสกี้ พาทีมขึ้นมาเล่นในถ้วยใหญ่ แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังจากซีซั่นที่ผ่านมาเล่นในยูโรป้า ลีก โดยนัดนี้จะไม่มีชื่อของ   อิกอร์ เอกินเฟเอฟ นายทวารมือหนึ่งเจอปัญหาอาการและจะชวดลงสนามเช่นเดียวกับ ไคซูเกะ ฮอนดะ แข้งทีมชาติญี่ปุ่น ที่ต้องพักถึง 3 เดือน จากอาการเจ็บที่หัวเข่า เกมนี้แนวรุกฝากความหวังไว้ที่ ว้ากเนอร์ เลิฟ กับ เซย์ดู ดุมเบีย ส่วนแนวรับมีหัวใจสำคัญอย่างสองพี่น้องดีกรีทีมชาติรัสเซียอย่าง วาเลรี่ และ อเล็กซี่ เบเรซุตสกี้ เป็นแกนหลัก

วิเคราะห์เกม

"ตราหมา" ออกสตาร์ต ลีก เอิง ในปีนี้ 5 เกมพ่ายครั้งเดียว ส่วนทางฝั่ง ซีเอสเคเอ มอสโก 6 เกมหลังชนะเพียงแค่  ทอมส์ค เท่านั้น เทียบเหลี่ยมบอล และทีมเวิร์กชั่วโมงนี้แล้ว ลีลล์ ดูจัดจ้านกว่า และหากรักษามาตรฐานเหมือนที่ผ่านมาน่าจะเบียดเอาชนะได้ในที่สุด

ผู้เล่น 11 คนแรกตามคาด

ลีลล์ (4-3-3) : มิคาเอล ล็องโดร,มาธิเยอ เดบูชี่,อูเรเลี่ยน เชดฌู,เดวิด โรเซนาล,ฟรองค์ เบเรีย,ฟลอร็องต์ บัลมองต์,ริโอ มาวูบา,เบอนัวต์ เปเดร็ตติ,ดิมิทรี ปาเย่ต์,มุสซ่า โซว,อีเดน ฮาซาร์ด

ซีเอสเคเอ มอสโก (4-1-3-2) :เซอร์เก เชปชูกอฟ,คิริล นาบับกิ้น,เซอร์เก อิ๊กนาเชวิช,วาเลรี่ เบเรซุตสกี้,อเล็กซี่  เบเรซุตสกี้,เอฟเกนี่ อัลโดนิน ,อเลน ดาโกเอฟ,พาเวล มามาเอฟ,โซรัน โทซิซ,เซย์ดู ดุมเบีย,ว๊ากเนอร์ เลิฟ

ฮอตสกอร์:ลีลล์ ชนะ 1-0
+++++++++++++++++

เบนฟิก้า – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

คิกออฟ: 01.45 น.
สนาม: เอสตาดิโอ ดา ลูซ
ผู้ตัดสิน: ดาเมียร์ สโคมิน่า (สโลวีเนีย)
ถ่ายทอดสด: ช่อง 7

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม

เบนฟิก้า

10 ก.ย. 54    ชนะ    วิคตอเรีย กีมาเรส    2-1 (เหย้า)    ด.1 โปรตุเกส
29 ส.ค. 54    ชนะ    นาซิอองนาล        2-0 (เยือน)    ด.1 โปรตุเกส
24 ส.ค. 54    ชนะ    ทเวนเต้        3-1 (เหย้า)    แชมเปี้ยนส์ลีก
20 ส.ค. 54    ชนะ    ฟิเรนเซ่        3-1 (เหย้า)    ด.1 โปรตุเกส
16 ส.ค. 54    เสมอ    ทเวนเต้        2-2 (เยือน)    แชมเปี้ยนส์ลีก

แมนฯ ยูไนเต็ด

10 ก.ย. 54    ชนะ    โบลตัน        5-0 (เยือน)    พรีเมียร์ลีก
28 ส.ค. 54    ชนะ    อาร์เซนอล        8-2 (เหย้า)    พรีเมียร์ลีก
22 ส.ค. 54    ชนะ    สเปอร์ส        3-0 (เหย้า)    พรีเมียร์ลีก
14 ส.ค. 54    ชนะ    เวสต์บรอมวิช        2-1 (เยือน)    พรีเมียร์ลีก
7 ส.ค. 54    ชนะ    แมนเชสเตอร์ ซิตี้    3-2 (กลาง)    คอมมูนิตี้ ชิลด์

ผลงานการพบกันที่ผ่านมา

6 ธ.ค. 49    แชมเปี้ยนส์ลีก        แมนฯ ยูไนเต็ด     3 – 1 เบนฟิก้า
26 ก.ย. 49    แชมเปี้ยนส์ลีก        เบนฟิก้า     0 – 1 แมนฯ ยูไนเต็ด
7 ธ.ค. 48    แชมเปี้ยนส์ลีก        เบนฟิก้า     2 – 1 แมนฯ ยูไนเต็ด
27 ก.ย. 48    แชมเปี้ยนส์ลีก        แมนฯ ยูไนเต็ด     2 – 1 เบนฟิก้า
29 พ.ค. 11    ยูโรเปี้ยนคัพ        แมนฯ ยูไนเต็ด     4 – 1 เบนฟิก้า

ความพร้อม-สภาพทีม


เบนฟิก้า

เหยี่ยวลิสบอนพร้อมใช้งานนักเตะชุดเกือบฟูลทีมในเกมนี้ หลังจากตัวหลักๆ ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวน ฟิตกลับมาลงสนามได้แล้ในเกมลีกนัดล่าสุด โดยมีเพียงรูเบน อโมริมและเอ็นโซ เปเรซ สองมิดฟิลด์ ที่ต้องรอเช็กความฟิต ส่วนเนลสัน โอลิเวียร่า กองหน้าดาวรุ่ง ยังไม่หายเจ็บต้นขาจากการไปเล่นให้ทีมชาติโปรตุเกสชุดยู-20 มาในช่วงซัมเมอร์

เอเซเกล การายและมักซี่ เปเรร่าจะลงประจำการในแนวรับ ขณะที่โนลิโต้ก็พร้อมลงไปลากเลื้อยริมเส้นได้ โดยจอร์เก้ เจซุสต้องตัดสินใจว่าจะส่งปาโบล ไอมาร์ เพลย์เมกเกอร์ประสบการณ์สูง ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมนี้หรือไม่

คัปเดบีล่า แบ็กซ้ายชุดแชมป์โลกของสเปน ไม่ถูกใส่ชื่อไว้ลงเตะในรายการนี้ด้วย เพราะเอเมอร์สัน กองหลังชาวบราซิล เป็นตัวเลือกในอันดับแรกก่อนเขา

ฮาเวียร์ ซาบิโอล่า หัวหอกอาร์เจนไตน์ และออสการ์ คาร์โดโซ่ ศูนย์หน้าทีมชาติปารากวัย จะลงยืนเป็นหัวหอกคู่กันในเกมนี้

ผู้เล่นบาดเจ็บ: เนลสัน โอลิเวียร่า, รูเบน อโมริม, เอ็นโซ เปเรซ

ความพร้อม-สภาพทีม

แมนฯ ยูไนเต็ด

ผีแดงเสียทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ กองกลางตัวเก่งที่กำลังแจ้งเกิดได้สวย ไปจากเกมล่าสุด จนต้องพักถึงหนึ่งเดือน

ขณะที่จอนนี่ อีแวนส์และปาทริซ เอฟร่า สองกองหลัง ก็มีอาการบาดเจ็บรบกวนจากเกมเดียวกัน แต่ก็ผ่านการทดสอบความฟิตทันร่วมทีมไปด้วย และเป็นริโอ เฟอร์ดินานด์ที่หายเจ็บกลับมาลงเล่นในเกมล่าสุดที่ไม่ถูกใส่ชื่อไปเตะที่โปรตุเกสแทน

ส่วนนักเตะที่เจ็บอยู่ก่อนแล้วยังเป็นแดนนี่ เวลเบ็ค, เนมานย่า วีดิช และราฟาเอลเช่นเดิม

เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันแย้มไต๋ว่าจะส่งนักเตะเก๋าๆ ลงมาช่วยประคองทีมในเกมนี้บ้าง หลังยกให้เป็นแมตช์ที่ยากที่สุดในรอบแบ่งกลุ่มของทีม

ไมเคิ่ล คาร์ริคที่ได้ลงเล่นแทนเคลฟเวอร์ลี่ย์ในนัดที่แล้ว น่าจะได้รับหน้าที่แทนอีกครั้งในเกมนี้ ขณะที่ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ที่พักยาวเพราะอาการป่วย ก็ฟิตกลับมาลงเตะให้ทีมชาติสกอตแลนด์ได้แล้ว และจะคัมแบ็กกลับมาเป็นตัวเลือกในเกมนี้ด้วย

ขณะที่ไรอัน กิ๊กส์, ปาร์ค จี ซอง, อันโตนิโอ วาเลนเซีย และดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟต่างก็รอโอกาสอยู่เช่นกัน

ผู้เล่นบาดเจ็บ
: ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์, แดนนี่ เวลเบ็ค, เนมานย่า วีดิช, ราฟาเอล

วิเคราะห์รูปเกม


ทั้งสองทีมโคจรมาพบกันในรอบแบ่งกลุ่มรายการนี้เป็นครั้งที่สาม โดยครั้งแรกเมื่อฤดูกาล 2005-06 เบนฟิก้าเคยเขี่ยแมนฯ ยูไนเต็ดตกรอบอย่างชอกช้ำมาแล้ว ก่อนที่ปีถัดไปผีแดงจะล้างตาเขี่ยเหยี่ยวลิสบอนตกรอบไปบ้าง ก่อนหน้านี้ทั้งสองทีมเคยพบกันในนัดชิงชนะเลิศมาแล้ว ซึ่งผีแดงชนะไป 4-1 คว้าแชมป์สมัยแรกไปครองได้เมื่อปี 1968 มาเจอกันครั้งนี้รองแชมป์เก่าฟอร์มสดด้วยนักเตะพลังหนุ่มที่ชนะรวดทั้ง 5 นัดที่ลงเตะมาในฤดูกาลนี้ แม้จะเริ่มมีปัญหานักเตะเจ็บไปบ้าง แต่ก็ยังมีตัวเก๋าๆ ที่พร้อมจะลงมาประคองทีมได้ เกมนี้แมนฯ ยูไนเต็ดต้องเน้นเป็นพิเศษ เพราะถ้าชนะได้เส้นทางที่เหลือก็จะสบายขึ้นเยอะ แถมยังจะเรียกความมั่นใจได้อย่างเต็มที่ว่าในระดับยุโรปก็ยังทำผลงานได้ดีเหมือนในลีก แม้เบนฟิก้าจะมีนักเตะดีๆ หลายคนโดยเฉพาะจากละตินอเมริกา แต่เกมนี้ยังเชื่อกึ๋นเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันว่าจะนำทีมบุกไปคว้าชัยชนะกลับมาได้

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม:


เบนฟิก้า (4-1-3-2): อาเทอร์; มักซี่ เปเรร่า, ลุยเซา, เอเซเกล การาย, เอเมอร์สัน; ฆาบี้ การ์เซีย; นิโคลัส ไกตาน, อั๊กเซิ่ล วิทเซล, โนลิโต้; ฮาเวียร์ ซาวิโอล่า, ออสการ์ คาร์โดโซ่
โค้ช: จอร์เก้ เจซุส

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-4-2)
: ดาวิด เด เกอา; ฟิล โจนส์, คริส สมอลลิ่ง, จอนนี่ อีแวนส์, ปาทริซ เอฟร่า; นานี่, ไมเคิ่ล คาร์ริค, แอนเดอร์สัน, แอชลี่ย์ ยัง; เวย์น รูนี่ย์, ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ
ผู้จัดการทีม: อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

ฮอตสกอร์: แมนฯ ยูไนเต็ดชนะ 2-1

+++++++++++++++++++++++

กลุ่ม ดี    

ดินาโม ซาเกร็บ - เรอัล มาดริด    
สนาม : สตาดิโอน มัคซิเมียร์    
เวลา : 01.45 น.        

สถิติการพบกันของทั้งสองทีม    
ไม่เคยพบกัน    

ดินาโม ซาเกร็บ - ผลงาน 5 นัดหลังสุด    


18-08-11    ชนะ มัลโม     4-1 (เหย้า)    
21-08-11    ชนะ โอซิเย็ค     4-0 (เยือน)    
24-08-11    แพ้ มัลโม     0-2 (เยือน)    
27-08-11    ชนะ ลุชโก้     1-0 (เหย้า)    
11-09-11    เสมอ ไฮจ์ดุ๊ค สปลิท 1-1 (เยือน)         

ความพร้อม    

ดินาโม ซาเกร็บ ทีมนำของตารางลีกโครเอเชียที่ 19 คะแนน ผลงาน 5 นัดหลังชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 สภาพทีมไม่มีปัญหาใครเจ็บหรือติดโทษแบน เกมนี้ ครูโยสลาฟ ยูร์ซิช จัดทีมชุดใหญ่ ลงสนาม แนวรับนำโดย โตเนล กองหลังโปรตุเกส และ เลอันโดร คูเฟร ขณะที่แดนกลางจะใช้บาเดลจ์เป็นตัวเปิดเกมรุก โดยมี ซัมเมียร์,โควาชิช และ เลโก้คุมเกม คู่หน้าใช้ คริสตาโนวิช และ อันเต้ ลูคาวิน่า ลงลุยในแดนหน้า    

ผู้เล่น 11 คนแรกตามคาด    


(4-4-2) ลอนคาริช,วิด้า,โตเนล,คูเฟร,วาร์ซาลโก้,ซัมเมียร์,โควาชิช,เลโก้,บาเดลจ์,คริสตาโนวิช,รูคาวิน่า    
เทรนเนอร์ : ครูโยสลาฟ ยูร์ซิช          

เรอัล มาดริด - ผลงาน 5 นัดหลังสุด    

10-08-11    ชนะ เกตาเฟ่ 4-2 (เหย้า)
15-08-11    เสมอ บาร์เซโลน่า 2-2 (เหย้า)    
18-08-11    แพ้ บาร์เซโลน่า 2-3 (เยือน)    
25-08-11    ชนะ กาลาตาซาราย 2-1 (เหย้า)    
29-08-11    ชนะ ซาราโกซ่า 6-0 (เยือน)              

ความพร้อม    

เรอัล มาดริด เวลานี้ฟอร์มกำลังร้อนแรง ชนะรวด 2 นัดในลีก แถมยิงกระจาย 10 ประตู  สภาพทีมไม่มีปัญหาอะไร โจเซ่ มูรินโญ่ เตรียมจัดหนักใส่แข้งเจ๋งลงสนามเหมือนเดิม แนวรุกคาริม เบนเซม่า ร่วมกับคริสติอาโน่ โรนัลโด้,เมซุต โอซิล และ อังเคล ดิมาเรียนำทัพ ในส่วนแดนกลาง ชาบี้ อลอนโซ่ และ ฟาบิโอ โคเอนเทรา แนวรับ เปเป้ และ ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่คุมตรงกลางโดยมี เซร์คิโอ รามอส และ มาร์เซโล่เป็นวิงแบ็ก     

ผู้เล่น 11 คนแรกตามคาด    


(4-2-3-1)
คาซิญาส,เซร์คิโอ รามอส,ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่,เปเป้,มาร์เซโล่,ชาบี้ อลอนโซ่,โคเอนเทรา,ดิ มาเรีย,โอซิล,โรนัลโด้,เบนเซม่า    
เทรนเนอร์ : โจเซ่ มูรินโญ่         

วิเคราะห์รูปเกม


เรอัล มาดริดฟอร์มการเล่นกำลังลงตัว แต่เกมนี้เหนื่อยหน่อยที่ต้องออกมาเยือนโครเอเชีย แม้ตัวผู้เล่นจะเหนือกว่า แต่เกมนอกบ้านโดยเฉพาะต่างที่ต่างถิ่นอาจทำเกมรุกและการต่อบอลสะดุดลง เกมนีเต็มที่ทีมราชันชุดขาวคงได้แค่ลุกมาเฉือนมากกว่า    

ฮอตสกอร์ : เรอัล มาดริด ชนะ 1-0
+++++++++++++++++    

ไอแอ๊กซ์ - ลียง    


สนาม : อัมสเตอร์ดัม อารีนา    
เวลา : 01.45 น.         

สถิติการพบกันของทั้งสองทีม    


30/10/02     ลียง 0 - 2  ไอแอ๊กซ์     
17/09/02     ไอแอ๊กซ์  2 - 1  ลียง     

ไอแอ๊กซ์ - ผลงาน 5 นัดหลังสุด    


10-08-11    ชนะ อัลเมเรj ซิตี้ 1-0 (เยือน)    
14-08-11    ชนะ ฮีเรนวีน 5-1 (เหย้า)    
21-08-11    เสมอ เฟนโล 2-2 (เยือน)    
27-08-11    ชนะ วิเทสส์ 4-1 (เหย้า)    
11-09-11    ชนะ เฮราเคิลส์ 3-2 (เยือน)         

ความพร้อม    

ไอแอ๊กซ์เป็นทีมนำของตารางเวลานี้ แข่ง 5 นัดมี 13 คะแนน ผลงาน 5 นัดหลังไม่แพ้ ชนะ 4 เสมอ 1 สภาพทีมค่อนข้างพร้อม แฟรงค์ เดอ บัวร์ เตรียมจัดเต็ม เคเน็ธ เวอร์เมียร์ลงเฝ้าเสา ขณะที่แนวรับนำทัพโดย เกรกอรี่ ฟาน เดอ วีล และ แยน แฟร์ต็องเก้น ขณะที่แดนกลาง แน่นปึ้ก เซียม เดอ ยอง,ธีโอ แยนเซ่น และ คริสเตียน เอริคส์เซ่น คุมจังหวะเกมโดยมี ซุลมานี่,ซิกธออร์สสัน และ บอร์ริกเตอร์ ล่าตาข่าย    

ผู้เล่น 11 คนแรกตามคาด
   

(4-3-3) เวอร์เมียร์,ฟาน เดอร์ วีล,แฟร์ต็องเก้น,อัลเดอร์วีลด์,บอยเลเซ่น,ธีโอ แยนเซ่น,เซม เดอ ยอง,คริสเตียน เอริคเซ่น,ซุลมานี่,ซิกธออร์สสัน,บอร์ริกเตอร์    
เทรนเนอร์ : แฟรงค์ เดอ บัวร์    

ลียง - ผลงาน 5 นัดหลังสุด    

17-08-11    ชนะ รูบิน คาซาน 3-1 (เหย้า)
21-08-11    เสมอ แบรสต์ 1-1 (เยือน)    
24-08-11    เสมอ รูบิน คาซาน 1-1 (เยือน)    
28-08-11    ชนะ มงต์เปลลิเยร์ 2-1 (เหย้า)    
11-09-11    ชนะ ดิฌง 2-1 (เยือน)         

ความพร้อม    

โอลิมปิก ลียง เวลานี้รั้งที่ 2 ของตารางลีก เอิง หลังจากเกมล่าสุดบุกไปชนะ ดิฌงมา 2-1 และเตรียมประเดิมเกมแชมเปี้ยนส์ลีกที่คุ้นเคยอีกครั้ง ฮูโก้ โยริสลงเฝ้าเสา แนวรับส่งอองโตนี่ เรอวีลแยร์ คุมแบ็กขวา ส่วนอาลี ซิสโซโก้คุมทางซ้าย      แดนกลางใช้คิม คัลล์สตรอมคุมจังหวะเกม ร่วมกับ มักซิม โกนาลงส์ ในส่วนแนวรุกมาเต็มสูบนำโดยจิมมี่ บริอองด์,เฌเรมี่ ปรีเอด์ และมิเชล บาสโต๊ส และส่ง บาเฟติมบี้ โกมิส ลงล่าตาข่าย    

ผู้เล่น 11 คนแรกตามคาด    

(4-2-3-1) โยริส,เรอวีลแยร์,โคเน่,โลเวรน,ซิสโซโก้,คัลล์สตรอม,โกนาลงส์,บริอองต์,ปีเอด์,บาสตอส,โกมิส    
เทรนเนอร์ : เรมี่ การ์ด    

วิเคราะห์ - รูปเกม   
 

ไอแอ๊กซ์ปีนี้เสียนักเตะฝีเท้าดีๆออกไปหลายคน ขณะที่ลียงอยู่ในช่วงเริ่มต้นใหม่ ต่างฝ่ายต่างก็ทำผลงานในลีกได้ดีทั้งคู่ แต่ปัญหาของไอแอ๊กซ์คือเจอเกมใหญ่ๆแล้วมักพลาดดูแล้วลียงมีลุ้นบุกมาชนะออกไปได้สนุก    

ฮอตสกอร์ : ลียง ชนะ 2-1 


Advertisement Replay Ad
"เสือเหลือง" = "เสือลำบาก"

"เสือเหลือง" = "เสือลำบาก"

ริโอ ชี้ ผี ปิดเกมไม่ได้ ก็เหมาะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เอง

ริโอ ชี้ ผี ปิดเกมไม่ได้ ก็เหมาะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เอง

คนจริง! "พอสเตโคกลู" ประกาศลากุนซือทีมชาติออสเตรเลีย

คนจริง! "พอสเตโคกลู" ประกาศลากุนซือทีมชาติออสเตรเลีย

เชลซี บุกถล่ม คาราบัก 4-0 ฉลุยเข้ารอบสบายๆ

เชลซี บุกถล่ม คาราบัก 4-0 ฉลุยเข้ารอบสบายๆ

ผีเหี่ยวปลาย บุกพ่าย บาเซิ่ล 0-1 ลุ้นนัดสุดท้ายแชมเปี้ยนส์ ลีก

ผีเหี่ยวปลาย บุกพ่าย บาเซิ่ล 0-1 ลุ้นนัดสุดท้ายแชมเปี้ยนส์ ลีก

"บาเนก้า" เผย "มะเร็ง" ปลุกลูกฮึดให้ทีมกลับมาตีเจ๊า "หงส์แดง"

"บาเนก้า" เผย "มะเร็ง" ปลุกลูกฮึดให้ทีมกลับมาตีเจ๊า "หงส์แดง"

5 เรื่องต้องรู้หลังเกม "หงส์แดง" บุกแบ่งแต้ม "เซบีญ่า" 3-3

5 เรื่องต้องรู้หลังเกม "หงส์แดง" บุกแบ่งแต้ม "เซบีญ่า" 3-3

แฟนหงส์ช็อก! นำ 3-0 สุดท้าย โดน เซบีญา ไล่เจ๊าทดเจ็บ 3-3 (คลิป)

แฟนหงส์ช็อก! นำ 3-0 สุดท้าย โดน เซบีญา ไล่เจ๊าทดเจ็บ 3-3 (คลิป)

ลูกยิงประตูตัวเองแห่งปี! "ดาวรุ่งเชลซี" แจ้งเกิดในลีกดัตช์ด้วยลูกนี้ (คลิป)

ลูกยิงประตูตัวเองแห่งปี! "ดาวรุ่งเชลซี" แจ้งเกิดในลีกดัตช์ด้วยลูกนี้ (คลิป)

จริงหรือ?! บอสใหญ่เลสเตอร์ สนดึง เจ ชนาธิป ,เงื่อนไขการเป็นนักเตะพรีเมียร์ลีก

จริงหรือ?! บอสใหญ่เลสเตอร์ สนดึง เจ ชนาธิป ,เงื่อนไขการเป็นนักเตะพรีเมียร์ลีก

ลาซามพ์  ฟอร์มเด็ด! เชือดคอม้าลาย ดับ 3-2 กัลโช เซเรียอา

ลาซามพ์ ฟอร์มเด็ด! เชือดคอม้าลาย ดับ 3-2 กัลโช เซเรียอา

ใครลอกใคร?! "28 แข้งดัง" ที่หน้าเหมือนตัวการ์ตูนอย่างเหลือเชื่อ (คลิป+อัลบั้ม)

ใครลอกใคร?! "28 แข้งดัง" ที่หน้าเหมือนตัวการ์ตูนอย่างเหลือเชื่อ (คลิป+อัลบั้ม)

ไฮไลท์+สัมภาษณ์ "ชนาธิป" หลังเกมบุกชนะ "เอสพัลส์" (คลิป)

ไฮไลท์+สัมภาษณ์ "ชนาธิป" หลังเกมบุกชนะ "เอสพัลส์" (คลิป)

"เจย์โบ" ซัดเบิ้ล! "ซัปโปโร" บุกอัด "เอสพัลส์" 2-0 รอดตกชั้น 100%

"เจย์โบ" ซัดเบิ้ล! "ซัปโปโร" บุกอัด "เอสพัลส์" 2-0 รอดตกชั้น 100%

ไม่ต้อนรับ! แฉ "เจ็ทโด้" ขู่ลาทีม-พร้อมทำทุกอย่างขวาง "เนย์มาร์" สวมชุดขาว

ไม่ต้อนรับ! แฉ "เจ็ทโด้" ขู่ลาทีม-พร้อมทำทุกอย่างขวาง "เนย์มาร์" สวมชุดขาว

10 แข้งฝีเท้าสุดเทพ แต่ค่าเหนื่อยถูกอย่างน่าเหลือเชื่อ!

10 แข้งฝีเท้าสุดเทพ แต่ค่าเหนื่อยถูกอย่างน่าเหลือเชื่อ!

ซัดกระจาย! 8 นักเตะที่ ยิงได้เยอะสุด ในศึกฟุตบอลโลก "รอบคัดเลือก"

ซัดกระจาย! 8 นักเตะที่ ยิงได้เยอะสุด ในศึกฟุตบอลโลก "รอบคัดเลือก"

5 ยอดแข้งระดับโลก  ผลผลิต จาก "ราชันย์สีน้ำเงิน" ชาลเก้ 04

5 ยอดแข้งระดับโลก ผลผลิต จาก "ราชันย์สีน้ำเงิน" ชาลเก้ 04

โรแบร์ ปิแรส กับบทสัมภาษณ์ หลังชมคลิป เจ ชนาธิป ในเจลีก

โรแบร์ ปิแรส กับบทสัมภาษณ์ หลังชมคลิป เจ ชนาธิป ในเจลีก

จิ้นรอเลย! เผยทีมวาง "4 โถ" ก่อนจับสลากแบ่งสายฟุตบอลโลก 2018

จิ้นรอเลย! เผยทีมวาง "4 โถ" ก่อนจับสลากแบ่งสายฟุตบอลโลก 2018

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์